ตอนที่ 7-2 สัตว์เลี้ยงเทพลงประทับ
บนชั้นที่เก้าโบสถ์เจิดจรัส
ลินลี่ย์ดูเหมือนถูกทอดทิ้งและถูกลืมไว้ที่นี่ เพียงคนเดียวที่แวะมาก็คือมือปราบของศาลศาสนจักรชุดม่วงหน้าเย็นชา แต่ละวันเขาจะนำเนื้อมาให้เขา แขนและขาของเขาหักหมด
ลินลี่ย์ทำได้แต่เพียงกระเสือกกระสนก้มหัวลงมาที่อาหาร
ภายในคุกที่มืดสลัว
วันคืนผ่านไปวันแล้ววันเล่า
เป็น? หรือตาย?
ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าผลจะลงเอยเช่นไร
แต่ลินลี่ย์ไม่ยอมละทิ้งความหวังที่จะรอดชีวิตง่ายๆ
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้
ลินลี่ย์ใช้เวลาไตร่ตรองหาสาเหตุว่าเพราะเหตุใดความพยายามล้างแค้นของเขาในครั้งนี้ถึงได้ล้มเหลว
เกือบทุกอย่างอยู่ในการคำนวณคาดการณ์ของเขารวมทั้งความมีอยู่ของอสูรเวทของเคลย์ก็อยู่ในแผนการของเขาด้วย แต่ลินลี่ย์คาดไม่ถึงว่าเคลย์จะมีเวทเกราะระดับเซียนคุ้มกันอยู่
การสร้างม่านพลังอาคมยากยิ่งกว่าการร่ายเวทธรรมดา
เพื่อจะสร้างม่านพลังเวทระดับเซียนให้ได้
จำต้องใช้ทั้งพลังวิญญาณและพลังเวทยิ่งกว่าการใช้พลังเวทโดยตรงจากจอมเวทระดับเซียน
ลินลี่ย์ไม่เชื่อว่าเคลย์จะมีเกราะม่านพลังระดับเซียนอยู่ในตัวของเขาเอง
แม้แต่เดลิน โคเวิร์ทก็ยังกล่าว “อย่าว่าแต่เคลย์เลย
มีแนวโน้มว่าแม้แต่พวกคาร์ดินัลแห่งศาสนจักรเจิดจรัสก็คงไม่มีม่านพลังระดับเซียนอยู่กับตนเอง”
และพลังของลินลี่ย์ในฐานะนักรบระดับเก้าในร่างแปลงมังกรแล้วยังผนึกกำลังกับบีบี
เคลย์ก็น่าจะตายอย่างมิต้องสงสัย
แม้ว่าลินลี่ย์อาจจะเร่งรัดแผนการล้างแค้นของเขามากเกินไปบ้าง แต่เขาก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเกือบเต็มร้อย ดังนั้นเกราะชะตานั่นเองที่ทำลายแผนของลินลี่ย์ทั้งหมด
“ใครจะคิดกันว่าผู้ครองอาณาจักรจะมีม่านพลังป้องกันระดับเซียน! ลินลี่ย์ยังไม่อาจทำใจยอมรับได้
เขาไม่อาจยอมรับได้จริงๆ
อุณหภูมิยามราตรีในฤดูหนาวหลายคืนมานี้หนาวเหน็บมาก
มีเพียงไม่กี่คนอยู่บนท้องถนนของเมืองเฟนไล
หนูเงาสีดำตัวหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของสี่แยกจ้องมองโบสถ์เจิดจรัสแต่ไกล
หนูเงายังคงยืนจ้องอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด
ตลอดราตรี หนูเงาน้อยยังคงยืนจ้องอยู่ที่นั่น จนดวงตะวันทอแสง
มันไม่กล้าเข้าไปในโบสถ์เจิดจรัส
เพราะมันรู้ดีว่าโบสถ์เจิดจรัสเป็นสถานที่แม้แต่นักสู้ระดับเซียนก็ยังกลัวที่จะรุกราน
มันเป็นอสูรเวทประเภทหนูตัวหนึ่งคงไม่สามารถหลบหนีได้ ถ้าในที่สุดแล้วมันถูกจับไปด้วย
ลินลี่ย์ก็คงหัวใจสลาย
วันนี้แหละ
“เจ้านาย,
ข้าจะล้างแค้นให้ท่านแน่นอน” บีบีจ้องมองโบสถ์เจิดจรัสเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นก็วูบหายวับไป
ในช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมา
หนูเงาบีบีได้คิดหาวิธีล้างแค้นให้ลินลี่ย์
แต่มันพบว่าเคลย์ในตอนนี้เป็นเหมือนนกหวาดกลัวเกาทัน
เขาไม่เพียงแต่สั่งนักเวทให้ร่ายเวทรอบตัวเขาหลายๆ ชั้นเท่านั้น
เขายังสั่งให้ไกเซอร์รั้งอยู่ข้างตัวเขาตลอด
หนูเงาน้อยจึงไม่มีโอกาสลอบทำร้ายเขาแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม บีบีมีความอดทนมาก
มันยังรอต่อไปอย่างอดทน
มันจะรอจนกระทั่งถึงวันที่เคลย์ประมาท
และตอนนั้นมันจะปรากฏตัวทันทีและขย้ำเคลย์ล้างแค้นให้ลินลี่ย์
เที่ยงคืนวันที่ 28 ธันวาคม
“แคล้ง!”
ประตูห้องขังลินลี่ย์ถูกกระชากเปิดออก
และบาทหลวงสองคนก้าวเข้ามา ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้เย็นชาและน่ากลัวเหมือนมือปราบของศาลศาสนจักร และพวกเขายังนำเปลสนามเข้ามาด้วย พวกเขาวางลินลี่ย์ไว้บนสนามอย่างระมัดระวัง
จากนั้นจึงยกลินลี่ย์ไป
“พวกเจ้าจะทำอะไร?” ลินลี่ย์มองดูบาทหลวงทั้งสองคนอย่างเย็นชา
เมื่อนึกถึงว่าลินลี่ย์สังหารคนในอดีตที่ผ่านมาอย่างไร ใจของบาทหลวงทั้งสองคนรู้สึกกลัวเขา
“ใต้เท้าลินลี่ย์,
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เตรียมจะรักษาอาการบาดเจ็บของท่าน” นักบวชหญิงพูดเสียงนุ่มนวล
“รักษาอาการบาดเจ็บของข้า?”
หัวใจลินลี่ย์เต้นแรง
“เป็นไปได้ไหมว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะยอมปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่จริงๆ?” ลินลี่ย์ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่น ยังคงนิ่งเงียบอยู่
เขาปล่อยให้บาทหลวงทั้งสองนำเขาขึ้นบันไดไปที่ชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส ผ่านไปชั้นแล้วชั้นเล่า...
ในที่สุด
บาทหลวงทั้งสองคนก็พาลินลี่ย์มาถึงชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส ตอนนี้ในชั้นนี้มีแต่ความว่างเปล่า ในท่ามกลางห้อง มีปะรำพิธีรูปดาวแปดเหลี่ยมเวทที่ดูซับซ้อน
ในแต่ละมุมเหลี่ยมจะมีโยคีเท้าเปล่าผมกระเซิงสวมผ้ากระสอบนั่งอยู่เงียบๆ
ในตอนกลางของปะรำพิธีดาวแปดเหลี่ยมมีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์ยืนอยู่ เขาสวมชุดขาวเลิศหรูดูสง่างาม
ที่ด้านบนสุดของชั้นดาดฟ้านี้
มีคาร์ดินัลสามคนและผู้ช่วยตุลาการสองคน กับมือปราบของศาลศาสนจักรอีกหกคน ทั้งหมดนี้เป็นนักสู้ระดับเก้า ใครๆ ก็สามารถบอกได้ว่าศาสนจักรเจิดจรัสทรงอำนาจขนาดไหน
เพราะสามารถเรียกนักสู้ระดับเก้ามาใช้ได้มากมาย
“วางเขาลง ตอนนี้พวกเจ้าไปได้แล้ว” กิลเยโมพูด
“ขอรับ”
บาทหลวงทั้งสองคนไม่กล้าหายใจดัง ตอนนี้
ภายในห้องนี้ มีโยคีผู้ทรงพลังน่าอัศจรรย์ มือปราบของศาลศาสนจักรผู้ลึกลับ,
คาร์ดินัลสามคนและผู้ช่วยตุลาการอีกสองคน
คนเหล่านี้เป็นคนสำคัญทั้งหมด มีตำแหน่งสำคัญ
หลังจากวางลินลี่ย์แล้ว
บาทหลวงทั้งสองคนรีบแสดงความเคารพและเดินออกมา แล้วปิดประตูไว้เบื้องหลังพวกเขาทันที
ลินลี่ย์นอนอยู่เปลสนามกวาดสายตามองดู
ลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าแต่ละคนที่อยู่ที่นี่มีพลังเหลือเชื่อและน่าทึ่ง
ทุกคนอย่างน้อยก็เป็นนักสู้ระดับเก้าหรืออาจสูงกว่า “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ท่านตั้งใจจะทำอะไร?” ลินลี่ย์พูดเสียงแหบแห้ง
ไฮเดนส์ชำเลืองมองลินลี่ย์ เขาหัวเราะอย่างใจเย็นและกล่าว “ลินลี่ย์! แม้ว่าครั้งนี้เจ้าจะก่อความผิดอุกฉกรรจ์
แต่หลังจากได้พิจารณาภายในศาสนจักรแล้ว
เราตัดสินใจให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง
ตอนนี้เราเตรียมดำเนินการใช้เวทเพื่อรักษาบาดแผลของเจ้าด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”
ถ้าลินลี่ย์มีประสบการณ์เกี่ยวกับเวทแสงอยู่บ้าง
เขาคงเห็นพิรุธในคำกล่าวอ้างของไฮเดนส์อย่างรวดเร็ว
“ปู่เดลิน!
ดูเหมือนว่าโบสถ์เจิดจรัสกำลังวางแผนการใหญ่บางอย่าง” ลินลี่ย์สนทนาทางใจกับเดลิน โคเวิร์ท
“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?” เดลิน โคเวิร์ทยังคงรอบคอบมากไม่ได้ปรากฏออกมา
และไม่กล้าแสดงแม้กระทั่งคำแนะนำทางจิตของเขา
ไฮเดนส์เป็นนักสู้ระดับเซียนชั้นสูง ถ้าเดลิน โคเวิร์ทออกมาจากแหวนมังกรขนด
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะตรวจพบเขาได้แน่นอน
“มีคนอยู่รอบๆ
ราวยี่สิบคน และคนที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นนักสู้ระดับเก้า
มีโยคีแปดคนและจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่ในวงเวทดาวแปดเหลี่ยม” ลินลี่ย์รายงาน
เดลิน โคเวิร์ทมีประสบการณ์มากกว่าลินลี่ย์นัก “ลินลี่ย์!
ถ้าพวกเขาต้องการให้ร่างกายเจ้าฟื้นฟูเต็มที่
นักสู้ระดับเซียนเพียงคนเดียวใช้เวทแสงก็เพียงพอจะฟื้นฟูร่างกายเจ้าได้เต็มที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนทำเช่นนี้ ข้าคิดว่าพวกเขาต้องวางแผนอัญเชิญพลังงานของมหาเทพแห่งแสง
ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำพิธีดังกล่าวให้ยุ่งยากซับซ้อน”
มีมหาเทพแห่งแสงมากกว่าหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมหาเทพเจิดจรัสเป็นเทพที่ทรงพลังที่สุดในเทพเหล่านั้น
“อัญเชิญพลังของมหาเทพ?”
ลินลี่ย์ตกตะลึงหนัก “พวกเขาตั้งใจใช้พลังของมหาเทพกับข้าหรือ? พวกเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”
“ข้าก็ไม่มั่นใจ”
ในยุคของเดลิน โคเวิร์ท
ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงายังค่อนข้างเล็กและอ่อนแอ
ไม่มีอะไรมากไปกว่าศาสนาสองลัทธิในบรรดาหลายศาสนาในจักรวรรดิพูเอนท์ ตอนนั้นศาสนจักรเจิดจรัสมียอดฝีมือน้อยมาก
และมีคนยังไม่มากเท่ากับวันนี้
“องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ได้เวลาแล้ว”
กิลเยโมเรียนด้วยความเคารพ
ไฮเดนส์เงยหน้ามองดูท้องฟ้า จากนั้นจึงพยักหน้า
“เราเริ่มกันได้” ไฮเดนส์พูดอย่างใจเย็น
แสงสีขาวเปล่งออกมาจากร่างของโยคีทั้งแปดที่นั่งอยู่ในมุมของปะรำดาวแปดเหลี่ยม คลื่นพลังเวทแห่งแสงลอยเข้ามาในใจกลางปะรำพิธี ปะรำพิธีเวททั้งหมดเปล่งแสงสว่างขึ้นทันที ที่เบื้องหน้าไฮเดนส์
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สีทองปรากฏขึ้นทันที ขณะที่ตัวไฮเดนส์เองเริ่มเรืองแสงสีทอง
ไฮเดนส์เปิดคัมภีร์หน้าแรก
“โอวมหาเทพ,
พระองค์คือผู้ประทานทุกสิ่งทุกอย่างให้เรา”
ไฮเดนส์กล่าวเสียงนุ่มนวล
แต่เสียงของเขาดังก้องในใจทุกคนเหมือนพายุฟ้าคะนอง
ขณะเดียวกันแสงเรื่อเรืองจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มสว่างสดใส และแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางปะรำก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ลำแสงสองสายตัดกัน
“เปรี๊ยะ, เปรี๊ยะ!”
แนวแสงตรงสมบูรณ์แบบยิงขึ้นไปทะลุผ่านยอดแหลมของโบสถ์เจิดจรัส จากนั้นจางหายไปในความมืดยามราตรี
ทุกคนในเมืองเฟนไลสามารถเห็นแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ได้ชัดเจนซึ่งมีเกลียวแสงสีทองพันรอบทะลุผ่านเมฆ
ภายในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส
ทันใดนั้นไฮเดนส์หันมามองดูลินลี่ย์
ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าพลังที่เข้มข้นมากได้ยกตัวเขาขึ้นทำให้เขาค่อยๆ
ลอยขึ้นไปในอากาศ
ลินลี่ย์ลอยมาอยู่ตรงกลางปะรำพิธีเวทเหนือศีรษะไฮเดนส์โดยตรง
“ข้าแต่มหาเทพ,
พระองค์ทรงกรุณาและรักเมตตาทุกคนในโลกนี้ และในทางกลับกัน เราต้องศรัทธาในพระองค์”
ไฮเดนส์เงยหน้า
ประกายที่ศักดิ์สิทธิ์ไร้ตำหนิฉายออกมาจากใบหน้าของเขา
“ครืนนน”
อากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัสเริ่มสั่นสะเทือน
เมฆแสงสีขาวเริ่มรวมตัวกันในอากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัสครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง หลายๆ คนในเมืองเฟนไลเริ่มสังเกตเห็น
“ถ้ามีคนทรยศพระองค์ มหาเทพ
อย่างนั้นพระองค์ควรจะดึงเอาทุกอย่างออกมาจากพวกมัน แต่คนผู้มีศรัทธาในพระองค์ ก็ควรได้รับความรักความเมตตาของพระองค์” ไฮเดนส์พลิกคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หน้าต่อไป “บึ้ม!”
โลกสั่นสะเทือน
ในอากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัส ราตรีที่มืดมิดแตกสลายไปเพราะเมฆแสงสว่าง ในท่ามกลางเมฆแสงสว่าง
มีรอยแยกมิติปรากฏอยู่รอยหนึ่ง และเส้นแสงสีขาวยิงออกมาจากรอยแยกด้วยความเร็วสูง
“วีดดดด”
ลำแสงสีขาวปรากฏขึ้นอย่างสง่างามทำให้หัวใจคนเต็มไปด้วยความยำเกรง แสงได้ฉายทะลุผ่านยอดแหลมของโบสถ์เจิดจรัสลงมาที่ตัวลินลี่ย์ที่ยังลอยอยู่ในกลางอากาศใจกลางปะรำพิธี
ภายในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส
ไฮเดนส์, โยคีทั้งแปด, คาร์ดินัลทั้งสาม,
ผู้ช่วยตุลาการสองคนและมือปราบพิเศษหกคนเงยหน้ามองดูลินลี่ย์ พลังอำนาจในลำแสงสีขาวเติมเต็มใจของไฮเดนส์ที่เต็มไปด้วยความนอบน้อมยำเกรง
แม้ว่าจะเป็นพลังสวรรค์
แต่พลังนี้ก็มาจากมหาเทพเจิดจรัสเอง
แสงสีขาวฉายผ่านร่างของลินลี่ย์และทั่วทั้งตัวลินลี่ย์ก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวเช่นกัน ขณะเดียวกัน
ร่างของลินลี่ย์เริ่มฟื้นฟูด้วยความเร็วที่น่าประหลาดใจ ในชั่วพริบตา
กระดูกที่แตกหักและบาดแผลทั่วทั้งตัวก็ได้รับการรักษา สภาพร่างกายได้รับการฟื้นฟูจนดีกว่าเดิม
“อา!”
วิญญาณของลินลี่ย์คราง
เมื่อแสงสีขาวเข้าไปในตัวลินลี่ย์ การรักษาเริ่มมีผลข้างเคียง
เป้าหมายแรกของรังสีขาวนี้ก็คือวิญญาณของลินลี่ย์
เห็นได้ชัดว่าลำแสงขาวนี้ต้องการจะชำแรกเข้าไปรวมกับวิญญาณของลินลี่ย์
เมื่อพลังเทพนี้รวมกับวิญญาณของลินลี่ย์
อย่างนั้นลินลี่ย์จะไม่มีทางดิ้นรนหลุดพ้นการควบคุมของมหาเทพเจิดจรัสและจะกลายเป็นบริวารผู้ภักดีตลอดไป
แต่ขณะที่เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินไป
พลังมหาศาลได้ทะลักออกมาจากแหวนมังกรขนดบนนิ้วมือของลินลี่ย์
ผ่านเข้าร่างลินลี่ย์วิ่งเข้าสู่สมองของเขา
พลังที่น่าสะพรึงกลัวล้อมรอบพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายลินลี่ย์และเริ่มกลืนกินและปัดเป่ามันออกไปอย่างรวดเร็ว
แล้วจากนั้น พลังที่คาดไม่ถึงนั้นระเบิด
แล้วโคจรรอบตัวลินลี่ย์อีกครั้งหนึ่งก่อนจะกลับเข้าไปในแหวนมังกรขนด
“ปู่เดลิน,
เกิดอะไรขึ้น?” ลินลี่ย์ถามอย่างแตกตื่น
“ไม่รู้,
พลังนั่นเป็นของแหวนมังกรขนดเอง
พลังนั่นทรงพลังน่ากลัวเหลือเกิน
มันน่ากลัว... ทรงพลังน่ากลัว น่ากลัวจริงๆ” เดลิน
โคเวิร์ทตกใจกังวลและพูดย้ำสามครั้งว่า น่ากลัว
เดลิน โคเวิร์ทครอบครองแหวนมังกรขนดมานานถึงห้าพันปีแล้ว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังยอดเยี่ยมไร้เทียมทานนั้นจะนอนนิ่งอยู่ในแหวน
เดลิน
โคเวิร์ทมั่นใจแน่นอนว่าถ้าพลังนั่นใช้โจมตีคนผู้ใดก็ตาม
ต่อให้เป็นนักสู้ระดับเซียนชั้นสูงถึงสิบคนก็คงถูกบดขยี้เป็นธุลีในพริบตา
“พลังระเบิดนี้มาจากไหน
และมันคืออะไร? แม้แต่ข้า
ที่เป็นเจ้าของและเจ้านายครอบครองแหวนนี้ก็ยังไม่รู้สึกและควบคุมได้เลยแม้แต่น้อย”
ลินลี่ย์รู้ดีว่าพลังนี้ไม่มีทางใช้ออกได้ง่ายๆ ในอดีตเดลิน
โคเวิร์ทก็สวมแหวนนี้ไว้กับตัวมาเกินกว่าพันปีในตอนที่เขายังมีชีวิต แต่เขาไม่เคยค้นพบพลังระเบิดนี้เลย
ขณะที่เหตุนี้เกิดขึ้น
ทุกคนที่อยู่ในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัสประหลาดใจกันไปตามกัน จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์, โยคีทั้งแปด,
คาร์ดินัลทั้งสาม, ผู้ช่วยตุลาการสองคนและมือปราบทั้งหกคนจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ
พวกเขาสามารถบอกได้ว่าร่างกายของลินลี่ย์ไม่ได้แสดงว่ายอมรับการอาบแสงศักดิ์สิทธิ์เลย ไม่มีผนึกเจิดจรัสอยู่บนหน้าผากของเขา
“นี่เป็นไปได้อย่างไร? ล้มเหลวหรือนี่?” ไฮเดนส์ตะลึงจ้องมองลินลี่ย์
1 ความคิดเห็น:
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น