ตอนที่ 662
เป้าหมายการฝึกฝน
ทวีปกวงหมิงจะได้รับความเสียหายอย่างไร?
เย่ว์หยางคงไม่สนใจ
สงครามหอทงเทียนอย่างนั้นมีกระบวนการพิชิตที่ยาวนาน และคนของทวีปคงรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะไม่ยอมวางอาวุธแน่นอน แม้ว่าทุกเผ่าพันธุ์ในทวีปจะถูกฆ่า พวกเขาจะยังต่อต้าน
เย่ว์หยางไม่ได้สนใจพิชิตทวีปกวงหมิง
เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็คือรอการขยายตัวของสงครามและสำรวจรอยแยกในพื้นที่นี้
แดนสวรรค์ก็คือเป้าหมายพิชิตสำหรับเย่ว์หยาง
สำหรับพื้นที่ระดับต่ำที่ง่ายอย่างทวีปกวงหมิง
จะให้เขากวาดล้างเองก็เป็นการเสียเวลา
ก็แค่ปล่อยให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงได้ฝึกฝน
แน่นอนสำหรับตระกูลต่างๆ ในหอทงเทียน
ทวีปกวงหมิงในชั้นที่สิบซึ่งเย่ว์หยางไม่สนใจกับเป็นสถานที่ดี
ถ้าเย่ว์หยางไม่รับนำออกศึกพิชิตทวีปนี้ ดังนั้นจักรพรรดิใต้พิภพ,
จักรพรรดิมังกรและจ้าวแดนปีศาจคงไม่มีทางปรองดองกันได้ แน่นอนว่าเรื่องนี้จึงต้องทำในนามเย่ว์หยาง
เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป
กลุ่มพลังอื่นและทหารรับจ้างของกวงหมิงต่างตกตะลึงกันหมด
กองกำลังบริวารที่อยู่ในระดับต่ำรีบประกาศว่าพวกเขาลาออกจากความเป็นพันธมิตรของทวีป หอการค้าปิดตัว พันธมิตรบางกลุ่มที่มีความภักดีมากกว่าตั้งใจจะถอยไปยังทวีปข้างเคียงและช่วยพันธมิตรเจ้านายต่อต้านศัตรู
พวกทหารรับจ้างในชั้นที่หกตอนนี้พากันตื่นเต้น
พวกเขาตื่นเต้นมากที่พวกเขาตัดสินใจสร้างกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อปล้นทวีปกวงหมิงซึ่งร่ำรวยพอๆ
กับเผ่าทะเล
พวกทหารรับจ้างเดินเท้าเข้าสู่ทวีปกวงหมิงด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ดี
ล้างอายให้เย่ว์หยาง
“ฆ่าพวกมันให้หมด, พวกมันกระทำเกินไป กล้าดียังไงถึงได้เหยียดหยามคุณชายสามตระกูลเย่ว์? ทำไมเราไม่ฆ่าพวกเขา? เราเป็นหนี้อะไร?” หัวหน้ากลุ่มหลายคนไม่รู้จักเย่ว์หยางแม้แต่น้อย แต่ไม่สามารถห้ามพวกเขาไม่ให้ส่งกองทัพเข้ามาจากเหตุผลนี้
“เราจะเอาอาหารหมูมายัดใส่ก้นจิงอวี้!”
บางคนก็พูดทำนองว่าพวกเขายินดีเสียสละชีวิตเพื่อเกียรติยศของคุณชายสามตระกูลเย่ว์
“รวมกับค่าหัวรางวัลของจิงอวี้และหวังว่าทุกคนจะสร้างผลงานได้
เราจะต้องตั้งรางวัลแสนเหรียญทองเพื่อทำให้จิงอวี้ไม่มีที่ยืนในโลกนี้...” ทุกคนสละเงินคนละเล็กละน้อยเพื่อลงขันเป็นรางวัล พวกเขาจะรวมตัวกันจ่ายให้ทหารรับจ้าง
สมาคมนักฆ่าที่สามารถฆ่าจิงอวี้ทูตพิเศษของกวงหมิง การตอบสนองต่อคำพูดนี้ทำให้รวบรวมเงินแสนเหรียญทองได้อย่างรวดเร็ว
ภายใต้รางวัลล่อใจ
ย่อมมีคนกล้า
นอกจากร่วมกันจ่ายรางวัลแล้ว
เผ่าปีศาจ เผ่าใต้พิภพ เผ่าทะเลและกองกำลังที่มั่งคั่งก็มีรางวัลขนาดใหญ่ไว้มอบให้กองกำลังที่แท้จริงของทวีปกวงหมิง
ความจริงรางวัลสำหรับจิงอวี้เพิ่มจากแสนเหรียญทองเป็นห้าแสนเหรียญทองแล้ว..
รางวัลสูงขนาดนั้นทำให้ทหารรับจ้างของหอทงเทียนน้ำลายหกด้วยความตื่นเต้น
หรือว่าพวกเขาจะสามารถฆ่าจิงอวี้ได้จริงๆ? ด้วยรางวัลมากมายมหาศาลถึงห้าแสนเหรียญทอง อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถเดินทางตรงไปทวีปกวงหมิงอย่างมีเหตุผลที่ดี
ในโลกวารี
เย่ว์หยางไม่ให้ความสนใจเรื่องการบุกเข้าทวีปกวงหมิงจากหอทงเทียน
จงกวน
หัวหน้าไป๋หม่าและเฮยถูยังคงล้อมโจมตีหย่งฮุย
“พวกเจ้าลงมือเสร็จแล้วหรือ?” หย่งฮุยโกรธจัด ถ้าเป็นเมื่อก่อน
เมื่อเขี้ยวแสง, ตะวันฉายทานตะวันและภูตแสงอยู่ที่นี่ เขาคงลงมือจัดการสามคนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางชิงอสูรรบของเขาไปหมด แต่เหลือไว้แค่มังกรเขาเดียวเท่านั้นทำให้เขาในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั้งสองคน
สิ่งที่สำคัญคนที่สุดในโลกวารีนี้แม้เขามีพลังถึงปราณฟ้าระดับสี่ในแดนสวรรค์ แต่เขาทำได้แต่ดูตัวเองถูกล้อมโจมตีอย่างอ่อนใจ
ความอเนจอนาถของชีวิตไม่ได้มีเพียงเท่านั้น
ทั้งสามคนไม่แสดงความเมตตากับหย่งฮุย
พวกเขากับไล่ล้อมทุบตีหย่งฮุยเหมือนสุนัขแบบนี้ทุกคน
พอเหนื่อยเข้าพวกเขาก็ผลัดกันพักและยังคงคุกคามต่อไป
ไม่ว่ายังไงพวกเขาไม่ยอมให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่เดิมทีมังกรเขาเดียวก็ยังเป็นอสูรที่ทรงพลัง อย่างไรก็ตามเมื่อมันกับเย่ว์หยางก่อนนั้น มันถูกอาหมันเล่นงานบาดเจ็บหนัก
รัศมีของเสี่ยวเหวินหลีและตะวันฉายทานตะวันก็ทำร้ายมัน
จึงไม่สามารถรับมือได้ทุกวัน
โชคดีที่สัตว์ประหลาดเก้าหัวไม่ฉวยโอกาสโจมตี มิฉะนั้นหย่งฮุยคงจะอยู่ในสภาพแย่ยิ่งกว่านั้น
หัวหน้าหย่งฮุยจำไม่ได้ว่าเขาขอสงบศึกชั่วคราวไปกี่ครั้งแล้ว “จงกวน หัวหน้าไป๋หม่า เฮยถู
เราแค่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เราก็เป็นกลุ่มนักรบเหมือนกัน
แต่การโจมตีของเราเป็นเรื่องปกติมาก เราไม่ควรจะมาใส่ใจตอนนี้ เราก็ติดอยู่ในโลกวารีด้วยกันไม่ใช่หรือ?
คุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็ยอมแล้วและจากพวกเจ้าไปแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาพวกเจ้าออกไปจากที่นี่ พวกเจ้ายังยินดีจะรับใช้พวกเขาหรือ? เขาไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไร และต่อให้รู้เขาก็เพียงแต่ใช้พวกเจ้า
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ประโยชน์อะไรกับพวกเจ้า”
“นั่นก็จริง”
จู่ๆ ด้านหลังหย่งฮุย เย่ว์หยางปรากฏตัวขึ้นและปรบมือชมเชย
“เป็นเจ้าเองหรือ?” หย่งฮุยตกใจ
“มีผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งพูดว่าเป็นเรื่องสุขใจที่ได้มีสหายจากแดนไกลมาเยี่ยม แต่เจ้าดูเหมือนไม่มีความสุขที่ได้พบข้าเลยนะ” เย่ว์หยางโบกมือและเย่คง เจ้าอ้วนไห่
เสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัวออกมาจากโลกคัมภีร์และปรากฏตัวกันหมด
“นายท่าน”
จงกวน ไป๋หม่าและเฮยถูตกใจ
โชคดีที่เขาไม่ถูกคำพูดของหย่งฮุยก่อนนั้นหลอกล่อ มิฉะนั้นพวกเขาคงได้มีคนตาย
“หัวหน้าหย่งฮุยผู้นี้มาจากแดนสวรรค์ใช่ไหม? น่าเกลียดมาก!” ดูจากลักษณะของเจ้าอ้วนไห่แล้ว
เขากล้าดูถูกคนอื่นได้ยังไง
“ระดับปราณฟ้าที่ไม่เลว” เสวี่ยทันหลางพยักหน้าเมื่อเห็นหย่งฮุย
“ฆ่าเขา!”
พี่น้องตระกูลหลี่ตื่นเต้นยิ่งกว่าขณะที่พวกเขาตะโกน
“เจ้าพวกโง่! จะขยายให้หน่อยก็ได้ กฎสวรรค์ห้ามใช้วิทยายุทธ ห้ามทำสงคราม
ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้
เราต้องใช้อสูรรบโจมตี”
เย่คงกระตุ้นเตือนทุกคนให้เรียกอสูรรบและโจมตีหย่งฮุยพร้อมกัน เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มมนุษย์ผู้อ่อนแอกว่ามดกล้าตอแยนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่
เขาอยากร้องไห้
แม้แต่กุ้งก็ยังกล้าหยอกมังกรเมื่อมันอยู่ในน้ำตื้น พยัคฆ์ลงจากเขาสู่ที่ราบถูกสุนัขข่มเหง
ถ้าไม่มีกฎสวรรค์ห้ามวิทยายุทธและห้ามรบที่นี่
เขาจะกลัวกลุ่มพวกกุ้งตัวเล็กตัวน้อยนี่ได้ยังไง?
ต่อให้มีกฎห้ามใช้วิทยายุทธ
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายสามตระกูลเย่ว์ชิงอสูรรบของเขาไปสองสามตัว ด้วยมังกรเขาเดียวเพียงตัวเดียว เขาจะปล่อยให้พวกอ่อนแอรังแกเขาได้ยังไง?
จงกวน
หัวหน้าไป๋หม่าและเฮยถูตะลึงกับภาพนั้น
ไม่มีทาง คุณชายสามตระกูลเย่ว์ผู้นี้ต้องการฝึกฝนกับหย่งฮุยหรือ?
สุดยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ความจริงเป็นเป้าหมายของมนุษย์?
เย่ว์หยางสั่งพวกเขา “ข้าจะปล่อยพวกเขาไว้ที่นี่
พวกเจ้าดูแลพวกเขาแทนข้าด้วย ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะทวงความรับผิดชอบทั้งหมดกับพวกเจ้า”
คำพูดนี้ก็หมายความว่าจงกวนเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสองก็ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เย่คง
เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ... แม้ว่าหย่งฮุยจะยุ่งอยู่แล้วก็ตาม
เขาก็ยังมีมังกรเขาเดียวคอยช่วยเขา
ต่อให้ต่อสู้จนตาย
เขาไม่มีทางฆ่าเย่คง เจ้าอ้วนไห่หรือเสวี่ยทันหลางได้ในทันที เย่ว์หยางนำเย่คงและคนอื่นๆ
มาที่นี่เพื่อฝึกกองทัพของพวกเขาให้รู้จักแรงกดดันของยอดฝีมือที่ทรงพลังในระดับปราณฟ้าและเตือนพวกเขาให้เพิ่มความเร็วให้มากเท่าที่เป็นไปได้
เว้นแต่โลกวารีแล้วคงไม่มีที่อื่นพอจะฝึกพวกเขาได้โดยไม่ตาย?
ถ้าเป็นที่อื่นเจ้านายร่างมนุษย์ก็สามารถฆ่าเย่คงและพวกภายในเสี้ยววินาที
หย่งฮุยเกือบร้องไห้
นี่มันรังแกกันชัดๆ!
ก็คงจะดีหรอกที่ปล่อยผู้อ่อนแอชนะพวกเขา
แต่แม้แต่นักสู้ปราณฟ้าทั้งสามคนก็ยังกลายเป็นพี่เลี้ยง นี่ไม่ต่างอะไรกับการมัดมือชก
“ได้เลย”
ทั้งสามคนในตอนนี้ไม่มีจิตสำนึกของความเป็นนักสู้ปราณฟ้าผู้ทรงพลังอยู่เลย พวกเขาตอบรับเสียงชัดถ้อยชัดคำ
พวกเขาทุกคนมองดูสถานการณ์อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง
และเห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของนักสู้ปราณฟ้ากินไม่ได้ ในมุมมองของคุณชายสามตระกูลเย่ว์
พยัคฆ์มังกรต้องหมอบราบคาบแก้วกับพื้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่นักสู้ปราณฟ้าจะอวดโอ่ศักดิ์ศรีชื่อเสียงต่อหน้าเขา
คงเป็นเรื่องดีที่ได้คู่หูช่วยฝึกฝนในตอนนี้ ถ้าเขาทำงานให้กับคุณชายสามตระกูลเย่ว์ดี
เขาก็คงมีวันดีๆ ในอนาคต ขณะที่ความรู้สึกของหย่งฮุยสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
คนอื่นๆ
อดเสียสละตนเองไม่ได้
แต่เพื่อประโยชน์กับอนาคตพวกเขา
พวกเขาไม่มีทางเลือก ได้แต่สละหย่งฮุย
พวกเขาแกล้งทำเป็นไม่เห็นอสูรรบของพวกเขาและเพียงแต่สั่งอสูรของพวกเขาเองให้ล้อมมังกรเขาเดียวไว้ สิ่งที่เหลือก็คือได้แต่ชมการแสดง
ไม่ว่ายังไงก็ตาม
ในฐานะนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ หย่งฮุยจะไม่ตายต่อให้มีคนมากมายโจมตีเขาก็ตาม
“พวกเจ้าลงมือแล้วหรือ?” หย่งฮุยโกรธจัดจนตาแทบถลน
กะอีแค่พลังโจมตีน้อยนิดยังกล้าท้าทายเขาได้ยังไง!
พลังของนักรบมนุษย์ที่นี่ยังไม่ได้หนึ่งในหมื่นของคุณชายสามตระกูลเย่ว์ เทพเจ้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะกลายเป็นอย่างคุณชายสามตระกูลเย่ว์
“ยอดฝีมือปราณฟ้าย่อมมีหนังหนาเป็นธรรมดา! เจ้าอ้วนไห่สั่งให้ฮิปโปน้อยใช้หมัดฮิปโปดาวตกขณะที่เขาใช้เหตุผลอย่างดื้อด้าน
“นี่คือผิวน้ำ
วานรปีศาจชั้นเพชรและด้วงจอมพลังไม่สามารถใช้พลังของมันได้” เย่คงไม่สบายใจ
“แมมมอธทองของข้าไม่สามารถปล่อยออกมาได้ มิฉะนั้นข้าคงได้แต่ว่ายน้ำไล่กวด เจ้าผู้นี้วิ่งเร็วชะมัด
เขาน่าจะหยุดให้พวกเราได้ทุบตีถนัดๆ หน่อย”
เจ้าอ้วนไห่เป็นคนที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
เมื่อหย่งฮุยได้ยินเช่นนั้นก็แทบกระอักโลหิต
ถูกรุมล้อมไล่ทุบเขาก็ได้แต่หลบหนีอย่างเดียว พวกนี้เป็นใครกัน?
“หลีกทาง อย่าเกะกะ!” พลังรบของเสวี่ยทันหลางอยู่เหนือทุกคน
และยังเป็นคนเดียวที่หย่งฮุยเหลียวมองถึงสองครั้ง
พลังของยักษ์พายุน้ำแข็งของเขามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากในโลกวารี และเหมือนกับว่าเขากวาดเอาพลังงานทั้งหมดในมหาสมุทร
“พวกเขาหนีได้ไวจริงๆ...”
ดาวตกเพลิงฟ้าขององค์ชายเทียนหลัวและยักษ์พายุสร้างไฟและน้ำแข็งเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม
หย่งฮุยเป็นยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้ถูก
ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แต่แม้แต่ยอดฝีมือระดับปราณฟ้าด้วย
จะโจมตีให้ถูกหย่งฮุยเป็นเรื่องยาก
นักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ไม่ใช่จะจัดการกันได้ง่ายๆ
หลังจากสู้กันครึ่งค่อนวัน
เย่คงและเจ้าอ้วนไห่เหนื่อยหอบจนดูเหมือนสุนัขตาย
แต่หย่งฮุยไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
เขายังคงยืนมองดูกลุ่มคนข้างหน้าด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
ใครจะสามารถแตะต้องเขาได้นอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์?
“ยอดฝีมือปราณฟ้าน่าประทับใจจริงๆ” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังหัวหน้าหย่งฮุย นี่ไม่ใช่เย่ว์หยางแต่เป็นคนอื่น หย่งฮุยตกใจหันหน้าไปมอง เขาเห็นบุรุษผู้สง่างามคนหนึ่งกำลังยืนจ้องมองเขา
เมื่อเห็นสายตาของเขา เขารู้สึกราวกับจะโดนกลืนกิน เขาตกใจเล็กน้อย “เจ้าเป็นใคร?”
“เขาคือหัวหน้าใหญ่วังมารแห่งหอทงเทียน” เย่ว์หยางโบกมือ
ไม่ใช่แค่พี่ใหญ่มารสัมฤทธิ์ฟ้าเท่านั้น
แต่ยังมีมารแค้นฟ้า มารฟ้าวิบัติ มารเคราะห์ฟ้า มารฟ้าพิโรธ มารฟ้าสังหาร
มารกระบี่ฟ้าและชาววังมารอื่นๆ ก็ยังคงปรากฏตัวออกมาด้วย
หย่งฮุยไม่มองดูคนอื่น
เขามองดูแต่เพียงมารสัมฤทธิ์ฟ้าที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานจรดฟ้า
นอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์
มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่เป็นคู่ต่อสู้เขาได้
ที่สำคัญ
เขาเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ แม้แต่อยู่ต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาก็ยังมีความภูมิใจของตนเอง “ปราณฟ้าระดับสอง นับว่าเป็นคนหนุ่มที่ไม่เลวเลย แต่น่าเสียดาย
ถ้าเจ้าต้องการฆ่าข้า ข้ารู้สึกว่ายังห่างอยู่บ้าง!” ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์หยางตัดความสามารถของอสูรรบของเขาไป
เขาคงไม่มีทางกล่าวเช่นนั้น แต่ตอนนี้
เขาไม่มีสิทธิ์หยิ่งผยองอีกต่อไป
ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาอยู่ในโลกวารีที่ต้องห้ามในเรื่องการใช้วิทยายุทธ
รังสีฆ่าฟันปรากฏอยู่ในสายตาของมารสัมฤทธิ์ฟ้า “การพิชิตแดนสวรรค์เป็นเรื่องที่น่าสนใจแน่นอน
ทหารรับจ้างเล็กๆ ก็ยังมีพลังแข็งแกร่งขนาดนั้น
ราชาแห่งแดนสวรรค์คงเป็นที่น่าคาดหวังอย่างแท้จริง!”
ทหารรับจ้างเล็กๆ?
หย่งฮุยโมโห ถ้าไม่ใช่เพราะนี่คือโลกวารี
ข้าคงทุบเจ้าเละไปแล้ว ใครกันทหารรับจ้างเล็กๆ?
“มารสัมฤทธิ์ฟ้า!
ทำไมเจ้าไม่ให้ข้าลองดู ถ้าเจ้าไม่ต้องการจะทำ?” ในท้องฟ้าจักรพรรดิใต้พิภพและจักรพรรดิมังกรอีกคนที่มีราศีทรงพลังปรากฏตัวขึ้น
ไม่นานมานี้พวกเขาบรรลุระดับสุดยอดปราณก่อกำเนิด
(เทียบเท่าปราณฟ้า..ต่อไปขอเรียกสุดยอดปราณก่อกำเนิดว่าปราณราชันย์ดีกว่าครับ
เพื่อไม่ให้สับสนกับปราณก่อกำเนิด)
แต่เขาซ่อนความจริงไว้ไม่ให้รู้ไปถึงจักรพรรดิใต้พิภพ เขาบินมาอยู่ต่อหน้าหย่งฮุยและถอนหายใจ “ยอดฝีมือแดนสวรรค์ทรงพลังจริงๆ เรามักจะแหงนมองดูฟ้าอยู่เสมอ
ขอบเขตของปราณราชันย์ที่แท้จริงก็คือจุดเริ่มต้นของวิถีวิทยายุทธ!”
“บอกตามตรง
โชคดีว่าที่นี่มีกฎสวรรค์ห้ามใช้วิทยายุทธ
มิฉะนั้นข้าคงไม่สามารถต้านทานยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ได้แน่” จักรพรรดิมังกรผู้มีปราณราชันย์ระดับสอง
ยังคงระเบิดพลังแกร่งกร้าวอย่างกระตือรือร้นและท้าทายโดยเพิ่มพลังมากยิ่งขึ้น
เขาอยู่ในระดับเดียวกับมารสัมฤทธิ์ฟ้า ถ้าเย่ว์หยางไม่ได้ยกระดับโดดเด่นขึ้นมา
เขาก็คงยังอยู่ในระดับปราณราชันย์ระดับแรก
อย่างก็ตาม
เย่ว์หยางปล่อยราชาเฮยอวี้ จักรพรรดิชื่อตี้และจ้าวปีศาจโบราณออกมา พวกเขาจึงต้องยกระดับพลังกันอย่างบ้าคลั่ง
การปรากฏตัวของเย่ว์หยางไม่เพียงแต่ทำให้พลังของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ระเบิดออกมา แต่แม้กระทั่งจักรพรรดิมังกร,
จักรพรรดิใต้พิภพและมารสัมฤทธิ์ฟ้า พบกับแรงกดดันหนักหน่วงจนพวกเขาแทบระเบิด
“พวกท่านค่อยๆ
ตีกันไปกับยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ก็แล้วกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียวหรอก ข้าหวังว่าพวกท่านจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของเขามากขึ้น ส่วนข้ามีธุระต้องทำขอลาไปก่อน”
เย่ว์หยางไม่ได้ร่วมกำลังกับมารสัมฤทธิ์ฟ้าเพื่อท้าทายหัวหน้าหย่งฮุย ความจริงการมาถึงของมารสัมฤทธิ์ฟ้า
จักรพรรดิมังกรและจักรพรรดิใต้พิภพเป็นเรื่องคาดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิง
เขาแค่อยากนำเย่คงและเจ้าอ้วนไห่มาฝึกเพิ่มพูนกำลังใจและเพิ่มแรงกดดัน คาดไม่ถึงเลยว่า
มารสัมฤทธิ์ฟ้าก็ต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์กับเขาด้วย เย่ว์หยางจึงได้แต่ตามน้ำ
“พี่เขย พาข้าไปด้วย!”
มารเคราะห์ฟ้าติดตามมาด้วย
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนุก....” เย่ว์หยางรีบปฏิเสธ
หลังจากเขาพบภูตแสงและสัตว์ประหลาดน้อยแสนรู้ในโลกวารีเขาเตรียมจะไปพบกับนางพญาเฟ่ยเหวินหลี
เมื่อหัวหน้าหย่งฮุยเห็นเย่ว์หยางเตรียมจากไป
เขารู้สึกโล่งใจ
ถ้าเขาไม่อยู่ที่นี่
ต่อให้เขามีพลังปราณฟ้าระดับสองหรือปราณฟ้าระดับหนึ่ง นักรบหอทงเทียนจะมีอะไร?
เขาเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่! จะให้เจ้าพวกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำได้รู้จักพลังของนักสู้แดนสวรรค์ อย่านึกว่าทุกคนจะรังแกข้าได้ ในหอทงเทียนมีแต่คุณชายสามตระกูลเย่ว์เท่านั้น
“มาเลย,
ข้าขอดูหน่อยว่านักรบจากหอทงเทียนจะมีอะไรดี”
เขาไม่รู้ว่าแม้เขาจะด้อยกว่าเย่ว์หยางเจ้าเด็กผิดมนุษย์อยู่บ้าง แต่ถ้าเขาคิดว่ามารสัมฤทธิ์ฟ้า
มารอันดับหนึ่งแห่งวังมารยังดีไม่พอ
อย่างนั้นเขาคิดผิดเสียแล้ว
“เมื่อเหลือคนสุดท้าย ค่อยฆ่าเจ้าก็ได้!” มารสัมฤทธิ์ฟ้าปฏิเสธการท้าทายคนแรก และเขากลัวว่าเขาจะไม่สามารถทนฆ่าเป้าหมายฝึกฝนที่ดีได้
สิ่งเดียวที่เหลือก็คือมังกรเขาเดียว มารสัมฤทธิ์ฟ้าคิดว่าหัวหน้าหย่งฮุยไม่มีอะไร
สิ่งเดียวที่สามารถทำให้กังวลได้ก็คือหัวหน้าทหารรับจ้างนั้น ความจริงเขามีพลังปราณฟ้าระดับสี่
นี่ทำให้มารอันดับหนึ่งของวังมารรู้สึกกดดันมาก....
แดนสวรรค์มียอดฝีมืออยู่เท่าใดกันแน่?

15 ความคิดเห็น:
ขอบคุณมากๆครับ
กระสอบทรายดีๆนี่เอง
ปราณฟ้ากับปราณจักพรรดิต่างกันอย่างไงอ่าครับงง
น่าจะเป็นแค่คำจำแนกนะครับ คนหอทงเทียนระดับสูงจะมีปราณก่อกำเนิด และขึ้นเป็นปราณราชัน แต่พวกแดนสวรรเทียบเท่าปราณราชันจำแนกได้เป็นปราณดิน-ปราณฟ้า
พวกแดนสวรรค์จะเรียกระดับที่สูงกว่าปราณดินว่า ปราณฟ้า
เรียกพวกปราณก่อกำเนิดว่า ปราณดิน
ส่วนชาวยอดฝีมือหอทงเทียน เรียกเป็นปราณก่อกำเนิด สูงกว่านั้นก็คือสุดยอดปราณก่อกำเนิด ผมใช้คำใหม่ว่าปราณจักรพรรดิ (เทียบเท่ากับปราณฟ้า) ถ้ายังจะงงอยู่อีก ก็คงไม่มีคำอธิบายอีกแล้ว อ่านแบบงงๆ และเข้าใจแบบงงๆ
สรุปคือเรียกต่างกัน แต่ก็ปราณฟ้า ที่พัฒนาจากปราณดินเหมือนกัน รึเปล่าครับ
ขอบคุณครับ
ใช้ครับ ปราณดินปราณฟ้าใช้กับพวกแดนสวรรค์ ส่วนปราณก่อกำเนิด ปราณจักพรรดิ(อันเก่าคือสุดยอดปราณก่อกำเนิด)ใช้กับพวกที่อยู่ในทงเทียน ระดับเหมือนกันต่างแค่การเรียกชื่อ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เข้าใจแบบงงฮ่าๆ
ผมจะอธิบายเพิ่มนิดหน่อยนะครับ ตามที่เคยอ่านจบไปแล้ว
ในหอทงเทียนนั้นจะเปรียบพลังคือ-ปราณก่อกำเนิด และ สุดยอดปราณก่อกำเนิด สำหรับในแดนสวรรค์จะเทียบได้คือ ปราณดิน และ ปราณฟ้า
ส่วนสุดยอดปราณก่อกำเนิด ถ้าจะอธิบานง่ายๆคือ ความเข้าใจในพลังมากกว่าครับ เข้าใจถึงแก่นแท้แห่งพลัง ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด
อธิบายให้เห็นภาพชัดๆก็ตัวอย่างแบบจื้อจุน นางเข้าใจถึงแก่นแท้ของสุดยอดปราณก่อกำเนิด จึงทำให้นางเหนือกว่าทุกๆคน ถึงแม้พลังของนางเพิ่งจะอยู่ในระดับเทียบปราณฟ้าระดับ 3เท่านั้น
ส่วนคนที่ยังไม่เข้าใจในแก่นแท้ของสุดยอดปราณก่อกำเนิดก็จะเหมือนพวก ราชาเฮยอวี้ จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิใต้ภิพบ ที่พลังเลยปราณก่อกำเนิดขั้น 10ไปแล้ว ไปถึงขั้นปราณฟ้าระดับ2แล้ว แต่ยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้สุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด จึงยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสุดยอกนักสู้ปราณก่อกำเนิด
อันนี้จะสปอยนิดหน่อยเพื่อให้เปรียบเทียบง่ายๆครับ เดี๋ยวในอนาคตที่เย่หยางถึงปราณก่อกำเนิดระดับ10 เทียบเท่าปราณฟ้าระดับ5 เจอคู่ต่อสู้ที่ยากที่จะชนะ แต่เวลานั้นเย่หยางก็รู้แจ้งถึงแก่นแท้ของสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด ถึงแม้จะเข้าใจเพียงแค่ชายขอบของพลังเท่านั้น กลับสามารถชนะศัตรูได้ง่ายๆเลยทีเดียว
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น