ตอนที่ 6-32 จนปัญญา
ภายในโรงแรมสุดถนนกรีนลีฟ
เยลและพวกกำลังรอคอย
“คุณชาย!
ฝ่าบาทได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอสูรร้ายที่คฤหาสน์ของใต้เท้าลินลี่ย์
ตอนนี้ราชองครักษ์และนักรบของตระกูลขุนนางหลายคนไปปกป้องฝ่าบาทกันแล้ว”
บุรุษผมทองที่อยู่ต่อหน้าเยลรายงานด้วยความเคารพ
เยลตกใจ
เขารู้ว่าลินลี่ย์ต้องการฆ่าเคลย์
และตอนนี้เคลย์ตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหาร
เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับลินลี่ย์ถึงเก้าในสิบส่วน
“ข้าสงสัยจริงว่าเจ้าอสูรร้ายนี้ความจริงก็คือน้องสาม”
เยลเริ่มวิตก
แต่เยลทำได้แต่เพียงรออย่างเงียบๆ เขาไม่มีทางเลือกอื่น หลังจากนั้นไม่นาน รายงานอื่นก็มาถึงอีก “คุณชายเยล
อสูรร้ายนั้นเริ่มฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง มีคนตายมากมายเหลือเกิน คฤหาสน์ใต้เท้าลินลี่ย์มีเลือดนองเป็นสายธาร
และมีซากศพกระจัดกระจาย”
เยลลอบตกใจ
“น้องสามน่ากลัวจริงๆ
แต่ข้าไม่รู้ว่าน้องสามจะหลบหนีได้ในท้ายที่สุดหรือไม่”
ยังคงมีรายงานตามมาอย่างต่อเนื่อง
“คุณชายเยล! กระบี่ม่วงของอสูรร้ายนั่นทรงพลังเหลือเกิน
ไม่ว่ากระบี่ม่วงปรากฏวาบในที่ใด ก็จะมีคนตายตามมา ในคฤหาสน์มีคนตายนับไม่ถ้วน พวกราชองครักษ์
ทหารอีกหลายคนรวมทั้งกลุ่มคนอีกมากล้วนถูกกวาดล้าง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เยลยิ่งมั่นใจเพิ่มขึ้น
“กระบี่ม่วง?
อาจเป็นได้ว่านั่นคือเทพกระบี่เลือดม่วงกระมัง?” เยล,
เรย์โนลด์และจอร์จรู้ดีว่าลินลี่ย์ครอบครองเทพกระบี่เลือดม่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจู่ๆ
เยลก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เกี่ยวกับตระกูลของลินลี่ย์ “ตระกูลบาลุคคือตระกูลของนักรบเลือดมังกร
เป็นไปได้ไหมว่าลินลี่ย์แปลงร่างเป็นนักรบเลือดมังกรแล้ว?”
สิ่งที่เรียกกันว่าอสูรร้าย ความจริงก็คือลินลี่ย์หลังจากแปลงร่างเป็นนักรบเลือดมังกรแล้ว
เมื่อคิดถึงเรื่องที่น้องรักร่วมสาบานต้องถูกคนนับพันและอสูรรุมต่อสู้ทำร้าย
และยังต้องต่อสู้อย่างดุเดือดอีกด้วย เยลก็ยิ่งห่วงมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“น้องสาม!”
เยลเดี๋ยวก็กำหมัด เดี๋ยวก็คลายสลับไปมา
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นสามารถรับรู้ได้ถึงความกระวนกระวายของเขา
“คุณชายเยล,
จักรพรรดิ, จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว เขาทำร้ายอสูรร้ายนั่นจนบาดเจ็บสาหัส
และมันถูกลากตัวไปยังโบสถ์เจิดจรัสด้วย”
รายงานสุดท้ายที่ส่งมาถึงทำให้เยลหน้าซีดไม่มีสีเลือด
เมื่อได้ยินคำพูดว่า “จักรพรรดิ,
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว” หลายอย่างกลับกลายเป็นเลวร้าย
“ชรีค ชรีค!” ทันใดนั้นร่างเงาเลือนลางปรากฏขึ้นในโรงแรม
“บีบี”
เมื่อเห็นหนูเงาตัวนี้ เยลวิ่งออกมาหามันทันที
“บีบี!
น้องสามอยู่ไหน?” เยลมองดูบีบีทันที และถามอย่างสิ้นหวัง
หนูเงาน้อยบีบี ไม่ได้ร่าเริงเหมือนตามปกติ มันจ้องเยลจากนั้นก้มหน้าส่งเสียงจี๊ดๆ
เบาๆ
เยลสามารถรู้สึกได้ถึงความเศร้าและเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของบีบี
แม้ว่าบีบีจะเป็นอสูรเวทตัวหนึ่ง
แต่ปัญญาของมันไม่ต่ำทรามกว่ามนุษย์
“ฟุ่บ”
ร่างของบีบีเหมือนกับกระพริบและจากนั้นมันหายไปต่อหน้าต่อตาเยลทันที
เยลตกใจ
“คุณชายเยล”
บริวารที่อยู่ใกล้พูดเบาๆ
“กลับกันเถอะ ไปพบลุงรองของข้า” เยลลุกขึ้นยืนทันทีและสั่งคนของเขา
ภายในห้องส่วนตัวที่เงียบสงัดบนชั้นเก้าของโบสถ์เจิดจรัส ลินลี่ย์ถูกจับโยนเข้าไปข้างในห้องเหมือนกับสุนัขตาย
การที่ลินลี่ย์ถูกจองจำอยู่ภายในโบสถ์เจิดจรัสเป็นข้อพิสูจน์ว่า
ศาสนจักรเจิดจรัสเห็นคุณค่าความสำคัญลินลี่ย์มากขนาดไหน
โบสถ์เจิดจรัสคือหัวใจของศาสนจักรเจิดจรัส
นี่คือสถานที่ซึ่งแม้แต่นักสู้ระดับเซียนก็ยังไม่กล้าบุกรุกเข้ามา
“อา..”
เกล็ดบนตัวของลินลี่ย์ทั้งหมดได้หดกลับเข้าไปในตัวแล้ว สภาพร่างกายปัจจุบันของลินลี่ย์นี้
เปรอะไปด้วยเลือด และตามตัวเขามีบาดแผลหนักถึงสิบแห่ง บาดแผลทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์ บาดแผลที่มองเห็นนี้นับว่าสาหัสมาก
แต่บาดแผลภายในของเขายังหนักหนาสาหัสมากกว่านั้น
กระดูกแขนขาของเขาหักทั้งหมด ลินลี่ย์ได้แต่กัดฟันพยายามขยับเขยื้อนร่างกาย แต่ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือพิงศีรษะเข้ากับผนัง
“ลินลี่ย์”
เดลิน โคเวิร์ทลอยออกมาจากแหวนมังกรขนด เขามองดูลินลี่ย์ และสายตาเขาเต็มไปด้วยความรักเวทนา
แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ปู่เดลิน” ลินลี่ย์มองดูเดลิน โคเวิร์ท
เดลิน โคเวิร์ทลอบถอนหายใจตรงมาหาลินลี่ย์ “ลินลี่ย์
เจ้ารู้สึกสำนึกเสียใจบ้างหรือไม่?”
“เสียใจน่ะหรือ?”
ลินลี่ย์ส่ายหัว “ไม่เลย
ความจริงในชีวิตนี้ข้ามีความปรารถนาอยู่สองอย่าง
ประการแรก ฟื้นฟูความรุ่งเรืองของตระกูลข้าให้กลับคืนมา ประการที่สอง เข้าถึงพลังที่สูงสุดและฝึกฝนจนข้าสามารถไปถึงระดับนั้นได้ แต่ถ้าไม่ล้างแค้นเสียก่อน
ข้าอาจจะหลับตาไม่ลง ข้าคงทรมานไปทั้งชีวิต”
เดลิน โคเวิร์ทพยักหน้า
เขาเข้าใจสภาพจิตใจลินลี่ย์เป็นอย่างดี
“ข้าแพ้ หึหึ
ข้าแพ้”
ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ
เขาเจ็บไปทั้งตัว ในตอนนี้
คนส่วนใหญ่สามารถเหยียบย่ำเขาได้อย่างง่ายดาย
เขาแพ้!
เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว ลินลี่ย์รู้ตัวทันที
เขาแพ้
และความพ่ายแพ้ก็หมายถึงความตาย
ลินลี่ย์รู้เรื่องนี้มานานแล้ว ในโลกนี้มีคนตายมากมายทุกวัน ลินลี่ย์ไม่เคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ตาย
“ลินลี่ย์! เจ้าอาจไม่ตายก็ได้” เดลิน โคเวิร์ทกล่าว
“หือ?”
ลินลี่ย์มองดูเดลิน โคเวิร์ทด้วยความสงสัย
เดลิน โคเวิร์ทหัวเราะอย่างใจเย็น “ถ้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ต้องการฆ่าเจ้า
ก็คงฆ่าเจ้าไปนานแล้ว
เป็นไปได้ยังไงที่เขาต้องลงมือกับเจ้าหลายครั้งครา
และยังไว้ชีวิตเจ้าอีกด้วย?... นอกจากนี้ เจ้าไม่ได้ใคร่ครวญถึงความจริงที่ว่า
ผู้ครองอาณาจักรเกือบทั้งหมดเรียกความสนใจได้น้อยกว่าเจ้า”
ทันใดนั้นลินลี่ย์เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง
“จอมเวทอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนที่สองในประวัติศาสตร์
คนที่มีแนวโน้มจะได้เป็นมหาจอมเวทระดับเซียนได้
และตอนนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยังพบว่าเจ้าเป็นนักรบเลือดมังกรอีกด้วย
ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าเขาคงไม่อาจตัดใจฆ่าเจ้าได้ในตอนนี้ นักรบเลือดมังกรเป็นหนึ่งในสุดยอดนักรบ
เมื่อย่างเข้าสู่ขอบเขตระดับเซียน
เจ้าจะเป็นนักสู้ระดับเซียนที่ทรงพลังที่สุด
ว่ากันเฉพาะเรื่องพลังโจมตีแล้วเจ้ามิได้ด้อยไปกว่าตัวจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด!”
เดลิน โคเวิร์ทกล่าวด้วยความมั่นใจ
สุดยอดนักรบที่น่ากลัวมาก
ผู้คนส่วนใหญ่
เมื่อเข้าสู่ขอบเขตระดับเซียนจะต้องก้าวหน้าผ่านระดับขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง
แต่เมื่อเข้าสู่ขอบเขตระดับเซียน
สุดยอดนักสู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่างมังกรจะเป็นนักสู้ชั้นเซียนระดับสูงที่กอปรไปด้วยพลังรับและรุกอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้แต่ในหมู่นักสู้ระดับเซียนชั้นสูง
สุดยอดนักรบอาจทรงพลังที่สุดในหมู่นักสู้เหล่านั้น
“อัจฉริยะอย่างเจ้า ไฮเดนส์จะไม่ยินยอมฆ่าเจ้า
เว้นเสียแต่ไม่มีตัวเลือกพร้อมไว้ใช้งาน”
หลังจากพูดจบเดลิน โคเวิร์ทก็กลับเข้าไปอยู่ในแหวนมังกรขนด
หัวใจของลินลี่ย์สงบมาก
เป็น หรือตาย?
สิ่งที่ลินลี่ย์กังวลอย่างแท้จริงก็คือการแก้แค้น
“ข้าเกรงว่าแม้เขาจะไว้ชีวิตข้า ไฮเดนส์ก็คงไม่ยอมให้ข้าสังหารเคลย์เป็นแน่” ลินลี่ย์รู้ดีว่าการสังหารเคลย์พลาดในวันนี้
ทำให้ในอนาคตคงเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะฆ่าเคลย์ได้ ถ้าลินลี่ย์ไม่สามารถฆ่าเคลย์ได้
ใจของลินลี่ย์คงไม่มีวันยอมรับได้
“ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่ข้าจะล้างแค้นได้สำเร็จ”
ลินลี่ย์รู้สึกจนใจ
ในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์นั่งอยู่บนที่นั่งอย่างสงบ
กิลเยโมจ้องมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ด้วยความตกใจ “ข้าแต่องค์จักรพรรดิ
ปีศาจนั่นคือลินลี่ย์หรือ? แต่...
แต่ว่า...”
ในตอนแรก กิลเยโมไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือลินลี่ย์ แต่หลังจากเกล็ดมังกรหดกลับเข้าไปในตัว
กิลเยโมจึงพบสถานะของเขา นั่นจึงทำให้เขาตกตะลึงไปหมด
“นั่นไม่ใช่ปีศาจ นั่นคือนักรบเลือดมังกร!” ไฮเดนส์จ้องมองกิลเยโมอย่างสงบ
กิลเยโมสะดุ้ง แต่จากนั้นก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว “จริงสินะ...
ตระกูลบาลุคก็คือตระกูลนักรบเลือดมังกร
แต่ว่าเป็นเวลาเกินกว่าพันปีแล้วที่ตระกูลนักรบเลือดมังกรได้สร้างนักรบเลือดมังกรออกมา
คิดไม่ถึงเลยว่า ว่า...ว่า ลินลี่ย์... ข้าแต่องค์จักรพรรดิ..
นั่นคือนักรบเลือดมังกรจริงๆ หรือ?”
เมื่อนึกถึงว่าลักษณะของลินลี่ย์นั้นน่ากลัวเพียงไหน กิลเยโมรู้สึกว่าใจของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย
“อาจจะเป็นรุ่นกลายพันธุ์ก็ได้
แต่น่าจะเป็นร่างแปลงของนักรบเลือดมังกรแน่นอน ไม่อย่างนั้นระดับพลังจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ยังไง?” ไฮเดนส์พูดอย่างสงบ “ศักยภาพของเจ้าลินลี่ย์นี้ยิ่งใหญ่จริงๆ แม้ในตอนนี้เขาจะมีความผิดขั้นอุกฉกรรจ์ก็ตาม
แต่ว่ามีคนภายนอกจำนวนน้อยนักที่รู้ว่าปีศาจนั่นความจริงก็คือลินลี่ย์”
กิลเยโมเข้าใจความหมายของไฮเดนส์ทันที
ศักยภาพของลินลี่ย์ยิ่งใหญ่เกินไป?
กิลเยโมถอนหายใจให้กับตนเอง ศักยภาพของลินลี่ย์น่ากลัวมาก
ไม่เพียงแต่ศักยภาพของเขาในฐานะจอมเวทที่เหลือเชื่อเท่านั้น เขายังเป็นสุดยอดนักรบอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน นับได้ว่าเป็นคนที่น่าหวาดหวั่นมาก ถ้าคนอย่างนั้นรั้งอยู่ในศาสนจักรเจิดจรัสหลายสิบปี
ศาสนจักรเจิดจรัสก็แทบจะมั่นใจได้เลยว่าจะได้สุดยอดนักรบเพิ่มมาอีกคน
“ข้าแต่องค์จักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์ คนอื่นๆทุกคน พูดว่ามันเป็นปีศาจ นอกจากพวกมือปราบที่ลากตัวลินลี่ย์กลับมาแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าปีศาจตนนี้คือลินลี่ย์”
กิลเยโมรายงานด้วยความเคารพ
“โอว..สี่คนนั้นน่ะหรือ
จัดการพวกเขาด้วย” ไฮเดนส์พูดเย็นชา
“พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
กิลเยโมพูดอย่างนอบน้อม “นับเป็นความโชคดีของพวกเขาได้สามารถกลับสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้าได้”
จากนั้นกิลเยโมพูดเบาๆ
“จริงสิ, ฝ่าบาท ยังมีอีกคนที่รู้ว่าปีศาจนั่นความจริงคือลินลี่ย์”
“เจ้าหมายถึง..เคลย์สินะ?” ไฮเดนส์พูดนุ่มนวล
“พะย่ะค่ะ, ฝ่าบาท”
กิลเยโมกล่าวและพูดด้วยความสงสัย “เห็นได้ชัดว่า
ลินลี่ย์นี้มีความแค้นกับเคลย์อย่างลึกซึ้ง มิฉะนั้นเขาคงไม่ลงมือฆ่าคนขนาดนี้เป็นแน่ ฝ่าบาท!
เคลย์เป็นผู้ครองอาณาจักรเฟนไล
ถ้าเราต้องการรักษาลินลี่ย์ไว้ เราอาจต้องคุยกับเคลย์ก่อน”
“ถูกแล้ว,
เราควรจะได้คุยกันก่อน”
รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของไฮเดนส์ “ข้าสงสัยมากจริงๆ มีความแค้นลึกซึ้งอะไรกันนักหนา
ถึงได้ทำให้ลินลี่ย์เป็นปฏิปักษ์กับเคลย์?”
ในเวลาเย็น เคลย์เดินทางมาถึงชั้นบนของโบสถ์เจิดจรัส
“ถวายบังคม
องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์” เคลย์ค้อมตัวคำนับ
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์นั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่แล้วกำลังเจาะคัมภีร์หนาสองสามเล่ม เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้ามอง “เคลย์ ในความคิดเห็นของเจ้า
ใครสำคัญมากต่อสหภาพศักดิ์สิทธิ์มากกว่ากัน ระหว่างเจ้ากับลินลี่ย์?”
หัวใจของเคลย์เต้นแรง
“องค์จักรพรรดิหมายความว่าจะเก็บลินลี่ย์ไว้หรือ?” หัวใจของเคลย์เริ่มเดือดดาล
หลังจากประสบกับเหตุการณ์นี้
เขารู้แล้วว่าบิดาและมารดาของลินลี่ย์ถูกฆ่าตาย ซึ่งต้นเหตุก็มาจากเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนลงมือด้วยตนเอง
แต่ว่าถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อความตายของบิดามารดาของลินลี่ย์
บางทีเคลย์อาจต้องรับผิดถึงเก้าในสิบส่วน
ปีนั้นในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะเคลย์ตัดสินใจลักพาตัวมารดาของลินลี่ย์และเสนอนางขึ้นไป
แล้วนางจะพบจุดจบถึงตายได้อย่างไร? บิดาของลินลี่ย์จะตายได้อย่างไร?
เคลย์จำได้ชัดเจนว่าท่าทีเกลียดชังปรากฏในดวงตาลินลี่ย์ที่ไม่ลดทอนลงเลย
แม้ว่าลินลี่ย์จะถูกลากตัวออกไปหลังจากถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เล่นงานบาดเจ็บหนัก
“ลินลี่ย์นี้จะต้องสู้กับข้าจนกว่าเราจะตายกันไปข้างหนึ่ง เขาจะไม่ยอมให้ข้ามีชีวิตต่อไป”
เคลย์รำพึงกับตนเอง
“เคลย์,
โลกภายนอกเชื่อกันหมดว่ามันเป็นปีศาจตัวหนึ่ง
ไม่มีใครรู้ว่ามันคือลินลี่ย์ใช่ไหม?” ไฮเดนส์มองดูเคลย์
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้
เคลย์ยิ่งมั่นใจในความตั้งใจของของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เขารีบกล่าวว่า “ข้าแต่องค์จักรพรรดิ ลินลี่ย์นั้นมีพรสวรรค์ที่เหลือเชื่ออย่างแท้จริง
เป็นไปได้ว่าเขาคืออัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่หลายพันปีจึงจะปรากฏมีครั้งหนึ่ง เป็นทั้งจอมเวทและนักรบทั้งสองอย่าง เขาจึงเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง นับเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ดีว่าพระองค์ปรารถนาจะได้เขาไว้ใช้งานในศาสนจักรเจิดจรัส แต่...
เหมือนกับถูกกำหนดไว้แล้วว่าเขาจะไม่ยอมรับใช้ศาสนจักรของเรา”
คำพูดจากปากของเคลย์ทำให้ไฮเดนส์ขมวดคิ้ว เขาจ้องมองเคลย์อย่างเย็นชา
หัวใจเคลย์สะท้านด้วยความกลัว
แต่เขารู้ว่าถ้าลินลี่ย์ไม่ตาย
อย่างนั้นเขาคงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลย
“ฝ่าบาท พระองค์ทราบสาเหตุที่ลินลี่ย์ต้องการสังหารข้าพระบาทไหมพระเจ้าค่ะ?” เคลย์รีบกล่าว
“จงสรุปมา”
ไฮเดนส์กล่าวเย็นชา
เคลย์พูดทันที “ฝ่าบาท
เหตุที่ลินลี่ย์ต้องการสังหารข้าพระบาทเป็นเพราะเรื่องเมื่อสิบสองปีก่อน
ข้าพระบาทส่งคนไปลักพาตัวมารดาของลินลี่ย์ และจากนั้นบิดาของเขาก็ตามสืบสาวสาเหตุการหายตัวไปของมารดาเขาและถูกฆ่า มารดาและบิดาของเขาตาย
อาจกล่าวได้ว่าตายเพราะข้าพระบาท”
“ความเกลียดชังที่เกิดขึ้นเพราะความตายของบิดามารดาเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมแน่นอน” ไฮเดนส์พยักหน้า
“แต่ฝ่าบาท! พระองค์จำสตรีเมื่อสิบสองปีก่อนได้ไหม? สตรีผู้นั้นข้าพระบาทส่งมอบให้พระองค์ จริงไหมพระเจ้าค่ะ?” เคลย์มองดูไฮเดนส์
ไฮเดนส์อึ้ง
“เจ้ากำลังบอกว่า...” ท่าทางสีหน้าของไฮเดนส์เปลี่ยนไป
“ถูกแล้ว สตรีผู้นั้นคือมารดาของลินลี่ย์!” เคลย์พูดด้วยเสียงดังก้อง
“ฝ่าบาท ถ้าลินลี่ย์ยังคงอยู่ในศาสนจักรเจิดจรัส อย่างนั้นสถานะของเขาจะสูงส่งยิ่งขึ้น เขาจะเริ่มได้รับรู้ความลับของศาสนจักรเจิดจรัส
เขาจะพบเหตุผลว่ามารดาเขาตายยังไง
ถึงตอนนั้น ยังเป็นไปได้อีกหรือที่เขาจะยังจงรักภักดีต่อศาสนจักร?” เคลย์ระบายลมหายใจด้วยความสบายใจ
เขาเชื่อว่าเมื่อบ่งบอกสถานการณ์ออกไป ไฮเดนส์จะตัดสินใจดำเนินการอย่างเหมาะสม ใช่แล้ว ลินลี่ย์มีศักยภาพสูง แต่ยิ่งมีพลังมาก ลินลี่ย์จะกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อศาสนจักรเจิดจรัสเมื่อเขาค้นพบความจริงแล้ว
“ถ้าเป็นเช่นนี้ก็..น่าเสียดาย ที่ต้องสูญเสียอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ไปจนได้”
ไฮเดนส์ถอนหายใจคราหนึ่ง
3 ความคิดเห็น:
ขอบคุณคับ
จะได้แก้แค้นไหมนี่? สงสัยจริงๆนะ
ซับซ้อนเข้าไปอีก
แสดงความคิดเห็น