วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Panlong เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม


เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม
 “ในช่วงการสู้รบเหล่านั้น ข้าโชคดีมาก  แม้ว่าข้าจะซ่อนตัวอยู่ไม่ห่าง แต่ข้าก็ได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์มา  นอกจากนั้นยังเป็นประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้น  ถ้าเป็นประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพกลาง  ข้าคงไม่สามารถดูดซับและผสานกับมันได้เลย”  เทพสงครามหัวเราะอย่างใจเย็น

ทันใดนั้นลินลี่ย์เริ่มเข้าใจ
มีเงื่อนไขบางอย่างสำหรับคนที่หลอมรวมเข้ากับประกายศักดิ์สิทธิ์
คนผู้ยังไม่กลายเป็นนักสู้ระดับเทพบางทีอาจจะทำได้เพียงหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้น
 “ทำไมยอดฝีมือจากพิภพอื่นเหล่านั้นถึงได้ลงมาสู้รบกันในทวีปยูลานนี้?”  ลินลี่ย์ถามทันที
เทพสงครามมองลินลี่ย์  “สำหรับตอนนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้”  เห็นได้ชัดว่าเทพสงครามไม่ต้องการบอกลินลี่ย์
ลินลี่ย์ไม่มีทางเลือก จึงได้แต่เงียบ
 “สุสานแห่งทวยเทพจะเปิดทุกๆ พันปี แต่ละครั้งที่เปิดออก ผู้ที่ได้รับการยอมรับและได้รับอนุญาตจากเราเหล่านักสู้ชั้นเทพจะอนุญาตให้เข้าไปในสุสานของทวยเทพและร่วมสำรวจได้”  เทพสงครามชำเลืองมองลินลี่ย์  “แต่ข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อน  สุสานแห่งทวยเทพคือสถานที่อันตรายมาก!
 “มีคนเคยทำสำเร็จบ้างไหม?”  ลินลี่ย์ถาม
 “แน่นอน”  เทพสงครามพูดอย่างมั่นใจ  “แต่มีเพียงคนเดียว  และสิ่งที่น่าตลกก็คือ ทันทีที่เขาได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์และบรรลุขอบเขตใหม่  เขาก็มุ่งหน้าไปพิภพชั้นสูงทันที”
ลินลี่ย์ลอบหัวเราะ
กลายเป็นเทพช่างยากเย็นแสนเข็น
แต่คงไม่ใช่ง่ายมากกับแค่การได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์จากภายในสุสานของทวยเทพและจากนั้นก็หลอมรวมกันหรือเปล่า?  มิน่าเล่า ผู้โชคดีรอดชีวิตจากในอดีตจึงตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ที่นี่ในทวีปยูลาน
ที่สำคัญ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เซียนนักสู้จะได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์ในพิภพระดับสูง
 “ท่านเทพสงคราม! มีความแตกต่างกันระหว่างการกลายเป็นนักสู้ระดับเทพด้วยประกายศักดิ์สิทธิ์และการกลายเป็นเทพผ่านการรู้แจ้งด้วยตนเองและบรรลุระดับใหม่หรือไม่?”  ลินลี่ย์ถาม
เทพสงครามพยักหน้าและถอนหายใจ  “มีแน่ หลังจากดูดซับหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์แล้ว การฝึกในอนาคตของนักสู้จะยากลำบากยิ่งขึ้น  ที่สำคัญประกายศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าหลอมรวมด้วย ไม่ใช่สิ่งที่ตกทอดและก่อตัวขึ้นในวิญญาณของเจ้าโดยธรรมชาติ  ยังมีคุณภาพที่แตกต่างกัน”
ลินลี่ย์พยักหน้า
ในใจของเขาลินลี่ย์ชื่นชมความจริงที่ว่าเทพสงครามให้ข้อมูลที่สำคัญนี้กับเขา
 “แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น, แล้วยังไงเล่า? ลินลี่ย์ ถ้าข้าวางประกายศักดิ์สิทธิ์ไว้ต่อหน้าเจ้าซึ่งถ้าเจ้าหลอมรวมเข้าด้วยกัน เจ้าจะกลายเป็นเทพชั้นต้น กับราคาที่จะทำให้การฝึกฝนในอนาคตของเจ้าช้าลงและยากลำบากมากขึ้น... เจ้ายินดีจะหลอมรวมกับมันไหมเล่า?”  เทพสงครามมองดูลินลี่ย์
ลินลี่ย์ตกใจ
ความจริงถ้าประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้นวางอยู่ต่อหน้าของเขา  มันคือโอกาสจะได้เป็นนักสู้ชั้นเทพ แม้รู้ว่าอนาคตการฝึกของนักสู้จะยากลำบากขึ้น  ก็มีแนวโน้มว่าหลายคนจะเลือกดูดซับหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์
 “เอาล่ะ ลินลี่ย์ ถ้าไม่มีอะไรอื่น ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว”  เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น
ลินลี่ย์รีบกล่าวทันที  “ท่านเทพสงคราม ในอีกไม่กี่วันข้าตั้งใจจะไปยังดินแดนอนารยชน วอร์ตันน้องชายของข้าจะรั้งอยู่ในเมืองหลวง  ข้าเพียงแต่กังวลว่ากองกำลังของศาสนจักรเจิดจรัสจะตามรังควานน้องชายข้า...”
 “ไม่ต้องห่วง  นครหลวงไม่ใช่สถานที่ซึ่งศาสนจักรเจิดจรัสจะเที่ยวลงมือได้ตามอำเภอใจ”  เทพสงครามพูดอย่างสงบ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จากเทพสงครามแล้ว ลินลี่ย์สงบมากขึ้น
 “ท่านเทพสงคราม จักรพรรดิคนปัจจุบัน โจฮันน์...”  ลินลี่ย์ไม่ทันพูดจบก่อนที่เทพสงครามจะขมวดคิ้วและกล่าว  “ข้าให้ตราเครื่องหมายของข้าไปแล้ว  แค่แสดงให้โจฮันน์ดู และเขาจะรู้ว่านั่นคือตัวแทนอำนาจของข้า จักรพรรดิแต่ละรุ่นจะรู้เรื่องนี้”
ลินลี่ย์สะดุ้ง
ตราเครื่องหมายที่มีคำว่า สงคราม อยู่บนนั้นซึ่งเทพสงครามได้มอบให้เขาก่อนหน้านี้ก็ใช้งานแบบนี้ได้ด้วยหรือ?
เทพสงครามมองลินลี่ย์อย่างเย็นชา  “แต่เจ้าอย่าใช้ตราเครื่องหมายนี้อย่างป่าเถื่อนเกินไปดีกว่า  ถ้าทำให้จักรวรรดิตกอยู่ในความวุ่นวาย  อย่างนั้นเจ้าจะต้องเป็นคนแก้ปัญหา โอวจริงสิ เมื่อเจ้าไปยังดินแดนอนารยชน จำไว้ให้ดี มีอยู่คนหนึ่งที่เจ้าต้องไม่ไปล่วงเกิน”
 “ใครกัน?”  ลินลี่ย์ตกใจ
แดนอนารยชนไม่มียอดฝีมืออยู่ไม่ใช่หรือ?
เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น  “หนึ่งในห้าสุดยอดเซียนใช้ชีวิตอยู่ในแดนอนารยชน  ชื่อของเขาคือ เดลี่ พลังของเขาพอๆ กับเฟน”
ลินลี่ย์จดจำชื่อนี้ไว้ทันที
คนที่มีพลังเทียบเท่ากับเฟนอยู่ห่างจากระดับเทพเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
 “เอาล่ะ, ตอนนี้เจ้าไปได้”  เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น
ลินลี่ย์คำนับทันที จากหมุนตัวเตรียมตัวจากไป
 “จำไว้ให้ดี จงปฏิบัติกับบีบีอสูรเวทของเจ้าด้วยความเมตตา”  เทพสงครามพูดขึ้นมากะทันหัน
ลินลี่ย์ตกใจหันหน้ามองเทพสงคราม  ลินลี่ย์ไม่ประหลาดใจที่เทพสงครามรู้เรื่องความคงอยู่ของบีบี  แต่ทำไมเทพสงครามจึงบอกเขาให้ปฏิบัติกับบีบีให้ดี?
เทพสงครามไม่ให้ความสนใจลินลี่ย์อีกต่อไป  เพียงก้าวเดียวผมสีแดงเพลิงก็งอกยาวคลุมตัวเขา เขาลอยตัวโฉบเข้าหาบอลเพลิงทันทีกลับเข้าไปฝึกต่อ
 “บีบี?”
ความจริงลินลี่ย์รู้สึกว่าเทพสงครามค่อนข้างจะดีต่อเขา  ไม่ว่าจะเรื่องการแต่งงานของวอร์ตัน หรือบอกเขาหลายเรื่องตอนที่เขามาเยี่ยมเยือน... ตอนนี้ลินลี่ย์รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับบีบี
บีบี?
ลินลี่ย์ยังคงจำได้ถึงเรื่องที่บีบีบอกเขาว่าเขามาจากตระกูลที่มีชื่อ ตระกูลเบรุต
 “พลังของบีบีน่ากลัว และระดับการเติบโตก็น่าประหลาดเช่นกัน  และเขามาจากตระกูลเบรุต  ตอนนี้ เทพสงครามยังกล่าว...”  ทันใดนั้นลินลี่ย์เริ่มสงสัยสถานะของบีบี
ภายในอุทยานดอกไม้ วังหลวง เมืองหลวงแชนน์ 
จักรพรรดิโจฮันน์อยู่ในช่วงอารมณ์ที่ดี  เขาเดินทอดน่องอยู่ในอุทยานเพลิดเพลินกับภาพดอกไม้งามนานาพันธุ์  เพราะลินลี่ย์ไม่ติดใจทวงถามความยุติธรรมให้เรย์โนลด์อีกต่อไป เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเป็นธรรมดา
 “ฝ่าบาท, มีคนกำลังเหาะมาทางนี้”  มหาดเล็กประจำพระองค์ทูลทันที
มีคนเหาะมาทางนี้หรือ?
นักสู้ระดับเซียน!
จักรพรรดิหันมามองทันที  ในท้องฟ้า เขาเห็นลินลี่ย์ในชุดสีฟ้าเหาะทะยานมาทางนี้  ในพริบตา ลินลี่ย์ก็เข้ามาถึงอุทยานดอกไม้
 “โอว อาจารย์ลินลี่ย์นี่เอง”  จักรพรรดิโจฮันน์ยิ้มเต็มหน้าทันที  “มีอะไรที่ท่านต้องการหรือ อาจารย์ลินลี่ย์?”
ลินลี่ย์มองดูมหาดเล็กประจำพระองค์
 “เจ้าออกไปก่อน”  จักรพรรดิโจฮันน์บอกมหาดเล็กที่อยู่ใกล้  เขาเดินออกไปอยู่ห่างๆ ทันที  ตอนนี้มีเพียงลินลี่ย์และจักรพรรดิโจฮันน์เท่านั้น ไม่มีผู้อื่นอยู่ใกล้  แม้แต่ราชองครักษ์ก็ยังอยู่ห่างออกไปร้อยเมตร
ลินลี่ย์จ้องมองจักรพรรดิโจฮันน์อย่างเฉยเมย
เห็นลินลี่ย์จ้องมองด้วยอาการอย่างนั้น  จักรพรรดิโจฮันน์เริ่มรู้สึกงงและอึดอัดใจ  หรือว่าลินลี่ย์พบว่าความตายของเรย์โนลด์มีความเกี่ยวข้องกับจูเลียน?
 “จักรพรรดิโจฮันน์ พระองค์เชื่อว่าพระองค์บอกความจริงเรื่องการตายของเรย์โนลด์ในการสู้รบกับข้าหมดสิ้นใช่ไหม?”  ลินลี่ย์มองดูจักรพรรดิโจฮันน์
หัวใจของจักรพรรดิโจฮันน์เริ่มเต้นแรง  เขารู้สึกเหมือนกับว่าตกลงไปในเหวลึกไร้ก้น
จักรพรรดิโจฮันน์ไม่โง่  เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์   เขาสามารถเดาได้ว่าลินลี่ย์รู้ทุกอย่างเป็นธรรมดา
 “ลินลี่ย์ นั่นคือรายงานที่มาจากกองทัพ  ก็ไม่น่าจะปลอมไปได้”  จักรพรรดิโจฮันน์พูดจริงจัง  ความหมายในคำพูดของเขาชัดเจน  แม้ว่าข้อมูลจะผิดไปบ้าง แต่ก็เป็นความผิดพลาดของผู้รายงานกองทัพ  และไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขา
ลินลี่ย์จ้องมองจักรพรรดิโจฮันน์
 “จักรพรรดิโจฮันน์ เกี่ยวกับเรื่องที่ข้าได้รู้  เรย์โนลด์สหายรักของข้านำกลุ่มอัศวินออกลาดตระเวน แต่กลับถูกกองกำลังจักรวรรดิโรฮอลท์ไล่ล่าจนมาถึงกำแพงเมืองนีล  กองกำลังไล่ล่าของจักรโรฮอลท์มีจำนวนสามร้อยคน!  แต่เวลานั้น  เจ้าชายจูเลียนออกคำสั่งให้ทหารอยู่ในที่และป้องกันเมืองอยู่ภายในเมืองด้วยความขลาดกลัว!
สีหน้าท่าทางของโจฮันน์เปลี่ยน
 “เผชิญหน้ากับกองกำลังเพียงสามร้อยคน  ทำไมกองกำลังรักษาการณ์ที่มีกำลังพลเป็นหมื่นนายต้องยืนอยู่ในที่ในเมืองนีลด้วย?”  เสียงของลินลี่ย์เย็นชาทุกที  “เรย์โนลด์น้องข้า และผู้ใต้บังคับบัญชาสิบกว่าคนร้องตะโกนขอให้เปิดประตูจากฐานกำแพงเมือง  แต่เจ้าชายจูเลียนออกคำสั่งให้คงปิดประตูเมือง และด้วยคำสั่งนั้น... เรย์โนลด์และคนของเขาต้องเสียชีวิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม”
ลินลี่ย์จ้องมองโจฮันน์อย่างเย็นชา  “จักรพรรดิโจฮันน์  บอกข้าที เราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง?”
จักรพรรดิโจฮันน์รู้แล้ว่าไม่มีทางใดคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้  เขาไม่กล้าโกหกหรือพูดกำกวม เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียนระดับสูง  ข้ออ้างยังจะใช้ได้อีกหรือ?
หน้าของโจฮันน์แข็งทันที  “จูเลียน เจ้าบัดซบนั่น!
โจฮันน์มองดูลินลี่ย์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ  “อาจารย์ลินลี่ย์  เราไม่รู้ว่าจูเลียนทำเรื่องอะไรอย่างนี้จริงๆ  เขาทำให้จักรวรรดิของเราได้รับความอับอาย  อาจารย์ลินลี่ย์  โปรดอย่ากังวล เรารับรองว่า เราจะดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อตำหนิเขา  พรุ่งนี้ ไม่สิ เราจะส่งมหาเสนาบดีของเราไปที่มณฑลอาคเนย์และสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง  เราจะไม่ยอมให้ใครที่ก่อความผิดสำคัญได้รับโทษเบาๆแน่”
ลินลี่ย์มองเห็นลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ของโจฮันน์ตั้งแต่แรกแล้ว
โจฮันน์จะส่งคนไปหรือ?
ต่อให้พวกเขาพบอะไรก็ตาม  พวกเขาจะไม่กล่าวโทษเจ้าชายจูเลียนด้วยความผิดร้ายแรง
 “ฝ่าบาท, พระองค์ไม่ต้องยุ่งยากลำบากเลย  ใครก็ตามที่ทำให้น้องของข้าตาย  ข้าจะทำให้พวกมันตาย”  เสียงของลินลี่ย์เย็นชาดุร้าย ทำให้หัวใจของโจฮันน์สั่นไหว
แต่จักรพรรดิโจฮันน์ก็โมโหเช่นกัน
ความจริงลินลี่ย์กำลังบอกว่าเขาจะฆ่าจูเลียนตรงๆ!  เขากำลังจะฆ่าน้องชายของโจฮันน์  เขา โจฮันน์มีน้องชายเพียงคนเดียว  เรย์โนลด์เป็นตัวอะไร?  ไม่มีอะไรมากกว่าขุนนางทั่วไป  ถ้าเขาตาย  ก็ถือว่าตายไป
ชีวิตของเรย์โนลด์จะเทียบได้กับของน้องชายเขาได้ยังไง?
 “ลินลี่ย์  จักรวรรดิมีกฎหมายของจักรวรรดิ”  จักรพรรดิโจฮันน์พูดด้วยเสียงเย็นชา
เพื่อประโยชน์ของน้องชายของเขา  เขาตัดสินใจเผชิญหน้ากับลินลี่ย์สักครั้ง
ลินลี่ย์มองดูจักรพรรดิโจฮันน์ เขากล่าวด้วยเสียงเย็นชา  “ข้าของบังอาจถาม  ตามกฎอาญาศึก จะต้องลงโทษยังไงกับคนที่กลัวต่อการรบกับทหารศัตรูสามร้อยคนและยังยืนดูปล่อยให้ทหารฝ่ายตนเองถูกสังหาร?”
 “ก็ต้องลงโทษประหารชีวิตแน่นอน”  โจฮันน์พยักหน้า  “อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”
ลินลี่ย์จ้องมองโจฮันน์  “สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนมากอยู่แล้ว  ข้าเพียงแต่มาแจ้งท่านถึงสิ่งที่ข้าจะทำ  โจฮันน์ อย่ากดโชคของตัวเองให้ตกต่ำ  อย่าคิดว่าท่านจะใช้กฎโลกๆ ผูกมัดและจำกัดข้าได้”
ยอดฝีมือระดับเซียนมีอิสระเหนือกฎหมายและข้อบังคับแน่นอน
จักรพรรดิโจฮันน์จ้องมองลินลี่ย์  ทันใดนั้น เขาพูดเสียงอ่อนและขอร้อง  “ลินลี่ย์ เจ้าก็มีน้องชายคนหนึ่งเช่นกัน  เจ้าน่าจะเข้าใจว่าข้ารู้สึกอย่างไร”
 “ฮ่าฮ่า...”  ลินลี่ย์หัวเราะลั่น  “ฝ่าบาท, ดูเหมือนท่านจะแนะนำว่าตราบใดที่คนมีพี่ชาย  แล้วพวกเขาก็สามารถฆ่าน้องชายของข้าได้โดยไม่มีโทษ  และจากนั้นจะมีพี่ชายของพวกเขามาพูดกับข้า  เจ้ามีน้องชายที่ดีเช่นกัน?  แล้วให้ข้ายกโทษให้น้องชายเหล่านั้นใช่ไหม?”
ลินลี่ย์มีสีหน้าเย็นชาขึ้น เหมือนกับมีน้ำแข็งเคลือบอยู่บนใบหน้า  “ช่างน่าขันนัก!
ช่างน่าขันแน่นอน  ใครบางคนที่ฆ่าน้องชายของเขา และตอนนี้กลับพยายามขอความเห็นใจพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง
 “ลินลี่ย์, เจ้า...” จักรพรรดิโจฮันน์โกรธ
 “โจฮันน์ ข้าหวังว่าท่านจะไม่ปล่อยให้ตนเองทำอะไรบุ่มบ่าม...”  แค่เพียงพลิกมือ ลินลี่ย์ดึงตราสีแดงสดใสที่เทพสงครามมอบให้เขาออกมา
จักรพรรดิโจฮันน์เมื่อเห็นตราที่อยู่ในมือของลินลี่ย์  ก็เหมือนกับถูกราดน้ำเย็นรดศีรษะ  เขาสั่นตลอดทั้งร่าง
 “ตราของเทพสงคราม?”  โจฮันน์จ้องมองตราด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
หลังจากก่อตั้งจักรวรรดิโอเบรียน  เทพสงครามโอเบรียนได้สละและมอบราชสมบัติให้กับโอรสของเขาผู้รับราชบัลลังก์ตกทอดไปถึงคนรุ่นอนาคต  จักรพรรดิทุกรุ่นจะรู้กันดีว่าตราเทพเจ้าสงครามก็คือตัวแทนของเทพเจ้าสงคราม!
ใครก็ตามที่ถือตราเทพเจ้าสงครามนี้มีอำนาจบังคับให้จักรพรรดิสละราชสมบัติได้
ปกติมีคนเพียงไม่กี่คนที่ครอบครองตราเทพเจ้าสงคราม และคนพวกนั้นคงไม่กล้าจะปลอมแปลงคำสั่งจากเทพสงคราม
 “ยังดีที่ท่านจำตราเทพเจ้าสงครามได้”  ลินลี่ย์มองจักรพรรดิโจฮันน์อย่างใจเย็น  “จักรพรรดิโจฮันน์,  ข้าไม่สนใจเรื่องที่ว่าท่านไม่สามารถจัดการอย่างเป็นธรรม  ข้า, ลินลี่ย์ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแบบอย่างของเกียรติและความชอบธรรม  อย่างไรก็ตาม  อย่าพยายามกีดกันและจำกัดข้า  ข้าจะไม่รุกรานล่วงเกินคนอื่น  แต่ข้าไม่ต้องการให้คนอื่นรุกรานข้าเช่นกัน”
 “นอกจากนี้ ข้าไม่ต้องการเห็นท่านวางแผนต่อต้านหรือลงมือกับตระกูลดันสตัน  ตระกูลของเรย์โนลด์สหายข้า”  ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น จากนั้นก็เหาะขึ้นอากาศไปทางทิศตะวันออกทันที
โจฮันน์ได้แต่มองขณะลินลี่ย์บินไปทางทิศตะวันออก
เขารู้...ว่าลินลี่ย์จะมุ่งหน้าไปทางหัวเมืองอาคเนย์เพื่อฆ่าน้องชายของเขา  แต่เขาจะกล้าห้ามลินลี่ย์หรือ?  ตอนนี้ โจฮันน์ไม่กล้าใช้คำพูดกระตุ้นโมโหลินลี่ย์อีก
เขาคือจักรพรรดิ จริงๆ
แต่ใครให้อำนาจเขา?  เทพสงคราม!  คำพูดเดียวจากเทพสงครามสามารถบังคับให้เขาสละราชสมบัติได้  เพียงแค่นั้น เขา, โจฮันน์ก็จะไม่เหลืออำนาจแม้แต่น้อย  การสูญเสียชีวิตของน้องชายของเขา หรือสูญเสียอำนาจจักรพรรดิ... อย่างไหนสำคัญกว่า?
โจฮันน์เลือกตนเอง
สายลมพัดอย่างรุนแรงขณะที่ลินลี่ย์บินไปมณฑลอาคเนย์ด้วยความเร็วสูง  เวลานี้ แสงสีดำสายหนึ่งบินออกมาจากเมืองหลวงด้วยความเร็วสูง  ในไม่ช้าก็มาถึงข้างตัวลินลี่ย์  นั่นคือบีบี
 “พี่ใหญ่,  เป็นยังไงบ้าง?”  บีบีถาม
 “แม้ว่าโจฮันน์จะลำเอียงเข้าข้างน้องชาย  แต่เขาให้คุณค่าของอำนาจจักรวรรดิมากกว่า  ข้าไม่ต้องพูดอะไร  ทั้งหมดที่ข้าทำคือแสดงตราประจำของเทพสงคราม และเขาไม่กล้าขึ้นเสียงอีกต่อไป”  ลินลี่ย์หัวเราะ
อำนาจโลกๆ?
นั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าอำนาจรอง ที่คนอื่นยกมาให้  มีแต่อำนาจที่แท้จริงซึ่งพัฒนาโดยการฝึกฝน จึงจะมีผลที่แท้จริง  มิน่าเล่าเทพสงครามจึงไม่ต้องการเป็นจักรพรรดิ  แต่กลับใช้เวลากับการฝึกฝนเงียบๆ แทน
ลินลี่ย์กับบีบี หนึ่งมนุษย์หนึ่อสูรเวท บินไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วสูงและในพริบตาก็หายลับไปทางขอบฟ้าทิศตะวันออก

8 ความคิดเห็น:

22 กล่าวว่า...

ดับไปแล้ว 1ชีวิต

Teetiie กล่าวว่า...

ค้างทุกตอน

GG กล่าวว่า...

โดนแล้ว

tho กล่าวว่า...

ขอบคุณมากคับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ยอดดอยเลย

ทิชา กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

ทิชา กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

... กล่าวว่า...

คนจริง!!!!!!!

แสดงความคิดเห็น