เล่ม 13 เกบาโดส – ตอนที่ 39 วาดขาบนตัวงู
ร่างทั้งสิบสองของเนฟเดิมทีใช้ขาโจมตี และไม่ได้ใช้อาวุธเทพช่วย
เพราะเนฟไม่ต้องการเปิดเผยร่างจริงกับลินลี่ย์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากลินลี่ย์ฟันใส่ร่างจริงของเขาด้วยดาบหนักอดาแมนเทียม
ร่างจริงของเนฟจึงต้องพลิกมือใช้หอกดำในมือของเขา
“วืดดด!” มิติบิดเบี้ยว
“แคล้ง!”
ดาบหนักอดาแมนเทียมและปลายหอกดำปะทะกัน
และคลื่นเงาลวงตาสีเทา
พลังของดาบไม่สนใจพลังป้องกันของเนฟและเข้าไปในร่างของเนฟ นี่คือพลังดาบคลื่นสลายที่พัฒนาอย่างมากมาย ลินลี่ย์ได้ก้าวหน้าขึ้นมากหลังจากหลอมรวม ‘แก่นธาตุดิน’ และ ‘พลังเต้นของชีพจรโลก’
“ตาย!” ขณะเดียวกันที่เนฟควบคุมพลังจิตของเขาป้องกันดาบคลื่นสลาย เขาใช้ร่างอื่นๆ โจมตีลินลี่ย์
ต่อให้เขาตายเขาจะต้องฆ่าลินลี่ย์ให้ได้!
นอกจากนี้เนฟยังไม่สนใจการโจมตีนี้ของลินลี่ย์มากนัก ขณะที่เนฟเห็น... พลังโจมตีทางจิตของลินลี่ย์จะทรงพลังมากสักเพียงไหนเชียว?
เป็นไปได้ว่าเขาก็แค่ควบคุมและสร้างคลื่นพลังจิตสร้างเป็นพลังโจมตี อย่างไรก็ตามเนฟคิดผิด!
จังหวะชีพจรหนาแน่นนับไม่ถ้วนของพลังจิต
เต้นพร้อมกับชีพจรโลก แฝงอยู่ในนั้นทั้งหมด
“ครืนนน...”
ชีพจรของพลังจิตจากดาบคลื่นสลายนับไม่ถ้วนบดขยี้แนวป้องกันพลังจิตของเขา
ทำลายผ่านไปได้เหมือนกับว่าปะทะกับไม้ผุ
และเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของเนฟ
กระแทกใส่ประกายเทพที่ส่องแสงสีเขียวอย่างรุนแรง
เนฟรู้สึกทันทีว่าแรงสั่นสะเทือนรุนแรงดังมาจากวิญญาณของเขา จากนั้นเนฟสูญเสียสัมปชัญญะ
ขณะนั้นเอง...
รังสีขาวนับไม่ถ้วนปรากฏฉายออกมาจากทุกที่
และร่างทั้งสิบสองของเนฟถูกแสงตรึงไว้ไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาไม่สามารถโจมตีลินลี่ย์ได้แม้แต่น้อย
“ฮะฮะ, ลินลี่ย์”
เสียงหัวเราะนุ่มนวลดังขึ้น
บุรุษหนุ่มรูปงามปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าลินลี่ย์กับบีบี
“ลอร์ดแอดกินส์”
ลินลี่ย์ค่อนข้างประหลาดใจ
ทำไมแอดกินสผู้นี้ถึงได้โผล่ออกมากะทันหัน? อย่างไรก็ตามลินลี่ย์ก็ยังกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณที่ท่านยื่นมือช่วยเหลือ,
ลอร์ดแอดกินส์”
แอดกินส์รู้สึกยินดีในใจ
ตั้งแต่วันที่เขาแผ่สำนึกเทพออกไปตรวจดูจักรวรรดิโรฮอลท์
และบังเอิญไปสดุดกับคำพูดที่แดนนี่พูดกับบริวารและพูดคุยแผนที่เนฟจะฆ่าลินลี่ย์ แอดกินส์จึงเตรียมตัว เขาตั้งใจซ่อนตัวอยู่ภายในหุบเขาข้างๆ เนฟ
เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อให้มีโอกาสช่วยลินลี่ย์
เพื่อจะให้ลินลี่ย์และบีบีรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อเขา!
การสร้างมิตรภาพกับบีบีเป็นงานสำคัญมากที่อยู่ในใจของแอดกินส์ เนื่องจากลอร์ดบลูไฟร์มาถึงทวีปยูลาน ถ้าเขา
แอดกินส์ยังต้องการจะได้รับสมบัติของสุสานเทพเจ้า โอกาสเดียวของเขาก็คือ เป็นมิตรกับเบรุต
“ข้าแค่ผ่านมา
แต่ข้าพบว่า...”
แอดกินส์ยังคงยิ้ม
แต่ขณะพูดไปได้ครึ่งประโยค
เสียงของลอร์ดแอดกินส์ก็ชะงักทันที
เขาพบว่าสิบเอ็ดร่างในสิบสองของเทพแท้ ‘เนฟ’ ผู้นี้สลายหายไป
กลายเป็นแก่นธาตุลมและสลายหายไป
เนื่องจากร่างแท้ของเนฟนอนแผ่หลาไม่ต่อต้านพันธนาการของเขาแม้แต่น้อย กล้ามเนื้อหน้าของแอดกินส์ถึงกับกระตุก
ตอนนี้เขาค้นพบแล้วว่าวิญญาณของเนฟในร่างเดิมสลายไปแล้ว
มีแต่เพียงประกายเทพที่เหลืออยู่
แอดกินส์หัวเราะอย่างเก้อเขินให้ลินลี่ย์ “ลินลี่ย์! ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะฆ่าเนฟผู้นี้ได้
ไม่ว่าข้าจะลงมือหรือไม่ก็ไม่ต่างกันเลย”
ดาบคลื่นสลายของลินลี่ย์ฆ่าเนฟได้ในท่าเดียว วิญญาณของเนฟสลายไป ดังนั้นร่างอื่นจึงสลายไปด้วยเป็นธรรมดา
ร่างเดิมของเขาไม่ได้โจมตี
แน่นอนว่าลินลี่ย์จะไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย!
แต่แผนเดิมของแอดกินส์ที่ต้องการช่วยเขาในช่วงวิกฤติที่สุด
เพื่อที่ว่าจะทำให้ลินลี่ย์รู้สึกซาบซึ้งต่อเขามาก
แต่ตอนนี้เขาพบว่าการกระทำเช่นนั้นเหมือนกับวาดขาให้กับงู
ไร้ประโยชน์สิ้นเชิง เป็นการกระทำที่เกินจำเป็น
แม้ว่าเขาจะไม่ลงมือก็ตาม! แต่ลินลี่ย์ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
“ข้ายังจะต้องขอบคุณท่านอยู่ดี
ลอร์ดแอดกินส์” ลินลี่ย์พูดพลางยิ้ม ขณะที่เขาพูด ลินลี่ย์หันไปมองบีบี ครั้งนี้คนที่ช่วยเขาไว้อย่างแท้จริงก็คือบีบี ถ้าบีบีไม่ใช้ความสามารถตามธรรมชาติของเขา และระบุถึงร่างแท้ในสิบสองร่างได้
อย่างนั้นลินลี่ย์จะไม่สามารถโจมตีร่างแท้ได้เลย...
อย่างนั้นในการเผชิญหน้ากับการโจมตีจากเทพสายธาตุลมนี้ บางทีร่างลินลี่ย์อาจจะถูกทำลายระเบิดก็ได้
“พี่ใหญ่”
หน้าของบีบีมีรอยยิ้มเช่นกัน
ลินลี่ย์และบีบีไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อกัน
แค่ชำเลืองมองตากันครั้งเดียวก็เพียงพอให้พวกเขาเข้าใจความคิดของกันและกัน
เหตุการณ์ที่อันตรายอย่างนี้เป็นสิ่งที่ลินลี่ย์และบีบีเผชิญมาหลายครั้งแล้ว
“เจ้าฆ่าคนผู้นี้ได้
ทุกอย่างก็เป็นของเจ้า”
แอดกินส์ใช้พลังของเขาควบคุมประกายเทพ,
แหวนมิติเก็บสมบัติและอาวุธเทพของเนฟให้ลอยเข้าหาลินลี่ย์
ลินลี่ย์ไม่ต้องการแสดงความเกรงใจมากนักเก็บของทั้งหมดไว้ในแหวนมิติของเขา
แอดกินส์รู้สึกเสียดายอยู่ในใจ
ตั้งแต่เขาได้รู้ว่าเนฟวางแผนฆ่าลินลี่ย์ เขาจึงเตรียมตัวเพื่อวันนี้อย่างยาวนาน! ตอนนี้,
เขาตั้งใจรอช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดก่อนจะเคลื่อนไหวลงมือ
ใครจะคาดกันเล่าว่าที่เขาทำไปทั้งหมดจะสูญเปล่า?
“ลอร์ดแอดกินส์,
ข้าอยากถาม เคล็ดความรู้ลึกลับที่คนผู้นี้เพิ่งใช้ไปคืออะไร? ทำไมเขาถึงมีร่างแยกมากมาย? และไม่มีทางแยกกลิ่นอายพวกเขาได้ถูก” ลินลี่ย์ถาม
แอดกินส์มีความตั้งใจจะพัฒนามิตรภาพสัมพันธ์กับลินลี่ย์และบีบี
จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะตอบด้วยความเป็นกันเอง
“โอว, คนผู้นี้ใช้วิชาแยกร่างมายาที่เป็นวิชาของกฎธาตุลม พลังเทพของเขาค่อนข้างต่ำ และวิญญาณของเขาไม่แข็งแกร่งนัก การประยุกต์ใช้ก็ยังไม่น่าประทับใจ
เทพชั้นสูงที่ข้ารู้จักสามารถสร้างร่างแยกมายาได้เป็นพันร่าง!”
“ร่างแยกมายาพันร่าง?” ลินลี่ย์ตะลึง
“มากขนาดนั้นแน่นอน
กล่าวโดยทั่วไป ยอดฝีมือสามารถสร้างได้ถึงยี่สิบสามสิบ แต่เขามีเพียงสิบเอ็ด นั่นถือว่าค่อนข้างต่ำ” แอดกินส์พูดอย่างเหยียดหยาม “เท่าที่ข้าเห็น
เป็นไปได้ว่าเขาหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นเทพ ความเข้าใจเรื่องกฎธรรมชาติธาตุลมของเขายังอยู่ในระดับต่ำมาก
พลังของร่างแยกของเขาก็ไม่แข็งแกร่งเช่นกัน
พวกเขาได้แต่ใช้พลังโจมตีของร่างหยาบเท่านั้น นั่นมีประโยชน์กับการสู้กับคนระดับฝีมือต่ำ แต่เมื่อเผชิญกับยอดฝีมือระดับเดียวกัน พวกเขาไร้ประโยชน์”
แอดกินส์หัวเราะเบาๆ
ทันที
“แต่ก็เป็นวิธีที่ดีสำหรับใช้หลบหนี”
ตาของลินลี่ย์ทอประกายวูบ
วิชาแยกร่างและร่างหลักก็ยังเหมือนกันด้วย
ความจริงคนอื่นไม่สามารถบอกความแตกต่างของพวกเขา
ที่สำคัญมีคนอย่างบีบีไม่มากนักที่สามารถระบุได้ว่าร่างใดมีประกายเทพอยู่ภายใน แม้แต่บีบียังต้องได้รับผลกระทบหนักจึงจะทำเช่นนั้นได้
“ลินลี่ย์! ข้าจำเทพตนนี้ได้” แอดกินส์พูดอย่างเต็มใจ
“เขาเป็นใคร? ทำไมเขาถึงต้องการฆ่าข้า?” ลินลี่ย์รีบถาม บีบีฟังอย่างระมัดระวัง ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ลินลี่ย์เจอกับการพยายามลอบฆ่าเอาชีวิตเขามาแล้ว
แอดกินส์กล่าว
“เจ้าจำครั้งล่าสุดได้ไหม
เทพที่ลอร์ดบลูไฟร์ฆ่าตาย?
เทพชั้นสูงนั้นชื่อว่าซาดิสต์ คนผู้นี้เป็นบริวารของซาดิสต์”
แอดกินส์รู้ชื่อซาดิสต์ผ่านการใช้สำนึกเทพตรวจสอบคฤหาสน์ของซาดิสต์
ทำให้เขาได้ยินแดนนี่และคนอื่นๆ คุยสนทนากัน
“เทพชั้นสูงผู้นั้น?
ซาดิสต์?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว
ลินลี่ย์ได้ยินบลูไฟร์ ลีย์ลินบอกเขาว่าคนที่ต้องการฆ่าเขามาจากแดนนรก
“ลินลี่ย์
ข้ายังมีเรื่องจะต้องไปจัดการ ข้าขอตัวก่อน”
แอดกินส์พูดพลางยิ้ม
“ถ้าในอนาคตเมื่อเจ้ามีเวลาว่าง
ข้ายินดีต้อนรับเจ้าถ้าเจ้ามีเวลาว่างมาเยี่ยมข้า” ทัศนคติของแอดกินส์ดูเป็นมิตรมาก จากนั้นเขาเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งหายลับขอบฟ้าไป
ลินลี่ย์และบีบีมองหน้ากันเอง
“ความคิดของแอดกินส์ผู้นั้นดูดีมากเลยหรือเปล่า” บีบีขยี้ตา
“ข้ายังมีความรู้สึกแปลก”
ลินลี่ย์มองไปทางตำแหน่งจักรวรรดิโอเบรียน
โอจวินและลินลี่ย์มีความเป็นปฏิปักษ์กัน แต่หัวหน้าของโอจวิน
แอดกินส์ปฏิบัติกับลินลี่ย์อย่างเป็นมิตร
“ใครจะสนใจเหตุผลที่เขาทำตัวแปลกกันเล่า
อย่างน้อยข้าก็แน่ใจได้ว่าแอดกินส์นี้มีความตั้งใจเป็นมิตรที่ดีกับเรา ไปกันเถอะ
ได้เวลากลับกันแล้ว”
ลินลี่ย์คิดเรื่องประกายเทพที่เขาเพิ่งได้รับ เขามีความคิด
“ดูเหมือนว่าข้าได้ของขวัญที่จะมอบให้เดเลียแล้ว”
เนฟตายและทิ้งประกายเทพสายธาตุลมไว้ให้
เหมาะจะเป็นของขวัญให้เดเลีย
ที่สำคัญ
เดเลียกลายเป็นเทพผ่านการหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์
ในอนาคตนางก็ต้องอาศัยการหลอมรวมกับประกายเทพต่อไปอีก แค่เพียงอาศัยพลังของนางเอง
เดเลียจะต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อบรรลุความก้าวหน้า
การสู้รบระหว่างเนฟและลินลี่ย์
โดยเฉพาะการสลายร่างแยกมายาทั้งสิบเอ็ดของเนฟ
ก่อนให้เกิดคลื่นระเบิดขนาดใหญ่ของแก่นธาตุลมแพร่กระจายออกไป เกิดแรงสั่นสะเทือนของแก่นธาตุดิน
ธรรมชาติแบบนี้ดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือของทวีปยูลานบางส่วน และขณะนั้นมีสัมผัสเทพบางส่วนแผ่ครอบคุมพื้นที่นี้
ภายในจักรวรรดิโรฮอลท์
“เนฟตายแล้ว...”
แดนนี่ถอนหายใจยาว
สัมผัสเทพของเขาพบตำแหน่งร่างของลินลี่ย์และบีบี “เนฟก็ล้มเหลวเช่นกัน” และจากนั้น สีหน้าของแดนนี่เปลี่ยน
“ครั้งสุดท้าย แอนราสโจมตี
ครั้งนี้เป็นเนฟโจมตี
เป็นไปได้ไหมว่าลินลี่ย์รู้ว่าเนฟเป็นคนฝ่ายเรา? ถ้าเขาถามหาที่อยู่ของเทพเหล่านี้และมาล้างแค้นเอากับเรา
หรือว่าขอให้ลอร์ดเบรุตลงมือ
อย่างนั้น....”
หัวใจของแดนนี่ยิ่งกังวลมากขึ้น
“ไม่มีประโยชน์อะไรกับการอยู่ที่นี่
ที่ทวีปยูลานอีกต่อไปแล้ว”
แดนนี่แน่ใจเรื่องนี้
ที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะได้รับสมบัติของสุสานเทพเจ้า ประการที่สอง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฆ่าลินลี่ย์
“กลับไปยังแดนนรกเป็นเรื่องดีที่สุด”
“ทุกคน, มารวมตัวที่ลานหน้าบ้าน!”
แดนนี่ส่งข้อความออกไปทันที
ในเวลาต่อมาร่างหลายสิบร่างบินออกมาจากจักรวรรดิโรฮอลท์มุ่งหน้าสู่ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกทิศเหนือ พวกเขาออกมาในตอนเช้า หลังจากบินอยู่หลายชั่วโมง
ในเวลาบ่ายพวกเขาก็มาถึงดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก
ความเร็วของพวกเขารวดเร็วมาก
ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก
บนยอดภูเขาน้ำแข็ง สายลมหวีดหวิว
ฮ็อดเดิลออกมาจากที่พักน้ำแข็งของเขา
“หืม? แดนนี่?”
ฮ็อดเดิลเห็นแดนนี่ จากนั้นส่ายศีรษะถอนหายใจ “เจ้ากำลังจะกลับหรือ?”
แดนนี่พยักหน้าเล็กน้อย
เขาพูดด้วยเสียงสุดฝืน
“ภารกิจครั้งนี้ของเราในทวีปยูลานล้มเหลว”
“เนฟฆ่าลินลี่ย์ไม่สำเร็จหรือ?” ฮ็อดเดิลถาม
สามปีที่แล้วแดนนี่ส่งคนไปบอกเรื่องนี้กับฮ็อดเดิลแล้ว
“ล้มเหลว
เนฟตายเช่นกัน”
แดนนี่ส่ายศีรษะและพูดอย่างจนใจ
“ถ้าลินลี่ย์ผู้นี้ไปยังแคว้นฟ้าครามได้
เขาจะเป็นภัยคุกคามต่อตระกูลไลโอเนลอย่างมาก
แต่ต่อให้ข้ากลับไปอธิบายเรื่องนี้กับตระกูล
ข้าเกรงว่าตระกูลคงไม่ให้ความสำคัญมากนัก”
ตำแหน่งของแดนนี่ในตระกูลนับว่าต่ำมาก
ใครก็ตามที่หลอมรวมประกายศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเทพ นอกจากเทพชั้นสูงแล้ว ทั้งหมดถือว่ามีสถานะต่ำมาก
“ข้าไม่สามารถมีส่วนร่วมเรื่องสำคัญของตระกูลได้” ฮ็อดเดิลถอนหายใจ “มิฉะนั้นงานที่น่าเบื่ออย่างนี้คงไม่ทำให้ข้าตกต่ำหรอก เอาล่ะ ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับเดี๋ยวนี้”
กลุ่มเทพที่นำโดยแดนนี่ยืนอยู่ในวงเวทดาวหกเหลี่ยมพร้อมกัน ฮ็อดเดิลกระตุ้นการทำงานของวงเวท ลำแสงยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า พื้นที่ในวงเวทเริ่มบิดเบี้ยวลวงตา ในขณะสั้นๆ
ร่างทั้งสิบกว่าร่างก็หายไปไม่เหลือร่องรอยให้เห็น
แดนนี่และกลุ่มคนที่เหลือหนีออกไปจากทวีปยูลานและกลับไปยังแดนนรก ขณะที่ปราสาทเลือดมังกรทวีปยูลาน
ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริง
ไม่ใช่แค่ทารอสและไดลินที่อยู่นั่นเท่านั้น เทพสงคราม มหาพรตและทุกคนก็เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหกปีที่ลินลี่ย์กลับมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ยินเรื่องที่ลินลี่ย์ประสบพบมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทารอส
ไดลินและคนอื่นต่างประหลาดใจกันทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีที่ลีย์ลินฆ่าซาดิสต์เทพชั้นสูงในกระบวนท่าเดียวทำให้ยอดฝีมือปากอ้าตาค้างไปตามๆ
กัน
“เจ้าบอกว่าลีย์ลิน
เจ้าภูเขาฆ้องทองแดงก็คือลอร์ดบลูไฟร์หรือ?
หนึ่งในห้าราชันย์เกบาโดส ลอร์ดบลูไฟร์?”
ไดลินพูดอย่างประหลาดใจ
ไดลินเคยอยู่ในเกบาโดสมาช่วงเวลาหนึ่ง เขารู้ว่าบลูไฟร์น่ากลัวเพียงไหน
บีบีกินอาหารไปพลางพูด
“แม้แต่แอดกินส์เมื่อพบกับเจ้าภูเขาฆ้องทองแดงลีย์ลินยังต้องคุกเข่าต่อหน้าเขาข้างหนึ่ง
และเรียกเขาด้วยคำว่า ‘ท่านเจ้าเมือง’”
“แอดกินส์?” วอร์ตันนั่งอยู่ข้างลินลี่ย์ขมวดคิ้ว
วอร์ตันเกลียดแอดกินส์อย่างลึกล้ำ เพราะหลานของเขา
ลูกซีน่าชื่อคาส ถูกโอจวินฆ่า
ขณะที่โอจวินเป็นบริวารของแอดกินส์
“เมื่อพูดถึงแอดกินส์
ข้าคิดอะไรบางอย่างได้”
ลินลี่ย์มองดูโอลิเวอร์ที่อยู่ใกล้ๆ
“โอลิเวอร์, แอดกินส์ผู้นั้นรับรองกับข้าแล้วว่าโอจวินจะไม่ตามรบกวนเจ้าอีกต่อไป”
โอลิเวอร์ตาเป็นประกายทันที
ตลอดหลายปีมานี้
เขายังคงรั้งอยู่ภายในปราสาทเลือดมังกรไม่กล้าออกไปข้างนอกเพราะเกรงว่าโอจวินจะบุกโจมตี
“ลินลี่ย์! ขอบคุณ”
โอลิเวอร์รู้สึกซาบซึ้งในใจ
“ถ้าท่านจะขอบคุณใครสักคน
ก็คงเป็นท่านลีย์ลิน” ลินลี่ย์กล่าว
จากนั้นโอลิเวอร์กล่าวขึ้นทันที
“ลินลี่ย์!
ในเมื่อโอจวินไม่ไล่ล่าตามโจมตีข้าอีกต่อไป
อย่างนั้น..พรุ่งนี้ข้าตั้งใจจะไปดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก ข้าทนรับต่อไปไม่ได้จริงๆ”
“พรุ่งนี้? ทำไมท่านถึงไปที่ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกเล่า?”
โอลิเวอร์ยิ้ม
ตาของเขาเป็นประกายคาดหวัง
“พรุ่งนี้, ข้าเตรียมจะไปดินแดนชั้นสูงของแดนนรก!”
7 ความคิดเห็น:
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ของขวัญ
ขอบคุณครับ ช่างหางานให้ลินลีย์จริงๆ
ขอบคุณมากครับ
ไปหาตีนรอให้ลินลีย์
แสดงความคิดเห็น