วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

Panlong เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 26 เวลาและสถานที่


เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก ตอนที่ 26 เวลาและสถานที่
ในทางกลับกัน ร่างของเฮนด์เซนถูกกระแทกกระเด็นไปด้วยความเร็วสูงจากแรงปะทะที่น่ากลัว  เพียงแต่หลังจากปลิวถอยหลังไปเกือบร้อยเมตรเฮนด์เซนก็ค่อยยืนหยัดมั่นคงได้ และมีเลือดซึมจากปากเฮนด์เซนสายหนึ่ง

เฮนด์เซนปาดเลือดออก จ้องมองดูแม่น้ำแชนน์
 “สมกับเป็นเซียนกระบี่อัจฉริยะ พลังโจมตีสุดท้ายทรงพลังอย่างแท้จริง”  เฮนด์เซนพึมพำกับตนเอง  ช่วงเวลาเป็นตาย พลังโจมตีสุดท้ายของโอลิเวอร์เข้าถึงระดับพลังใหม่ และทำลายพลังป้องกันของเฮนด์เซนปะทะใส่ร่างของเฮนด์เซน ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ
 “ครืนนน” ฝนยังคงตกหนักไม่หยุด และบนผิวแม่น้ำแชนน์ คลื่นน้ำม้วนตัวเป็นระลอก  สีแดงบนผิวน้ำสลายหายไปจากสายตา
เงียบราวป่าช้า!
ทุกคนตกอยู่ในอาการเงียบ  และคนบนฝั่งทั้งสองข้างแม่น้ำจ้องมองดูแม่น้ำแชนน์  ทุกคนต้องการรู้  เซียนกระบี่อัจฉริยะตายแล้ว เพียงแค่นั้นหรือ?
 “พี่ใหญ่!  บลูเมอร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย  เขาหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดใจและโดดลงไปในสายน้ำแชนน์ที่ขุ่น
 “อาจารย์ลินลี่ย์, โอลิเวอร์ตายหรือเปล่า?”  จักรพรรดิโจฮันน์กังวลใจ
ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ  “ข้าพระองค์ไม่แน่ใจ”  ขณะที่เขาพูด ลินลี่ย์ก้มหน้ามองบีบี  ขณะที่บีบีก็มองลินลี่ย์อย่างจนใจ  “พี่ใหญ่, ตอนนี้รัศมีของโอลิเวอร์อ่อนมาก  และเขาไม่หายใจ  ข้าตรวจสอบสัญญาณชีวิตของเขาแล้ว  ดูเหมือนเขากำลังจะตาย”
ผู้ชมนับไม่ถ้วนต่างพูดคุยกันถึงสถานการณ์นี้อย่างเบาๆ  และคลางแคลงใจว่าโอลิเวอร์ตายหรือเปล่า  แต่ทุกคนยังจำได้... พลังโจมตีเจิดจ้าสุดท้ายของโอลิเวอร์ 
 “ซ่า..” น้ำพุ่งกระจายไปทุกที่
ร่างของบลูเมอร์พุ่งออกมาจากน้ำ  ลินลี่ย์สามารถบอกได้ทันทีว่าหน้าของโอลิเวอร์ขาวซีดไร้สีเลือด ริมฝีปากเขาซีดเช่นกัน  เขาไม่มีลมหายใจอยู่เลย
มีแต่ใช้พลังจิตวิญญาณตรวจสอบดูเขาจึงจะรู้สึกได้ว่าโอลิเวอร์ยังมีชีวิต
 “หลีกไป หลีกไป” บลูเมอร์เอากระบี่เงาแสง กระบี่อัคนีและพี่ชายของเขาในอ้อมแขนวิ่งมาหาจักรพรรดิโจฮันน์
ตาของบลูเมอร์นองด้วยน้ำตา
 “ฝ่าบาท, ฝ่าบาท, หมออยู่ที่ไหน? เร็วๆ เข้า” บลูเมอร์ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ จักรพรรดิโจฮันน์เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว จอมเวทสายธาตุแสงระดับเก้าที่อยู่ในวังก็มาด้วย
 “ท่านแอนเดอร์ เร็วเข้า ช่วยโอลิเวอร์”  จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสสั่งทันที
ชายชราผมขาวเดินออกมาจากด้านหลังของจักรพรรดิโจฮันน์ทันทีและรีบตรงมาที่ร่างอ่อนแอของโอลิเวอร์ มือของเขาเรืองแสงสีขาว  เขาแตะร่างของโอลิเวอร์ ในไม่ช้าหน้าของโอลิเวอร์ปรากฏสีสันอีกครั้ง
 “เขาเป็นยังไงบ้าง?  พี่ข้าเป็นยังไงบ้าง?”  บลูเมอร์ถามอย่างเร่งร้อน
แม้ว่าบลูเมอร์จะดื้อรั้นและเย็นชามากต่อคนอื่น  แต่ในใจบลูเมอร์ เขารักโอลิเวอร์เหมือนพ่อ  พี่ชายของเขาดูแลเขามาตั้งแต่เขายังเด็ก  สำหรับบลูเมอร์ไม่มีใครอื่นที่สำคัญเท่ากับพี่ชายของเขา
 “อย่าเพิ่งเร่ง  ตอนนี้ ทั้งหมดที่ข้าทำก็คือรักษาบาดแผลง่ายๆ ของท่านโอลิเวอร์อย่างถาวรก่อน  ข้าจำเป็นต้องใช้เวทรักษามากขึ้นเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายใน”  ชายชราผมขาวพยักหน้าขณะพูด  จากนั้นเริ่มร่ายเวททันที  บลูเมอร์มองดูด้วยความกังวลห่วงใย  แต่เขาไม่กล้ารบกวนการทำงานของจอมเวทสายธาตุแสง
ในไม่ช้า...
แสงระยิบระยับเข้าไปในร่างของโอลิเวอร์ และบาดแผลบนตัวของโอลิเวอร์เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว  ผลของเวทรักษาช่างน่าทึ่ง
 “หืม?”  ชายชราผมขาวส่ายหน้างุนงง
 “ว่ายังไง?” บลูเมอร์ลนลานถาม
ชายชราผมขาวส่ายศีรษะขมวดคิ้ว  “ร่างของท่านโอลิเวอร์ได้รับการรักษาหมดแล้ว  อาการบาดเจ็บภายนอก อวัยวะภายในและกระทั่งกระดูกที่หักก็ได้รับการรักษาแล้ว  แต่ท่านโอลิเวอร์ก็ยังไม่ฟื้น นี่มัน....
ลินลี่ย์ตรวจสอบภายในโอลิเวอร์อย่างระมัดระวังเช่นกัน
 “วิญญาณของโอลิเวอร์บาดเจ็บหนัก”  บีบีบอกลินลี่ย์ทางใจ  “ตอนนี้ข้ารู้สึกได้ว่าวิญญาณของเขายังอ่อนแอมาก”
ถึงตอนนี้ เฮนด์เซนในชุดยาวสีเทาลอยตัวลงมาจากท้องฟ้าช้าๆ  และมาหยุดอยู่หน้าจักรพรรดิโจฮันน์อย่างสง่างาม
 “เฮนด์เซน!  บลูเมอร์จ้องเฮนด์เซนอย่างเกลียดชัง
พี่ชายคนเดียวของเขา สมาชิกครอบครัวคนเดียวของเขา  บลูเมอร์รู้สึกเกลียดเฮนด์เซนอย่างที่สุด  ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาอ่อนแอกว่าเฮนด์เซนมากมาย บลูเมอร์อาจจะวิ่งเข้าโจมตีไปแล้ว
 “เลิกจ้องหน้าข้าเสียที  วิญญาณของพี่ชายเจ้าบาดเจ็บหนัก และเขาก็อยู่ในอาการครึ่งเป็นครึ่งตาย แต่นั่นไม่ใช่เพราะข้า  เมื่อจะใช้การโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา  พี่ชายเจ้าดูเหมือนจะเปิดใช้วิชาต้องห้ามเพื่อใช้โจมตีข้า หวังว่าจะฉุดข้าตกตายตามกันไปด้วย”  หน้าของเฮนด์เซนก็ค่อนข้างซีดเช่นกัน
 “วิชาต้องห้าม?” บลูเมอร์ขมวดคิ้ว
ทันใดนั้นเขาระลึกได้...
เมื่อไม่นานนี้ เขาต้องการเรียนรู้วิชากระบี่อัคนีจากพี่ชายของเขา  แต่โอลิเวอร์สั่งให้เน้นที่การเรียนวิชากระบี่เงาแสงเท่านั้น  และห้ามไม่ให้เขาฝึกวิชากระบี่อัคนีอย่างเด็ดขาด
 “หรือว่ามีข้อห้ามบางอย่างมิให้นักสู้ใช้กฎธาตุตรงกันข้ามพร้อมกัน?”  บลูเมอร์ก้มหน้ามองพี่ชายของเขา
โอลิเวอร์หน้าแดง และร่างของเขาอยู่ในสภาพสุดยอดอย่างเห็นได้ชัด  แต่เขาก็ยังไม่ฟื้น และรังสีวิญญาณของเขาอ่อนแอมาก  เหมือนกับว่าจะมอดดับได้ทุกเมื่อ
 “ท่านโอลิเวอร์แพ้?”
 “น้องชายของเขาแบกศพออกมา  อนิจจา เซียนกระบี่อัจฉริยะตายเสียแล้ว”
 “ใครบอกว่าตาย?  บางทีเขาแค่หมดสติเนื่องจากอาการบาดเจ็บ”
 “ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น  ท่านเฮนด์เซน เซียนดาบจ้าวภูผาดูเหมือนยังสบายอยู่ได้  และแม้ตอนลงมาจากท้องฟ้าแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาแข็งแกร่งกว่าโอลิเวอร์มาก”
ผู้ชมเป็นล้านพูดคุยถึงการต่อสู้นี้ทั้งหมด  แม้ว่าท้องฟ้ายังมีฝนตกหนัก แต่ก็ไม่อาจลดความร้อนแรงของเหตุการณ์ได้  ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่พวกเขาเห็น  ไม่ว่าโอลิเวอร์จะตายหรือหมดสติจากอาการบาดเจ็บของเขา  แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ...
ผู้ชนะการประลองครั้งนี้ก็คือเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน!
ผลเช่นนี้ใครๆ ส่วนใหญ่ก็ได้คาดกันไว้แล้ว  ที่สำคัญ เฮนด์เซนมีชื่อเสียงมายาวนาน และเป็นเซียนที่ทรงพลังที่สุดซึ่งยังมีชีวิตอยู่  เขาไม่เคยพ่ายแพ้ การชนะในการประลองครั้งนี้เป็นเรื่องธรรมดา
ทุกคนจะตกตะลึงถ้าเฮนด์เซนเป็นฝ่ายแพ้
คลื่นผู้ชมเริ่มสลายตัวออกไป  หลายคนเริ่มมุ่งหน้ากลับไปเมืองหลวง  ขณะที่อีกหลายคนมุ่งหน้าไปหมู่บ้านที่อยู่ชานเมือง
ผู้คนค่อยๆ จากไป  แต่ทหารยังคงยืนคุ้มกัน
 “พี่ของข้ายังไม่ตาย”  บลูเมอร์พูดอย่างเย็นชา  จากนั้นแบกร่างพี่ชายของเขา  เขาสั่งบ่าวไพร่ของเขาให้เอากระบี่เงาแสงและกระบี่อัคนีตามเขามา  บลูเมอร์จากไปพร้อมกับอุ้มร่างพี่ชายไว้ในวงแขน
 “ข้าหวังว่าโอลิเวอร์จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้”  จักรพรรดิโจฮันน์ถอนหายใจ  ตอนนี้จักรพรรดิโจฮันน์ยังมีคนรายล้อมเกินกว่าพันคน
คนเหล่านี้เป็นขุนนางทั้งนั้น  หลายคนต้องการรู้ว่าโอลิเวอร์เป็นหรือตาย
 “ท่านเฮนด์เซนแข็งแกร่งทรงพลังจริงๆ  เขาชนะได้ง่ายๆ อีกครั้งหนึ่ง”  เสียงขุนนางคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปพูดอย่างยกย่อง  เฮนด์เซนหัวเราะอย่างใจเย็น
จากนั้นเฮนด์เซนมองดูลินลี่ย์ เขาพูดพลางหัวเราะ  “ความจริง เทียบกับโอลิเวอร์แล้ว ข้าอยากประลองกับอาจารย์ลินลี่ย์มากกว่า”
เกิดความเงียบงันทันที
ทุกคนตกใจ  เฮนด์เซนด์เพิ่งจะชนะประลองกับโอลิเวอร์หยกๆ  และตอนนี้เขาต้องการท้าลินลี่ย์ประลอง?
ลินลี่ย์เงียบอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงพูด “ท่านเฮนด์เซน นี่หมายความว่ายังไง?”
เฮนด์เซนยิ้ม  “ครั้งสุดท้ายที่สนามประลอง เจ้ากับโอลิเวอร์ยังประลองกันไม่จบ  แต่โอลิเวอร์ชักกระบี่อัคนีออกมา และเจ้าเตรียมใช้ดาบหนักอดาแมนเทียมของเจ้า  ตอนนั้นข้าจำได้ เจ้าพูดว่าดาบหนักอดาแมนเทียมของเจ้าใช้วิชาที่เนื่องกับกฎธาตุดินใช่ไหม?”
 “ถูกแล้ว”  ลินลี่ย์พยักหน้า
 “ข้าก็เหมือนกัน  เป็นคนที่ศึกษามาทางกฎของธาตุดิน  ข้าคาดว่าเราควรจะร่วมประลองกัน  นั่นจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเราทั้งสองคนเพื่อบรรลุระดับความเข้าใจที่สูงขึ้น”  เฮนด์เซนมองดูลินลี่ย์  “ข้าอยากจะเชิญเจ้าร่วมซ้อมมือ  เจ้าจะยอมรับไหม?”
ไม่มีเสียงจากขุนนางรอบด้าน  แม้แต่จักรพรรดิโจฮันน์ก็ยังไม่กล้าส่งเสียง
ฝ่ายหนึ่งเป็นเซียนที่มีชื่อเสียงยังมีชีวิต แข็งแกร่งที่สุด อีกฝ่ายเป็นเซียนซึ่งเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยพบพานมาก่อนในโลก
 “พี่ใหญ่....”  วอร์ตันอดพูดไม่ได้
ลินลี่ย์หันมามองน้องชาย  เขาหัวเราะ
ในใจวอร์ตันนั้นโกรธแทบคลั่ง  เขาคิดเองว่า “เฮนด์เซนผู้นี้น่ารังเกียจจริงๆ  เขาเพิ่งจะเอาชนะโอลิเวอร์จนปางตาย แล้วบัดนี้ยังต้องการจะฆ่าพี่ชายข้าด้วยหรือ?  เป็นเพราะเขาเห็นว่าทั้งพี่ชายและโอลิเวอร์เป็นอัจฉริยะทั้งคู่  และกลัวว่าในอนาคต พวกเขาจะคุกคามสถานะของเขา?”
วอร์ตันไม่ใช่เพียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้  หลายคนที่อยู่ในที่นั้นก็คิดเหมือนกัน
ที่สำคัญลินลี่ย์และโอลิเวอร์คืออัจฉริยะที่โดดเด่นทั้งคู่  หนึ่งในนั้นถูกเล่นงานจนยังสงสัยอยู่ว่าจะรอดชีวิตหรือไม่  และตอนนี้เฮนด์เซนกลับเชิญลินลี่ย์ร่วมซ้อมมือ?  หลายคนตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของเขาเป็นธรรมดา
 “ว่าไง, เจ้าปฏิเสธหรือเปล่า?”  เฮนด์เซนถามพลางหัวเราะ
ลินลี่ย์มองดูเฮนด์เซน ขณะที่ยิ้ม “เวลาล่ะ, และสถานที่?”
เฮนด์เซนประหลาดใจ
เขาเข้าใจความหมายนี้ของลินลี่ย์ทันทีว่ายอมรับคำท้าทายของเขา  “ข้าประลองกับโอลิเวอร์เสร็จสิ้นวันนี้ไปแล้ว  ยังไม่อยู่ในสภาพที่ดี  เอาอย่างนี้เป็นไง สามเดือนจากนี้ไป  วันที่ 4 สิงหาคม เหนือยอดเขาทุสคอน ทางตะวันออกเมือง เราจะไปประลองกันที่นั่น”
 “ได้” ลินลี่ย์ยิ้มและพยักหน้า
ลินลี่ย์ต้องการประลองกับเฮนด์เซนเช่นกัน  เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจชีพจรคุ้มกันที่เป็นวิชาตั้งรับ  ผสานกับพลังโจมตีสัจธรรมแห่งธาตุดิน  ลินลี่ย์ไม่คิดว่าเขาจะพ่ายแพ้ได้ง่ายดาย  เขาไม่เพียงแต่ได้รับการปกป้องด้วยพลังป้องของชีพจรคุ้มกันเท่านั้น   แต่ยังได้รับการปกป้องจากเกล็ดมังกรด้วย  ด้วยพลังป้องกันที่ทรงพลังนั้น ก็ยากจะบอกว่าเฮนด์เซนดีกว่าหรือว่าเขาดีกว่า
 “เมื่อเป็นเช่นนั้น อย่างนั้นฝ่าบาท, ลินลี่ย์, ข้าขอลาก่อน”  เฮนด์เซนพยักหน้าให้พวกเขา  จากกลายเป็นแสงสีเทาพุ่งเข้าไปในท้องฟ้า
 “พี่ใหญ่...”  วอร์ตันวิ่งเข้ามาหา
 “ข้าไม่เป็นไร, แพ้หรือชนะก็ยังต้องมุ่งมั่นอยู่ดี”  ลินลี่ย์ยิ้มด้วยความมั่นใจ จากนั้นพาคนของเขากลับไปที่พัก
สำหรับพวกขุนนางและราชตระกูล  พวกเขาทุกคนร่วมกันคิดพิจารณา  หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนพากันกลับเข้าเมืองหลวงทั้งที่ฝนยังตกอยู่
แม่น้ำแชนน์กลับสู่ความสงบตามปกติอีกครั้ง เหลือแต่ร่องรอยความยุ่งเหยิงอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเป็นหลักฐานของความตื่นเต้นก่อนหน้านั้น
………..

ณ จุดที่แม่น้ำแชนน์และแม่น้ำยูลานมาบรรจบกัน เรือมหึมาสูงหกชั้นแล่นจากแม่น้ำยูลานเข้าในแม่น้ำแชนน์ อัศวินแถวหนึ่งกำลังยืนอยู่เป็นระเบียบบนดาดฟ้า
อัศวินผู้แข็งแกร่งหลายคนมีอสูรเวทอยู่ด้วย  คนธรรมดาจะไม่มีทางได้ใช้อสูรเวท  เพราะอัศวินหลายคนมีอสูรเวทก็หมายความว่าสถานะของคนที่อยู่บนเรือไม่ธรรมดา
 “เมื่อเรามาถึงแม่น้ำแชนน์  เราจะใช้เวลาเพียงสามวันก็จะถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิโอเบรียน  แต่น่าเสียดายที่เราจะพลาดชมการประลองระหว่างเซียนกระบี่อัจฉริยะ โอลิเวอร์ และท่านเฮนด์เซน”
นักรบที่อยู่บนดาดฟ้าเรือกำลังสนทนากันเอง
ในเวลานี้บุรุษคนหนึ่งมีผมแซมสีขาวขึ้นไปบนดาดฟ้า  ดูเหมือนเขาเป็นบุรุษวัยกลางคนอายุราว 40-50 ปี  ที่อยู่ข้างเขาคือหมีขนน้ำตาลตัวหนึ่งที่ดูน่ารักไร้เดียงสา  หมีตัวนี้สูงเท่ากับคนและดูเหมือนน่ารักมาก
 “โกรว โกรว, นายท่าน ข้ารู้สึกอึดอัด ที่นี่มีแต่น้ำ เราบินไปดีกว่า”  หมีน้ำตาลน่ารักนั้นดูเหมือนจะพูดกับบุรุษวัยกลางคน
 “ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดน้ำ”  บุรุษวัยกลางคนหัวเราะ ขณะที่เขาเดินที่รั้วกั้นข้างเรือและมองลงไปที่คลื่น
 “คารวะใต้เท้า..”  เมื่อบุรุษวัยกลางคน ทหารบนดาดฟ้าเรือทักทายด้วยความเคารพ  ขณะนั้นเองหญิงงามผมทอง ร่างระหงเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม  นางหัวเราะพลางหันหน้าไปทางบุรุษวัยกลางคน  “อาจารย์, เรามาถึงแม่น้ำแชนน์แล้ว  อีกไม่ช้าเราจะถึงจักรวรรดิโอเบรียนแล้ว”
บุรุษวัยกลางคนหัวเราะพลางมองดูสตรีผมทอง  “ฮ่าฮ่า   แน่อยู่แล้ว, เดเลีย  ข้าคิดว่าเจ้าใจร้อนมากกว่าข้าเสียอีกนะ”

12 ความคิดเห็น:

22 กล่าวว่า...

เมียมาหาแล้ว

GG กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

มีตน กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

นักอ่านนิรนาม กล่าวว่า...

เอาเว้ยยยยย หายไปหลายร้อยหลายสิบตอน

มีงาน กล่าวว่า...

งานนี้มีดราม่าแน่อยากอ่านหวานๆบ้าง

ทิชา กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

MAXNY กล่าวว่า...

คนที่มีแต่ความแค้นจะรักใครเป็น

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุนคับ

Unknown กล่าวว่า...

นางเอกของผมมาแล้ว ชอบพระเอกตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
แอบมองตลอด ยังได้กอดได้จูบอีก
ถึงพระเอกยังเฉยๆก้เถอะ

Unknown กล่าวว่า...

เมียมาป๊าลี่ว่าไง

KiattisakPleng กล่าวว่า...

นางเอกมา

l3ell_Zaa กล่าวว่า...

นึกว่าจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว

แสดงความคิดเห็น