วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 664 เทพองครักษ์ศึก


ตอนที่  664  เทพองครักษ์ศึก
เมื่อกลับมาจากผนึกหลุมดำที่อยู่ของนางพญาเฟ่ยเหวินหลี เย่ว์หยางนั่งเหม่อไร้อารมณ์ความรู้สึกไปสามวัน
ทุกคนสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา

ตอนแรก พวกเขาคิดว่าเขากำลังศึกษาอักษรรูน
จากนั้นต่อมาทุกคนจึงตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่นอน จึงส่งเย่ว์หวี่ไปตรวจสอบดู
เย่ว์หวี่เตรียมข้าวต้มให้เย่ว์หยางและถามอย่างสุภาพ “เจ้ากำลังเผชิญกับปัญหาในการฝึกฝนหรือเปล่า?   ข้าเองก็นึกไม่ออกมาพักนึงแล้ว  แต่ข้าจะพบทางออกเสมอหลังจากบอกเล่าให้คนอื่นฟัง”  ความจริงเย่ว์หวี่ก็มีปมใหญ่ในใจนาง ความลึกลับของสถานะยังไม่ได้รับการคลี่คลาย  อย่างไรก็ตามนางไม่กล้าคิดมากเกินไป  นางแกล้งทำเป็นลืมการสนทนาโต้เถียงระหว่างเย่ว์ซานบิดานางและปู่ห้าของนาง  ตอนนี้นางต้องแกล้งทำเป็นลืมและมาปลอบโยนเย่ว์หยาง  เพราะนางกลัวว่าน้องชายนางจะไม่สามารถพบทางออก  นางกลัวว่าเขาจะไม่สามารถบรรลุผ่านคอขวดของการฝึกปรือได้ทำให้ทุกคนต้องเป็นกังวล  แน่นอนว่านางเชื่อว่าน้องชายนางฉลาด ไม่มีอะไรในโลกจะทำให้เขางุนงงได้ อุปสรรคนี้เล็กน้อยและคงอยู่ชั่วคราวเท่านั้น
 “ข้าสบายดี!”  เย่ว์หยางตะลึงตอนแรกจากนั้นยิ้มและโบกมือให้  “ข้าเพียงแต่กำลังแยกแยะความรู้ระดับใหม่ของข้าเท่านั้น  อ๋า!  ข้านั่งอยู่นานไหม?”
 “สามวัน” เย่ว์หวี่กล่าว  เมื่อนางเห็นว่าเย่ว์หยางกลับคืนเป็นปกติ นางรู้สึกดีใจและสบายใจ
 “ข้าเพ่งความสนใจมากเกินไปหน่อย”  เมื่อเย่ว์หยางกลับมา  เขาไม่อาจรอได้และดื่มด่ำกับขอบเขตปราณราชันย์  ดังนั้นเขาลืมฝากคำพูดให้กับเจ้าเมืองโล่วฮัวและสาวๆ  เขาเพ่งอยู่กับการแยกย่อยความรู้ถึงสามวันทำให้ทุกคนเป็นห่วง
 “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว... เจ้าสามารถฝึกต่อไปได้นะ  ข้าแค่มาดูเท่านั้นเอง”  เย่ว์หวี่คิดว่านางรบกวนการฝึกปรือของเย่ว์หยางจึงมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง
 “ข้ายังไม่รีบร้อนฝึก  แต่ข้าเพียงแต่เข้าใจเคล็ดหัวใจปราณราชันย์ ดังนั้นก็เลยตื่นเต้นเกินไป  นั่นคือสาเหตุที่ข้าเป็นแบบนี้  ขอสัญญาว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีก”  ก่อนที่เย่ว์หยางจะพูดจบ เย่ว์หวี่ร้องอย่างตื่นเต้น  “หัวใจปราณราชันย์? เจ้าบอกว่าเจ้าเข้าใจหัวใจปราณราชันย์? อา.. นั่นยอดเยี่ยมจริงๆ !”  เย่ว์หวี่เผลอตัวกอดเย่ว์หยางแน่น  โดยไม่ทันให้เย่ว์หยางได้รู้ตัว นางรีบออกไปป่าวประกาศข่าวดีให้เจ้าเมืองโล่วฮัวและสาวๆ ที่เหลือทราบ
แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องกระทบความรู้สึก
เสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแกล้งทำเป็นฝึกแต่ความจริงกำลังลอบฟังอยู่ก็วิ่งเข้ามาหาเช่นกัน
เจ้าเมืองโล่วฮัว, ไห่หลาน (ไห่อิงอู่), เย่ว์ปิงและอี้หนานก็ได้ยินข่าวและรู้สึกดีใจ  นางเซียนหงส์กำลังอาบน้ำอย่างสบายใจถึงกับลืมทุกอย่าง นางกระโดดขึ้นมาจากน้ำและอดใจไม่ได้ที่จะจูบเย่ว์หยางเป็นรางวัล การกระทำที่กล้าเกินไปของนางทำให้เย่ว์หวี่ถึงกับตาโต ขณะที่นางมีข้อจำกัดที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
มารเคราะห์ฟ้าค่อนข้างจะสงวนตัว นางรีบเช็ดตัวก่อนจะรีบสวมชุดคลุมโชกน้ำตะโกนลั่น “พี่เขยจงเจริญ” และวิ่งออกมาร่วมสนุกด้วย
พี่สาวจอมขี้เมาอดรู้สึกกระวนกระวายไม่ได้
นางเม้มปากค้อน
เพื่อแสดงว่านางไม่สนใจ
อย่างไรก็ตามนางไม่อาจห้ามหนูน้อยแพนด้าหนิวหนิวจึงติดตามเด็กหญิงไปดูเย่ว์หยาง  นางแสร้งทำเป็นฝึกปรือและแอบฟังเสียงรื่นเริงดีใจของกลุ่มผู้คน
แม้ความจริงที่ว่าเย่ว์หยางจะเข้าใจเคล็ดหัวใจปราณจักรพรรดิ  อย่าว่าพวกนางจะรู้สึกดีใจเท่านั้นเลย  แม้แต่จักรพรรดินีราตรีและจื้อจุนก็พลอยดีใจไปด้วย
พวกเขามากันคนแล้วคนเล่า  จักรพรรดินีราตรีคุยกับเย่ว์หยางมากมาย
ไม่ว่าเย่ว์หยางจะสามารถจำได้หรือไม่  นางจะเพิ่มเติมความรู้ให้กับเขา
จื้อจุนไม่พูดอะไรมาก นางว่ากล่าวเพียงไม่กี่คำ  “นี่เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น!”  นับเป็นคำชมเชยที่ยอดเยี่ยมจากนางแล้วต่างจากจักรพรรดินีราตรี  จื้อจุนพาสองสาวพี่น้ององครักษ์มังกรจากเผ่าภูตบูรพามาด้วย เย่ว์หยางมีความเข้าใจหัวใจปราณราชันย์จึงได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง
แน่นอนว่า เย่ว์หยางคิดออกได้โดยไม่ต้องเดาเลย
ตราเงินพระจันทร์เสี้ยวที่เขาได้รับก่อนหน้านั้นจะต้องใช้เคล็ดหัวใจปราณราชันย์จึงจะใช้งานหรือผนึกได้
สาวมังกรไม่เคยติดตามเย่ว์หยางเจ้านายของพวกนางเหมือนกับองครักษ์อื่นซึ่งเป็นเพราะยังไม่มีประโยชน์อะไรก่อนที่เย่ว์หยางจะบรรลุระดับปราณราชันย์  เย่ว์หยางไม่คาดเลยว่าพลังของตราเครื่องหมายพระจันทร์เสี้ยวจะถูกส่งมาเพื่อตัวเขา  แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าจื้อจุน จักรพรรดินีราตรีและสาวมังกรสองพี่น้องรอให้เขาก้าวเข้าสู่ระดับปราณราชันย์  พวกนางไม่ต้องการให้เขากังวลไปก่อน จึงไม่ได้อธิบายอะไรแก่เขา
 “ข้าชื่ออาเหยา ท่านเป็นนายของเราสองพี่น้อง  และเราจะปกป้องท่านด้วยชีวิตของเรา”  เสียงจริงจังของมังกรสาวผู้พี่นามว่าอาเหยาดังขึ้น
 “เรามีความสามารถที่แข็งแกร่ง!”  เสียงน่ารักของมังกรสาวคนน้องดังขึ้น นางชื่อว่าอาหยู
จื้อจุนไม่พูดอะไร  แต่เมื่อเย่ว์หยางดึงตราเงินพระจันทร์เสี้ยวออกมา  นางพยักหน้าเล็กน้อย
และจากนั้นนางก็จากไป
และเมื่อนางไปแล้ว
เจ้าอุปกรณ์เงินนี่ใช้ประโยชน์อะไรได้?
เย่ว์หยางงุนงง  แต่ก็รู้สึกสะดุดความคิดอย่างหนึ่ง
หรือว่าสิ่งนี้จะเหมือนกับจี้หยกดำที่ผนึกนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไว้?
มีศัตรูหรือยอดฝีมือที่ทรงพลังแข็งแกร่งถูกผนึกเอาไว้ข้างในหรือเปล่า? หรือว่าเป็นสมบัติ? หรือเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์? หรือเป็นอสูรเทพ?  อาจจะเป็นเลือดเทพหรือวิญญาณยุทธ?
หัวใจเย่ว์หยางเต้นแรง  พี่น้องมังกรสองสาวรายงานตัวกับเขาเป็นเรื่องดีไม่น้อยกว่าเรื่องตราเงินของเขา
 “พลังปัจจุบันของเราเทียบเท่ากับพลังปราณก่อกำเนิดระดับแปดของนักรบมนุษย์  ไม่มีคัมภีร์อัญเชิญ เราไม่สามารถช่วยท่านได้มากนัก  อย่างไรก็ตามเราในฐานะองครักษ์แห่งเผ่าภูตบูรพา ตราบเท่าที่เราหยดเลือดทำสัญญากับนายท่านโทษเนรเทศของบรรพบุรุษเผ่าเราจะได้รับการอภัยโทษ  เมื่อเราสืบทอดสายเลือดอมตะพลังของเราจึงจะเพิ่มขึ้นอีกมาก  ข้าเชื่อว่าเราจะปกป้องท่านได้ดีกว่า”  สาวมังกรคนพี่บอกว่าสายเลือดอมตะถูกผนึกอยู่ภายในตราเงินในมือของเย่ว์หยาง
 “เอ่อ..เทพองครักษ์ของเราพอได้ตกทอดสายเลือดอมตะแล้วจะสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธเทพเต็มวัยใช้ในการรบ!”  คำพูดของสาวมังกรผู้น้องทำให้เย่ว์หยางตะลึง
นางฟ้าปีกโลหิตที่อยู่ข้างจื้อจุนก็คือเทพองครักษ์ของนาง!
อย่างไรก็ตามนางฟ้าปีกโลหิตจะเป็นเผ่าพันธุ์ภูตบูรพาได้อย่างไร?  และเขาจะมีเทพองครักษ์ถึงสองคนได้อย่างไร?
ยิ่งเย่ว์หยางคิดเรื่องนี้แล้ว เขายิ่งมีความรู้สึกลึกลับมาก  และเขาไม่ต้องการ  เพราะมีหลายอย่างที่เขาไม่สามารถค้นพบได้ในตอนนี้  ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำคือผูกสัญญาหยดเลือดกับพี่น้องมังกรสองสาวและลบคำสาปบรรพบุรุษให้พวกนาง
กระบวนการหยดเลือดทำสัญญามีความซับซ้อนมาก  เป็นครั้งแรกที่ต้องเขียนอักษรรูนสัญญาบนคัมภีร์อัญเชิญ และบนหน้าผากของสองสาวมังกรด้วยเช่นกัน
จากนั้นเย่ว์หยางใช้ปราณราชันย์ทำสัญญากับพวกนาง....
เป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จโดยไม่ใช้ความเข้าใจหัวใจปราณราชันย์  มิน่าเล่าพวกนางถึงไม่มาตามหาเย่ว์หยางในแต่ก่อน  กลับเลือกที่จะมาพร้อมกับเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเพื่อช่วยการฝึกปรือของพวกนาง  เสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้เรื่องสัญญาหยดโลหิตทั้งหมด  และพวกนางถอยออกมานอกประตู บอกทุกคนถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ
เมื่อได้ยินคำของพวกนาง  สาวๆ แยกย้ายกระจายตัวทันที
พวกเขากำลังยุ่ง
เย่ว์หยางพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อคงอยู่ในสภาวะปราณราชันย์ และพบว่าพลังงานไหลเข้าไปในร่างของสาวมังกรทีละคนๆ  ใจของเขาหลอมรวมกับของพวกนาง และพลังปราณก่อกำเนิดของเขาโคจรเข้าร่างนาง
เปลวเพลิงอมฤตเผาร่างของพี่น้องมังกรสองสาว ทำให้ผลัดร่างและชำระร่างเก่า
สัญญาโลหิตดำเนินไปเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตามการผสานพลังคราวนี้จะไม่ล้มเหลวโดยทำทีละคน โดยเย่ว์หยางเป็นผู้นำและสองสาวมังกรเป็นผู้สนับสนุน ทั้งสามคนผสานพลังเป็นหนึ่ง
เย่ว์หยางเห็นภาพจำแลงว่าสองสาวเป็นส่วนหนึ่งของร่างเขา มีการเติบโตอย่างพิเศษ  จริงจังยิ่งกว่าอสูรพิทักษ์  ความคิดของเขามังกรสองสาวไม่อาจเข้าใจได้  แต่ความคิดของสองสาวสะท้อนมาจากใจของเย่ว์หยางอย่างชัดเจน  อาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าเย่ว์หยางต้องการให้ทำอะไร เขาไม่จำเป็นต้องพูด  ตราบเท่าที่เขาคิด  พวกนางสามารถรับและปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์ได้  ตราบเท่าที่องครักษ์นี้ต้องอาศัยปณิธานของเจ้านาย  เขาสามารถเรียกเทพองครักษ์ออกมาได้
แสงสีทองฉายออกมาจากคัมภีร์อัญเชิญ
คัมภีร์อัญเชิญพลิกหน้าทันที
เนื้อหาที่แสดงแตกต่างจากอสูรรบตามปกติ  และยังแตกต่างจากอสูรพิทักษ์
เทพองครักษ์ศึกคือสถานะคงอยู่ที่พิเศษมาก  พวกนางจงรักภักดีพอๆ กับอสูรพิทักษ์และแยกออกจากความเป็นความตาย  พวกนางมีอิสระในการเติบโตเหมือนกับนักสู้ธรรมดา  พวกนางไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการรบของเจ้านาย  และพวกนางสามารถฝึกปรือตนเองได้
สิ่งที่พิเศษที่สุดเป็นเพราะใจของพวกนางสงบเหมือนกับของเจ้านาย เทพองครักษ์สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธวิเศษและช่วยเจ้านายต่อสู้
นี่คือความสามารถที่อสูรรบธรรมดา และอสูรพิทักษ์ไม่อาจมีได้
เพราะการชำระของเปลวเพลิงอมฤต มังกรสองสาวไม่รู้สึกอาย พวกนางกลับกอดกันและกันแน่น ปีกมังกรบนหลังของนางค่อยๆ ปรากฏเมื่อคำสาปบรรพบุรุษเริ่มหลอมละลายเข้าวิญญาณของนาง ขณะที่ปีกมังกรของนางจางหายไปจนมองไม่เห็น  อักษรรูนโบราณสามอักขระที่เย่ว์หยางเขียนไว้บนตัวนาง เย่ว์หยางเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงทำอย่างนั้น เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งเหมือนกับว่าเขามีพลังและสติปัญญาที่จะทำ
เมื่อเย่ว์หยางหยดเลือดลงบนตราพระจันทร์เสี้ยวเงิน  มันแตกกระจาย
พลังที่อธิบายไม่ถูกทะลักออกมา
มันทะลุผ่านเย่ว์หยางไปอย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือเย่ว์หยางไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย  ตรงกันข้ามร่างของเขาดูเหมือนรู้สึกมีความสุขสบาย ราวกับว่าได้รับข้อสรุปบางอย่าง  และเหมือนกับว่าวิญญาณของเขาฟ่องฟูจากความเข้าใจเคล็ดหัวใจปราณราชันย์....
เย่ว์หยางหลับตา  แต่เขายังคงเห็นชัดถึงการรับตกทอดพลังของทั้งสองคน ไม่ใช่คนเดียว
พวกนางทั้งสองมีพลังสมบูรณ์ มีสองแต่เป็นหนึ่งเดียว
เหมือนกับนกตัวหนึ่ง มีปีกเดียวซ้ายกับขวา
ช่างงดงามจริงๆ
ขณะที่ร่างของเย่ว์หยางกำลังลอยกลับไปมา สาวกิเลนก็วิ่งออกมาและร้องอย่างไม่ตั้งใจ  “นกเป็ดน้ำคู่ มีพลังของนกเป็ดน้ำคู่ได้ยังไง?”  มีศึกใหญ่อยู่ต่อหน้าหรือ?”
ทั้งสองผสานรวมตัวในร่างเย่ว์หยาง
พลังกระจายไปทั้งแขนซ้ายและขวา เป็นการส่งพลังผ่านไปที่สาวมังกรทั้งสอง
สาวมังกรสองพี่น้องส่งเสียงกรีดร้องเมื่อพวกนางได้รับมรดกพลังนกเป็ดน้ำคู่  เสียงของพวกนางไพเราะพอๆ กับดุริยางค์สวรรค์ทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน
แม้แต่เสวี่ยอู๋เสียที่อยู่ข้างนอกก็ยังตะลึงอยู่นานเมื่อได้ยินเสียงนี้  และใจของพวกเขาฟื้นคืนปกติ  สาวกิเลนปิงหยินบุ้ยปากน้อยๆ ของนางอย่างน่ารักและช่วยเย่ว์หยาง นางเหยียดมือไปที่ร่างเขาและถ่ายพลังบริสุทธิ์ปริมาณมหาศาลในตัวนางช่วยให้เขาจบการทำสัญญาได้อย่างรวดเร็ว มังกรสองสาวเปลี่ยนเป็นแสงสีทองขณะที่พวกนางคำนับให้สาวกิเลนและกลับเข้าไปพักในโลกคัมภีร์... ก่อนที่จะเข้าใจพลังของมรดกทั้งหมดพวกนางเชื่อว่าพวกนางจะต้องพักอย่างยาวนาน  แน่นอนว่าเทียบกับเจี้ยงอิงที่ได้รับมรดกพลังของเทพมังกรทอง พวกนางยังดีกว่ามาก เนื่องจากพวกนางเป็นเทพองครักษ์สงคราม
 “ขอบคุณสาวน้อย, บางครั้งเจ้าก็น่ารักดีนะ!”  เย่ว์หยางคิดว่าคงจะตายเพราะความอ่อนเพลียเสียแล้ว  แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำพิธีได้สำเร็จ
 “ว้าย... เจ้าคนอุบาทว์...” สาวกิเลนปิงหยินเห็นร่างเปลือยเย่ว์หยาง นางปิดหน้าและเผ่นหนีทันที
นางรู้สึกอาย!

11 ความคิดเห็น:

ท้องฟ้าจะมีความหมาย ถ้ามีคนแหงนมอง กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Aoom กล่าวว่า...

ว่าที่เมีย 55+

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

อิหยางได้สาวๆมาเติมเต็มบ้านอีกแล้ว(รอบนี้แฝดเลย) 5555+++

sarinnan กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ ฮาเร็มๆ อิอิ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

สายลมโชย กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น