วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 662 เป้าหมายการฝึกฝน


ตอนที่  662  เป้าหมายการฝึกฝน
ทวีปกวงหมิงจะได้รับความเสียหายอย่างไร? เย่ว์หยางคงไม่สนใจ
สงครามหอทงเทียนอย่างนั้นมีกระบวนการพิชิตที่ยาวนาน  และคนของทวีปคงรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย  พวกเขาจะไม่ยอมวางอาวุธแน่นอน  แม้ว่าทุกเผ่าพันธุ์ในทวีปจะถูกฆ่า  พวกเขาจะยังต่อต้าน

เย่ว์หยางไม่ได้สนใจพิชิตทวีปกวงหมิง  เป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็คือรอการขยายตัวของสงครามและสำรวจรอยแยกในพื้นที่นี้
แดนสวรรค์ก็คือเป้าหมายพิชิตสำหรับเย่ว์หยาง
สำหรับพื้นที่ระดับต่ำที่ง่ายอย่างทวีปกวงหมิง จะให้เขากวาดล้างเองก็เป็นการเสียเวลา ก็แค่ปล่อยให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงได้ฝึกฝน  แน่นอนสำหรับตระกูลต่างๆ ในหอทงเทียน  ทวีปกวงหมิงในชั้นที่สิบซึ่งเย่ว์หยางไม่สนใจกับเป็นสถานที่ดี ถ้าเย่ว์หยางไม่รับนำออกศึกพิชิตทวีปนี้ ดังนั้นจักรพรรดิใต้พิภพ, จักรพรรดิมังกรและจ้าวแดนปีศาจคงไม่มีทางปรองดองกันได้  แน่นอนว่าเรื่องนี้จึงต้องทำในนามเย่ว์หยาง
เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป กลุ่มพลังอื่นและทหารรับจ้างของกวงหมิงต่างตกตะลึงกันหมด
กองกำลังบริวารที่อยู่ในระดับต่ำรีบประกาศว่าพวกเขาลาออกจากความเป็นพันธมิตรของทวีป  หอการค้าปิดตัว พันธมิตรบางกลุ่มที่มีความภักดีมากกว่าตั้งใจจะถอยไปยังทวีปข้างเคียงและช่วยพันธมิตรเจ้านายต่อต้านศัตรู
พวกทหารรับจ้างในชั้นที่หกตอนนี้พากันตื่นเต้น
พวกเขาตื่นเต้นมากที่พวกเขาตัดสินใจสร้างกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อปล้นทวีปกวงหมิงซึ่งร่ำรวยพอๆ กับเผ่าทะเล
พวกทหารรับจ้างเดินเท้าเข้าสู่ทวีปกวงหมิงด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ดี ล้างอายให้เย่ว์หยาง
 “ฆ่าพวกมันให้หมด, พวกมันกระทำเกินไป  กล้าดียังไงถึงได้เหยียดหยามคุณชายสามตระกูลเย่ว์?  ทำไมเราไม่ฆ่าพวกเขา?  เราเป็นหนี้อะไร?”  หัวหน้ากลุ่มหลายคนไม่รู้จักเย่ว์หยางแม้แต่น้อย  แต่ไม่สามารถห้ามพวกเขาไม่ให้ส่งกองทัพเข้ามาจากเหตุผลนี้
 “เราจะเอาอาหารหมูมายัดใส่ก้นจิงอวี้!  บางคนก็พูดทำนองว่าพวกเขายินดีเสียสละชีวิตเพื่อเกียรติยศของคุณชายสามตระกูลเย่ว์
 “รวมกับค่าหัวรางวัลของจิงอวี้และหวังว่าทุกคนจะสร้างผลงานได้  เราจะต้องตั้งรางวัลแสนเหรียญทองเพื่อทำให้จิงอวี้ไม่มีที่ยืนในโลกนี้...”  ทุกคนสละเงินคนละเล็กละน้อยเพื่อลงขันเป็นรางวัล  พวกเขาจะรวมตัวกันจ่ายให้ทหารรับจ้าง สมาคมนักฆ่าที่สามารถฆ่าจิงอวี้ทูตพิเศษของกวงหมิง  การตอบสนองต่อคำพูดนี้ทำให้รวบรวมเงินแสนเหรียญทองได้อย่างรวดเร็ว
ภายใต้รางวัลล่อใจ ย่อมมีคนกล้า
นอกจากร่วมกันจ่ายรางวัลแล้ว เผ่าปีศาจ เผ่าใต้พิภพ เผ่าทะเลและกองกำลังที่มั่งคั่งก็มีรางวัลขนาดใหญ่ไว้มอบให้กองกำลังที่แท้จริงของทวีปกวงหมิง  ความจริงรางวัลสำหรับจิงอวี้เพิ่มจากแสนเหรียญทองเป็นห้าแสนเหรียญทองแล้ว..
รางวัลสูงขนาดนั้นทำให้ทหารรับจ้างของหอทงเทียนน้ำลายหกด้วยความตื่นเต้น
หรือว่าพวกเขาจะสามารถฆ่าจิงอวี้ได้จริงๆ?  ด้วยรางวัลมากมายมหาศาลถึงห้าแสนเหรียญทอง อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถเดินทางตรงไปทวีปกวงหมิงอย่างมีเหตุผลที่ดี
ในโลกวารี
เย่ว์หยางไม่ให้ความสนใจเรื่องการบุกเข้าทวีปกวงหมิงจากหอทงเทียน
จงกวน หัวหน้าไป๋หม่าและเฮยถูยังคงล้อมโจมตีหย่งฮุย
 “พวกเจ้าลงมือเสร็จแล้วหรือ?”  หย่งฮุยโกรธจัด ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อเขี้ยวแสง, ตะวันฉายทานตะวันและภูตแสงอยู่ที่นี่  เขาคงลงมือจัดการสามคนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว  อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางชิงอสูรรบของเขาไปหมด  แต่เหลือไว้แค่มังกรเขาเดียวเท่านั้นทำให้เขาในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั้งสองคน  สิ่งที่สำคัญคนที่สุดในโลกวารีนี้แม้เขามีพลังถึงปราณฟ้าระดับสี่ในแดนสวรรค์  แต่เขาทำได้แต่ดูตัวเองถูกล้อมโจมตีอย่างอ่อนใจ
ความอเนจอนาถของชีวิตไม่ได้มีเพียงเท่านั้น
ทั้งสามคนไม่แสดงความเมตตากับหย่งฮุย  พวกเขากับไล่ล้อมทุบตีหย่งฮุยเหมือนสุนัขแบบนี้ทุกคน
พอเหนื่อยเข้าพวกเขาก็ผลัดกันพักและยังคงคุกคามต่อไป  ไม่ว่ายังไงพวกเขาไม่ยอมให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่เดิมทีมังกรเขาเดียวก็ยังเป็นอสูรที่ทรงพลัง  อย่างไรก็ตามเมื่อมันกับเย่ว์หยางก่อนนั้น มันถูกอาหมันเล่นงานบาดเจ็บหนัก  รัศมีของเสี่ยวเหวินหลีและตะวันฉายทานตะวันก็ทำร้ายมัน จึงไม่สามารถรับมือได้ทุกวัน
โชคดีที่สัตว์ประหลาดเก้าหัวไม่ฉวยโอกาสโจมตี  มิฉะนั้นหย่งฮุยคงจะอยู่ในสภาพแย่ยิ่งกว่านั้น
หัวหน้าหย่งฮุยจำไม่ได้ว่าเขาขอสงบศึกชั่วคราวไปกี่ครั้งแล้ว  “จงกวน หัวหน้าไป๋หม่า เฮยถู เราแค่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย  ก่อนหน้านี้เราก็เป็นกลุ่มนักรบเหมือนกัน  แต่การโจมตีของเราเป็นเรื่องปกติมาก เราไม่ควรจะมาใส่ใจตอนนี้  เราก็ติดอยู่ในโลกวารีด้วยกันไม่ใช่หรือ?  คุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็ยอมแล้วและจากพวกเจ้าไปแล้ว  เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาพวกเจ้าออกไปจากที่นี่  พวกเจ้ายังยินดีจะรับใช้พวกเขาหรือ?  เขาไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไร  และต่อให้รู้เขาก็เพียงแต่ใช้พวกเจ้า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ประโยชน์อะไรกับพวกเจ้า”
 “นั่นก็จริง”  จู่ๆ ด้านหลังหย่งฮุย เย่ว์หยางปรากฏตัวขึ้นและปรบมือชมเชย
 “เป็นเจ้าเองหรือ?”  หย่งฮุยตกใจ
 “มีผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งพูดว่าเป็นเรื่องสุขใจที่ได้มีสหายจากแดนไกลมาเยี่ยม  แต่เจ้าดูเหมือนไม่มีความสุขที่ได้พบข้าเลยนะ”  เย่ว์หยางโบกมือและเย่คง เจ้าอ้วนไห่ เสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัวออกมาจากโลกคัมภีร์และปรากฏตัวกันหมด
 “นายท่าน”  จงกวน ไป๋หม่าและเฮยถูตกใจ  โชคดีที่เขาไม่ถูกคำพูดของหย่งฮุยก่อนนั้นหลอกล่อ  มิฉะนั้นพวกเขาคงได้มีคนตาย
 “หัวหน้าหย่งฮุยผู้นี้มาจากแดนสวรรค์ใช่ไหม?  น่าเกลียดมาก!  ดูจากลักษณะของเจ้าอ้วนไห่แล้ว เขากล้าดูถูกคนอื่นได้ยังไง
 “ระดับปราณฟ้าที่ไม่เลว”  เสวี่ยทันหลางพยักหน้าเมื่อเห็นหย่งฮุย
 “ฆ่าเขา!  พี่น้องตระกูลหลี่ตื่นเต้นยิ่งกว่าขณะที่พวกเขาตะโกน
 “เจ้าพวกโง่! จะขยายให้หน่อยก็ได้  กฎสวรรค์ห้ามใช้วิทยายุทธ ห้ามทำสงคราม ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้  เราต้องใช้อสูรรบโจมตี”  เย่คงกระตุ้นเตือนทุกคนให้เรียกอสูรรบและโจมตีหย่งฮุยพร้อมกัน  เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มมนุษย์ผู้อ่อนแอกว่ามดกล้าตอแยนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ เขาอยากร้องไห้
แม้แต่กุ้งก็ยังกล้าหยอกมังกรเมื่อมันอยู่ในน้ำตื้น  พยัคฆ์ลงจากเขาสู่ที่ราบถูกสุนัขข่มเหง
ถ้าไม่มีกฎสวรรค์ห้ามวิทยายุทธและห้ามรบที่นี่ เขาจะกลัวกลุ่มพวกกุ้งตัวเล็กตัวน้อยนี่ได้ยังไง?  ต่อให้มีกฎห้ามใช้วิทยายุทธ  ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายสามตระกูลเย่ว์ชิงอสูรรบของเขาไปสองสามตัว  ด้วยมังกรเขาเดียวเพียงตัวเดียว  เขาจะปล่อยให้พวกอ่อนแอรังแกเขาได้ยังไง?
จงกวน หัวหน้าไป๋หม่าและเฮยถูตะลึงกับภาพนั้น  ไม่มีทาง คุณชายสามตระกูลเย่ว์ผู้นี้ต้องการฝึกฝนกับหย่งฮุยหรือ?
สุดยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ความจริงเป็นเป้าหมายของมนุษย์?
เย่ว์หยางสั่งพวกเขา  “ข้าจะปล่อยพวกเขาไว้ที่นี่ พวกเจ้าดูแลพวกเขาแทนข้าด้วย ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม  ข้าจะทวงความรับผิดชอบทั้งหมดกับพวกเจ้า”
คำพูดนี้ก็หมายความว่าจงกวนเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสองก็ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ... แม้ว่าหย่งฮุยจะยุ่งอยู่แล้วก็ตาม เขาก็ยังมีมังกรเขาเดียวคอยช่วยเขา  ต่อให้ต่อสู้จนตาย  เขาไม่มีทางฆ่าเย่คง เจ้าอ้วนไห่หรือเสวี่ยทันหลางได้ในทันที  เย่ว์หยางนำเย่คงและคนอื่นๆ มาที่นี่เพื่อฝึกกองทัพของพวกเขาให้รู้จักแรงกดดันของยอดฝีมือที่ทรงพลังในระดับปราณฟ้าและเตือนพวกเขาให้เพิ่มความเร็วให้มากเท่าที่เป็นไปได้  เว้นแต่โลกวารีแล้วคงไม่มีที่อื่นพอจะฝึกพวกเขาได้โดยไม่ตาย?
ถ้าเป็นที่อื่นเจ้านายร่างมนุษย์ก็สามารถฆ่าเย่คงและพวกภายในเสี้ยววินาที
หย่งฮุยเกือบร้องไห้
นี่มันรังแกกันชัดๆ!
ก็คงจะดีหรอกที่ปล่อยผู้อ่อนแอชนะพวกเขา  แต่แม้แต่นักสู้ปราณฟ้าทั้งสามคนก็ยังกลายเป็นพี่เลี้ยง  นี่ไม่ต่างอะไรกับการมัดมือชก
 “ได้เลย”  ทั้งสามคนในตอนนี้ไม่มีจิตสำนึกของความเป็นนักสู้ปราณฟ้าผู้ทรงพลังอยู่เลย  พวกเขาตอบรับเสียงชัดถ้อยชัดคำ
พวกเขาทุกคนมองดูสถานการณ์อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง และเห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของนักสู้ปราณฟ้ากินไม่ได้  ในมุมมองของคุณชายสามตระกูลเย่ว์ พยัคฆ์มังกรต้องหมอบราบคาบแก้วกับพื้น  ไม่มีทางเป็นไปได้ที่นักสู้ปราณฟ้าจะอวดโอ่ศักดิ์ศรีชื่อเสียงต่อหน้าเขา  คงเป็นเรื่องดีที่ได้คู่หูช่วยฝึกฝนในตอนนี้  ถ้าเขาทำงานให้กับคุณชายสามตระกูลเย่ว์ดี เขาก็คงมีวันดีๆ ในอนาคต  ขณะที่ความรู้สึกของหย่งฮุยสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
คนอื่นๆ อดเสียสละตนเองไม่ได้  แต่เพื่อประโยชน์กับอนาคตพวกเขา  พวกเขาไม่มีทางเลือก ได้แต่สละหย่งฮุย
พวกเขาแกล้งทำเป็นไม่เห็นอสูรรบของพวกเขาและเพียงแต่สั่งอสูรของพวกเขาเองให้ล้อมมังกรเขาเดียวไว้  สิ่งที่เหลือก็คือได้แต่ชมการแสดง
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในฐานะนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ หย่งฮุยจะไม่ตายต่อให้มีคนมากมายโจมตีเขาก็ตาม
 “พวกเจ้าลงมือแล้วหรือ?”  หย่งฮุยโกรธจัดจนตาแทบถลน  กะอีแค่พลังโจมตีน้อยนิดยังกล้าท้าทายเขาได้ยังไง!  พลังของนักรบมนุษย์ที่นี่ยังไม่ได้หนึ่งในหมื่นของคุณชายสามตระกูลเย่ว์ เทพเจ้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะกลายเป็นอย่างคุณชายสามตระกูลเย่ว์
 “ยอดฝีมือปราณฟ้าย่อมมีหนังหนาเป็นธรรมดา!  เจ้าอ้วนไห่สั่งให้ฮิปโปน้อยใช้หมัดฮิปโปดาวตกขณะที่เขาใช้เหตุผลอย่างดื้อด้าน
 “นี่คือผิวน้ำ วานรปีศาจชั้นเพชรและด้วงจอมพลังไม่สามารถใช้พลังของมันได้”  เย่คงไม่สบายใจ
 “แมมมอธทองของข้าไม่สามารถปล่อยออกมาได้  มิฉะนั้นข้าคงได้แต่ว่ายน้ำไล่กวด เจ้าผู้นี้วิ่งเร็วชะมัด เขาน่าจะหยุดให้พวกเราได้ทุบตีถนัดๆ หน่อย”  เจ้าอ้วนไห่เป็นคนที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น  เมื่อหย่งฮุยได้ยินเช่นนั้นก็แทบกระอักโลหิต  ถูกรุมล้อมไล่ทุบเขาก็ได้แต่หลบหนีอย่างเดียว  พวกนี้เป็นใครกัน?
 “หลีกทาง อย่าเกะกะ!”  พลังรบของเสวี่ยทันหลางอยู่เหนือทุกคน และยังเป็นคนเดียวที่หย่งฮุยเหลียวมองถึงสองครั้ง  พลังของยักษ์พายุน้ำแข็งของเขามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากในโลกวารี  และเหมือนกับว่าเขากวาดเอาพลังงานทั้งหมดในมหาสมุทร
 “พวกเขาหนีได้ไวจริงๆ...”  ดาวตกเพลิงฟ้าขององค์ชายเทียนหลัวและยักษ์พายุสร้างไฟและน้ำแข็งเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม หย่งฮุยเป็นยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่  ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้ถูก
ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น  แต่แม้แต่ยอดฝีมือระดับปราณฟ้าด้วย จะโจมตีให้ถูกหย่งฮุยเป็นเรื่องยาก  นักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ไม่ใช่จะจัดการกันได้ง่ายๆ
หลังจากสู้กันครึ่งค่อนวัน เย่คงและเจ้าอ้วนไห่เหนื่อยหอบจนดูเหมือนสุนัขตาย  แต่หย่งฮุยไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
เขายังคงยืนมองดูกลุ่มคนข้างหน้าด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
ใครจะสามารถแตะต้องเขาได้นอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์?
 “ยอดฝีมือปราณฟ้าน่าประทับใจจริงๆ”  เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังหัวหน้าหย่งฮุย  นี่ไม่ใช่เย่ว์หยางแต่เป็นคนอื่น  หย่งฮุยตกใจหันหน้าไปมอง เขาเห็นบุรุษผู้สง่างามคนหนึ่งกำลังยืนจ้องมองเขา เมื่อเห็นสายตาของเขา เขารู้สึกราวกับจะโดนกลืนกิน เขาตกใจเล็กน้อย  “เจ้าเป็นใคร?”
 “เขาคือหัวหน้าใหญ่วังมารแห่งหอทงเทียน”  เย่ว์หยางโบกมือ
ไม่ใช่แค่พี่ใหญ่มารสัมฤทธิ์ฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีมารแค้นฟ้า มารฟ้าวิบัติ มารเคราะห์ฟ้า มารฟ้าพิโรธ มารฟ้าสังหาร มารกระบี่ฟ้าและชาววังมารอื่นๆ ก็ยังคงปรากฏตัวออกมาด้วย
หย่งฮุยไม่มองดูคนอื่น
เขามองดูแต่เพียงมารสัมฤทธิ์ฟ้าที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานจรดฟ้า
นอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์ มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่เป็นคู่ต่อสู้เขาได้
ที่สำคัญ เขาเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่ แม้แต่อยู่ต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่ง  เขาก็ยังมีความภูมิใจของตนเอง  “ปราณฟ้าระดับสอง นับว่าเป็นคนหนุ่มที่ไม่เลวเลย  แต่น่าเสียดาย  ถ้าเจ้าต้องการฆ่าข้า ข้ารู้สึกว่ายังห่างอยู่บ้าง!  ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์หยางตัดความสามารถของอสูรรบของเขาไป เขาคงไม่มีทางกล่าวเช่นนั้น  แต่ตอนนี้ เขาไม่มีสิทธิ์หยิ่งผยองอีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาอยู่ในโลกวารีที่ต้องห้ามในเรื่องการใช้วิทยายุทธ
รังสีฆ่าฟันปรากฏอยู่ในสายตาของมารสัมฤทธิ์ฟ้า  “การพิชิตแดนสวรรค์เป็นเรื่องที่น่าสนใจแน่นอน ทหารรับจ้างเล็กๆ ก็ยังมีพลังแข็งแกร่งขนาดนั้น ราชาแห่งแดนสวรรค์คงเป็นที่น่าคาดหวังอย่างแท้จริง!”
ทหารรับจ้างเล็กๆ?
หย่งฮุยโมโห  ถ้าไม่ใช่เพราะนี่คือโลกวารี ข้าคงทุบเจ้าเละไปแล้ว ใครกันทหารรับจ้างเล็กๆ?
 “มารสัมฤทธิ์ฟ้า!  ทำไมเจ้าไม่ให้ข้าลองดู ถ้าเจ้าไม่ต้องการจะทำ?”  ในท้องฟ้าจักรพรรดิใต้พิภพและจักรพรรดิมังกรอีกคนที่มีราศีทรงพลังปรากฏตัวขึ้น ไม่นานมานี้พวกเขาบรรลุระดับสุดยอดปราณก่อกำเนิด (เทียบเท่าปราณฟ้า..ต่อไปขอเรียกสุดยอดปราณก่อกำเนิดว่าปราณราชันย์ดีกว่าครับ เพื่อไม่ให้สับสนกับปราณก่อกำเนิด)  แต่เขาซ่อนความจริงไว้ไม่ให้รู้ไปถึงจักรพรรดิใต้พิภพ  เขาบินมาอยู่ต่อหน้าหย่งฮุยและถอนหายใจ  “ยอดฝีมือแดนสวรรค์ทรงพลังจริงๆ  เรามักจะแหงนมองดูฟ้าอยู่เสมอ ขอบเขตของปราณราชันย์ที่แท้จริงก็คือจุดเริ่มต้นของวิถีวิทยายุทธ!”
 “บอกตามตรง โชคดีว่าที่นี่มีกฎสวรรค์ห้ามใช้วิทยายุทธ  มิฉะนั้นข้าคงไม่สามารถต้านทานยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ได้แน่”  จักรพรรดิมังกรผู้มีปราณราชันย์ระดับสอง ยังคงระเบิดพลังแกร่งกร้าวอย่างกระตือรือร้นและท้าทายโดยเพิ่มพลังมากยิ่งขึ้น
เขาอยู่ในระดับเดียวกับมารสัมฤทธิ์ฟ้า  ถ้าเย่ว์หยางไม่ได้ยกระดับโดดเด่นขึ้นมา เขาก็คงยังอยู่ในระดับปราณราชันย์ระดับแรก
อย่างก็ตาม เย่ว์หยางปล่อยราชาเฮยอวี้ จักรพรรดิชื่อตี้และจ้าวปีศาจโบราณออกมา  พวกเขาจึงต้องยกระดับพลังกันอย่างบ้าคลั่ง
การปรากฏตัวของเย่ว์หยางไม่เพียงแต่ทำให้พลังของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ระเบิดออกมา  แต่แม้กระทั่งจักรพรรดิมังกร, จักรพรรดิใต้พิภพและมารสัมฤทธิ์ฟ้า พบกับแรงกดดันหนักหน่วงจนพวกเขาแทบระเบิด
 “พวกท่านค่อยๆ ตีกันไปกับยอดฝีมือปราณฟ้าระดับสี่ก็แล้วกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียวหรอก  ข้าหวังว่าพวกท่านจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของเขามากขึ้น  ส่วนข้ามีธุระต้องทำขอลาไปก่อน”  เย่ว์หยางไม่ได้ร่วมกำลังกับมารสัมฤทธิ์ฟ้าเพื่อท้าทายหัวหน้าหย่งฮุย  ความจริงการมาถึงของมารสัมฤทธิ์ฟ้า จักรพรรดิมังกรและจักรพรรดิใต้พิภพเป็นเรื่องคาดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิง เขาแค่อยากนำเย่คงและเจ้าอ้วนไห่มาฝึกเพิ่มพูนกำลังใจและเพิ่มแรงกดดัน  คาดไม่ถึงเลยว่า มารสัมฤทธิ์ฟ้าก็ต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์กับเขาด้วย  เย่ว์หยางจึงได้แต่ตามน้ำ
 “พี่เขย พาข้าไปด้วย!” มารเคราะห์ฟ้าติดตามมาด้วย
 “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนุก....”  เย่ว์หยางรีบปฏิเสธ  หลังจากเขาพบภูตแสงและสัตว์ประหลาดน้อยแสนรู้ในโลกวารีเขาเตรียมจะไปพบกับนางพญาเฟ่ยเหวินหลี
เมื่อหัวหน้าหย่งฮุยเห็นเย่ว์หยางเตรียมจากไป เขารู้สึกโล่งใจ
ถ้าเขาไม่อยู่ที่นี่ ต่อให้เขามีพลังปราณฟ้าระดับสองหรือปราณฟ้าระดับหนึ่ง นักรบหอทงเทียนจะมีอะไร? เขาเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่! จะให้เจ้าพวกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำได้รู้จักพลังของนักสู้แดนสวรรค์  อย่านึกว่าทุกคนจะรังแกข้าได้  ในหอทงเทียนมีแต่คุณชายสามตระกูลเย่ว์เท่านั้น
 “มาเลย, ข้าขอดูหน่อยว่านักรบจากหอทงเทียนจะมีอะไรดี”  เขาไม่รู้ว่าแม้เขาจะด้อยกว่าเย่ว์หยางเจ้าเด็กผิดมนุษย์อยู่บ้าง  แต่ถ้าเขาคิดว่ามารสัมฤทธิ์ฟ้า มารอันดับหนึ่งแห่งวังมารยังดีไม่พอ  อย่างนั้นเขาคิดผิดเสียแล้ว
 “เมื่อเหลือคนสุดท้าย ค่อยฆ่าเจ้าก็ได้!”  มารสัมฤทธิ์ฟ้าปฏิเสธการท้าทายคนแรก  และเขากลัวว่าเขาจะไม่สามารถทนฆ่าเป้าหมายฝึกฝนที่ดีได้
สิ่งเดียวที่เหลือก็คือมังกรเขาเดียว  มารสัมฤทธิ์ฟ้าคิดว่าหัวหน้าหย่งฮุยไม่มีอะไร
สิ่งเดียวที่สามารถทำให้กังวลได้ก็คือหัวหน้าทหารรับจ้างนั้น  ความจริงเขามีพลังปราณฟ้าระดับสี่  นี่ทำให้มารอันดับหนึ่งของวังมารรู้สึกกดดันมาก....
แดนสวรรค์มียอดฝีมืออยู่เท่าใดกันแน่?

15 ความคิดเห็น:

gg กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆครับ

Unknown กล่าวว่า...

กระสอบทรายดีๆนี่เอง

บิลโบล กล่าวว่า...

ปราณฟ้ากับปราณจักพรรดิ​ต่างกันอย่างไงอ่าครับงง

PKpandora กล่าวว่า...

น่าจะเป็นแค่คำจำแนกนะครับ คนหอทงเทียนระดับสูงจะมีปราณก่อกำเนิด และขึ้นเป็นปราณราชัน แต่พวกแดนสวรรเทียบเท่าปราณราชันจำแนกได้เป็นปราณดิน-ปราณฟ้า

Hemm กล่าวว่า...

พวกแดนสวรรค์จะเรียกระดับที่สูงกว่าปราณดินว่า ปราณฟ้า
เรียกพวกปราณก่อกำเนิดว่า ปราณดิน

ส่วนชาวยอดฝีมือหอทงเทียน เรียกเป็นปราณก่อกำเนิด สูงกว่านั้นก็คือสุดยอดปราณก่อกำเนิด ผมใช้คำใหม่ว่าปราณจักรพรรดิ (เทียบเท่ากับปราณฟ้า) ถ้ายังจะงงอยู่อีก ก็คงไม่มีคำอธิบายอีกแล้ว อ่านแบบงงๆ และเข้าใจแบบงงๆ

Ake กล่าวว่า...

สรุปคือเรียกต่างกัน แต่ก็ปราณฟ้า ที่พัฒนาจากปราณดินเหมือนกัน รึเปล่าครับ

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ใช้ครับ ปราณดินปราณฟ้าใช้กับพวกแดนสวรรค์ ส่วนปราณก่อกำเนิด ปราณจักพรรดิ(อันเก่าคือสุดยอดปราณก่อกำเนิด)ใช้กับพวกที่อยู่ในทงเทียน ระดับเหมือนกันต่างแค่การเรียกชื่อ

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

tho กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

natthapol.nondang@gmail.com กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

สายลมโชย กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ เข้าใจแบบงงฮ่าๆ

Armmylove กล่าวว่า...

ผมจะอธิบายเพิ่มนิดหน่อยนะครับ ตามที่เคยอ่านจบไปแล้ว

ในหอทงเทียนนั้นจะเปรียบพลังคือ-ปราณก่อกำเนิด และ สุดยอดปราณก่อกำเนิด สำหรับในแดนสวรรค์จะเทียบได้คือ ปราณดิน และ ปราณฟ้า

ส่วนสุดยอดปราณก่อกำเนิด ถ้าจะอธิบานง่ายๆคือ ความเข้าใจในพลังมากกว่าครับ เข้าใจถึงแก่นแท้แห่งพลัง ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด

อธิบายให้เห็นภาพชัดๆก็ตัวอย่างแบบจื้อจุน นางเข้าใจถึงแก่นแท้ของสุดยอดปราณก่อกำเนิด จึงทำให้นางเหนือกว่าทุกๆคน ถึงแม้พลังของนางเพิ่งจะอยู่ในระดับเทียบปราณฟ้าระดับ 3เท่านั้น

ส่วนคนที่ยังไม่เข้าใจในแก่นแท้ของสุดยอดปราณก่อกำเนิดก็จะเหมือนพวก ราชาเฮยอวี้ จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิใต้ภิพบ ที่พลังเลยปราณก่อกำเนิดขั้น 10ไปแล้ว ไปถึงขั้นปราณฟ้าระดับ2แล้ว แต่ยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้สุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด จึงยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสุดยอกนักสู้ปราณก่อกำเนิด

อันนี้จะสปอยนิดหน่อยเพื่อให้เปรียบเทียบง่ายๆครับ เดี๋ยวในอนาคตที่เย่หยางถึงปราณก่อกำเนิดระดับ10 เทียบเท่าปราณฟ้าระดับ5 เจอคู่ต่อสู้ที่ยากที่จะชนะ แต่เวลานั้นเย่หยางก็รู้แจ้งถึงแก่นแท้ของสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด ถึงแม้จะเข้าใจเพียงแค่ชายขอบของพลังเท่านั้น กลับสามารถชนะศัตรูได้ง่ายๆเลยทีเดียว

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น