เล่มที่
9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 42 มณฑลอาคเนย์
จักรพรรดิโจฮันน์ทิ้งตัวลงที่ม้านั่งในอุทยานดอกไม้ของวังหลวง รู้สึกได้ถึงความไร้พลัง
หน้าของเขาดูอ่อนแอซีดขาว
เขาหลับตาและอยู่ในความเงียบ
สิ่งเดียวที่มหาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆ
สามารถทำได้ก็คือดูแลเขาอย่างระมัดระวัง
มหาดเล็กรู้สึกงงมาก
“ก่อนนั้นฝ่าบาทยังอารมณ์ดีอยู่เลย
แต่หลังจากคุยกับอาจารย์ลินลี่ย์ครู่เดียว พระองค์ก็กลายเป็นแบบนี้?”
จักรพรรดิโจฮันน์ลืมตากว้างทันที
“ส่งราชโองการนี้ไป
มาร์ควิสเจฟฟ์จงไปที่มณฑลกลางและร่วมกับกองกำลังชาร์ค
และให้ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ทัพเลซ
เว้นแต่มีสถานการณ์พิเศษ มาร์ควิสเจฟฟ์ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเมืองหลวง” จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสอย่างใจเย็น เขาไม่ต้องการเห็นมาร์ควิสเจฟฟ์อีก เมื่อใดที่เขาเห็นมาร์ควิสเจฟฟ์ เขาจะต้องนึกถึงเจ้าชายจูเลียน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้คือความอัปยศที่สุดในใจของจักรพรรดิโจฮันน์
แต่จักรพรรดิโจฮันน์รู้ว่าเขาไม่มีทางทำอะไรได้ ทั้งหมดที่เขาสามารถทำได้ก็คือก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
แม้ว่ามหาดเล็กจะรู้สึกงงกับราชโองการของจักรพรรดิ แต่เขาก็ทูลรับด้วยความเคารพ “พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
จักรพรรดิโจฮันน์นั่งลงอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชราภาพขึ้นมาก
จากนครหลวงมุ่งสู่มณฑลอาคเนย์ แม้จะบินเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วสูง
แต่ก็กินระยะทางเกินกว่าสองพันกิโลเมตร
ในขณะที่บินลินลี่ย์แปลงร่างเป็นนักรบเลือดมังกรและมุ่งสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้เต็มความเร็ว
เมื่อลินลี่ย์ออกจากเมืองหลวง
พระอาทิตย์เริ่มอัสดงค์จนลับแนวขอบฟ้าไปแล้ว
เมื่อลินลี่ย์มาถึงหัวเมืองมณฑลอาคเนย์
ทั้งโลกก็ตกอยู่ในความมืดสลัวและประชาชนส่วนใหญ่เริ่มนั่งพักอยู่ในบ้านพวกเขาและเตรียมอาหารมื้อค่ำ
“วืดดด”
ขณะที่บินไปยังหัวเมืองมณฑลในร่างมังกรแปลง
ทันใดนั้นลินลี่ย์แผ่พลังจิตของเขาครอบคลุมปราสาทงดงามสวยหรูในใจกลางเมืองไว้อย่างง่ายดาย
เจ้าชายจูเลียนอยู่ที่นั่น “พี่ใหญ่ จะให้ข้าช่วยจัดการไหม?” บีบีบินเคียงข้างลินลี่ย์
“ไม่ต้อง!” เมื่อใดก็ตามที่ลินลี่ย์คิดถึงเรย์โนลด์น้องสี่ของเขา เพลิงโทสะในใจของเขาก็ยิ่งลุกโหมมากขึ้น แม้ว่าเขาจะบินมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง ลินลี่ย์ก็ยังรู้สึกว่าการเดินทางครั้งเสียเวลานานมาก
ตาสีทองเข้มของลินลี่ย์มีรอยเส้นเลือดขึ้นเล็กน้อย
“จูเลียน!” ลินลี่ย์เค้นเสียงรอดไรฟันเบาๆ
จากนั้นนัยน์ตาสีทองเข้มก็แข็งกระด้างขึ้น
ทหารนับพันลาดตระเวนอยู่ด้านนอกปราสาทเจ้าครองมณฑลอาคเนย์
มีบ่าวทาสหน้าตางดงามเดินเข้าออกภายในปราสาทเช่นกัน
ภายในห้องที่เงียบสงัดภายในปราสาท
เบื้องหลังม่านบางสลัว เสียงหอบหายใจต่ำ เสียงครางกระเส่าดังต่อเนื่องไม่หยุด สองร่างกำลังนัวเนียพัวพันกัน
หลังจากนั้นสักพัก....
มีเสียงครางเบาๆ
จากนั้นห้องก็กลับสู่ความเงียบสงบ
“ฝ่าบาท” เสียงอ่อนหวานดังขึ้น
“ที่รัก!
เจ้าช่างน่าหลงใหลเสียจริง
เจ้าดีกว่าภรรยาของข้ามากนัก”
เจ้าชายจูเลียนเปิดม่านเบาบาง จากนั้นสวมชุดยาวและลุกจากเตียง “ยอดรัก! พักอยู่ตรงนี้ก่อนนะ
ข้าจะสั่งให้คนเอาอาหารมาให้เจ้า”
“ขอบพระทัย, ฝ่าบาท”
สตรีที่อยู่หลังม่านเบาบางผมสีเหมือนหยกสยายทิ้งตัวเหมือนสายน้ำตก และตาของนางดูน่าหลงใหล
รอยยิ้มพอใจปรากฏอยู่ที่ใบหน้าของเจ้าชายจูเลียน
เขาพอใจกับชีวิตของเขามาก
เป็นจักรพรรดิจะดีมากสักแค่ไหนกันเชียว? ในฐานะเจ้าชาย
เขามีบ่าวทาสรับใช้มากเท่าที่ต้องการ
มีสตรีมากมายเท่าที่ต้องการ ชีวิตแบบนี้ยังดีกว่าเทพเจ้าอีกไม่ใช่หรือ?
“ส่วนพระเชษฐาของข้า โธ่เอ๊ย, แค่ข้าทำให้เรย์โนลด์ตาย
ก็เอาแต่บ่นแต่สอนข้า” เจ้าชายจูเลียนเม้มปากดูถูก
ชีวิตของเขามีค่ามาก
ถ้าขุนนางธรรมดาตายแล้ว
ก็แล้วกันไป มันจะเรื่องใหญ่สักแค่ไหนเชียว?
บรรทัดฐานวัดคนต่ำของเจ้าชายจูเลียนเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าสิ่งใดที่คุกคามชีวิตของเขา ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงไหน ก็ต้องหยุดเอาไว้
เจ้าชายจูเลียนเดินออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกพอใจ
“ฝ่าบาท”
นางกำนัลสองคนที่อยู่หน้าห้องกราบเรียนด้วยความเคารพ
เจ้าชายจูเลียนลูบหน้าของนางกำนัลคนหนึ่ง หัวเราะเบาๆ เขากล่าว “แม่ยาหยี,
คืนนี้เจ้ามารับใช้ข้านะ”
“เพคะ, ฝ่าบาท”
แววยินดีปรากฏอยู่ในใบหน้าของนางกำนัลนั้น
ขณะที่เจ้าชายจูเลียนรู้สึกว่าชีวิตของเขาช่างบริบูรณ์ไปเสียทุกสิ่ง
ก็มีเสียงเยือกเย็นดังมาจากท้องฟ้ากลบไปทั้งปราสาท “เจ้าชายจูเลียน
ท่านกำลังเพลิดเพลินกับชีวิตนักหรือ?” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและเกลียดทำให้เจ้าชายจูเลียนสั่นสะท้านทันที
ใครกัน?”
ทหารประจำปราสาทต่างถืออาวุธและคำรามด้วยความโกรธ
“ข้างบน อ๊า... นั่นปีศาจ!”
ทหารคนหนึ่งเห็นลินลี่ย์ยืนอยู่ในกลางอากาศ
หัวใจของเจ้าชายจูเลียนเต็มไปด้วยความสะพรึงกลัว เขาไม่รู้ว่าใครจะมาลงมือกับเขา
คนที่เจ้าชายจูเลียนล่วงเกินก็มีแต่พวกสถานะด้อยกว่าเขา เจ้าชายจูเลียนรู้เป็นอย่างดีว่ายอดฝีมือที่แข็งแกร่งไม่อาจจะไปล่วงละเมิดได้ แล้วนี่เป็นใครกัน? เจ้าชายจูเลียนเงยหน้าขึ้นมอง..และหน้าเขาซีดขาวด้วยความกลัว
ลินลี่ย์ตอนนี้ยืนอยู่กลางอากาศเหนือที่พักของเจ้าชายจูเลียน
ในร่างมังกรแปลงลินลี่ย์มีหมอกปราณยุทธสีฟ้าดำหนาทึบพันหุ้มรอบตัวของเขา ลินลี่ย์มองดูเหมือนปีศาจจากแดนนรก
ตาสีทองเข้มของเขาจ้องลงมาที่เจ้าชายจูเลียน
ทั้งหมดที่ลินลี่ย์ทำคือใช้พลังจิตวิญญาณของเขาสืบหาค้นดู
หลังจากได้ยินคำพูดของเจ้าชายจูเลียนกับนางกำนัลทั้งสองแล้ว เขารู้ว่าคนผู้นี้ก็คือเจ้าชายจูเลียนนั่นเอง
ร่างของลินลี่ย์เลื่อนลงมาและคลื่นพลังงานที่น่ากลัวระเบิดออกไปทุกตำแหน่ง
“บึ้ม!”
อาคารที่อยู่ใกล้ๆ
ถูกแรงระเบิดที่น่ากลัวกระแทกกระจาย
ลินลี่ย์ลงสัมผัสพื้นอย่างแรง และหินที่พื้นถึงกับแตกและร้าว
ราวกับว่าถูกหินก้อนมหึมาตกใส่
“ใต้เท้า, ท่านเป็นใคร?”
เจ้าชายจูเลียนฉีกยิ้มแสดงความนอบน้อมอย่างไม่น่าเชื่อ
บุรุษที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นนักสู้ระดับเซียน เจ้าชายจูเลียนมั่นใจว่าใช่แน่
ลึกๆ
แล้วเจ้าชายจูเลียนห่วงชีวิตตนเอง
ดังนั้นเขาไม่เคยรุกรานนักสู้ระดับเซียนเลย
“ใต้เท้า! ต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่างกระมัง?
ทำไมท่านต้องมาตามหาข้าด้วย?”
เจ้าชายจูเลียนฝืนยิ้ม
แต่ครั้งนี้เสียงของทหารได้ยินมาแต่ไกล “ฝ่าบาท
ผู้นั้นคืออาจารย์ลินลี่ย์ ข้าได้เคยไปเมืองหลวงและเห็นเขาประลองกับท่านเฮนด์เซนมาแล้ว”
หลายคนได้ดูการประลองระหว่างลินลี่ย์และเฮนด์เซน คนที่มาจากมณฑลอาคเนย์ก็ไปมาด้วยเช่นกัน เป็นธรรมดาที่ทหารผู้นั้นจำลินลี่ย์ได้
เจ้าชายจูเลียนไม่ได้ไป
สำหรับเจ้าชายจูเลียนการไปดูยอดฝีมือต่อสู้ไม่ใช่กิจกรรมที่น่าสนใจเท่ากับสาวงาม
เป็นวาสนาของเขาที่เขาเป็นพระอนุชาของจักรพรรดิ เพราะฉะนั้นในประเทศอย่างจักรวรรดิโอเบรียนที่คนบูชายอดฝีมือจะให้คุณค่ากับการฝึกฝนและพลังส่วนตัวแบบนั้น ชีวิตของเขาคงจะน่ากลัวมาก
“อาจารย์ลินลี่ย์?”
เจ้าชายจูเลียนใจสั่นสะท้าน ในที่สุดสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็มาถึง! เดิมทีที่เมืองนีล
เขาเป็นเหตุให้เรย์โนลด์ตาย
หลังจากเจ้าชายจูเลียนพบเจอความสัมพันธ์ระหว่างลินลี่ย์กับเรย์โนลด์แล้ว เขาก็เต็มไปด้วยความเสียใจ แต่มันสายเกินไปแล้ว
“พระเชษฐาข้าทำอะไรอยู่?
เขาไม่บอกลินลี่ย์ให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าไม่ใช่หรือ?” เจ้าชายจูเลียนเริ่มสบถด่าโจฮันน์ในใจ ขณะเดียวกัน ลินลี่ย์จ้องมองเจ้าชายจูเลียน
เรย์โนลด์น้องรักของเขา
ตายเพราะจูเลียนผู้นี้ตัดโอกาสสุดท้ายที่จะรอดชีวิตของเขา เพราะความขี้ขลาดของตัวเขาเอง น้องที่รักของรักไม่ควรต้องมาตายเลย
“ท่านรู้เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ไหม?” ลินลี่ย์ไม่สามารถอดกลั้นความโกรธได้อีกต่อไป
“อ๊า, งั้นก็เป็นอาจารย์ลินลี่ย์!” เจ้าชายจูเลียนรีบกล่าว
“นับเป็นเกียรติของจูเลียนยิ่งนักที่สามารถต้อนรับอาจารย์ที่นี่ แต่ข้าไม่รู้เลยว่าทำไมท่านอาจารย์ถึงมาที่นี่”
ตอนนี้กลุ่มคนเริ่มจับกลุ่มรุมล้อมดู
มีหลายคนเป็นสตรีของเจ้าชายจูเลียน บางส่วนก็เป็นลูกของเขา
และทหารมหาดเล็กและนางกำนัลอีกหลายคน
พวกเขาทุกคนมองดูด้วยความหวาดหวั่น
แม้ว่าจะมียอดฝีมือระดับเก้าอยู่สองคนซึ่งเป็นอาคันตุกะพิเศษของเจ้าชายจูเลียนที่ยืนอยู่ห่างไกล หัวใจพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยความกลัว
“อาจารย์ลินลี่ย์ ถ้ามีอะไรที่ท่านต้องการ โปรดพูดกันดีๆ
ข้าคิดว่าท่านอาจารย์ต้องมีความเข้าใจผิดฝ่าบาทเป็นแน่” ผู้ดูแลปราสาทพูดเสียงสั่นอยู่ด้านข้าง
ลินลี่ย์หันกลับไปจ้องมองผู้ดูแลปราสาท เขาถึงกับหน้าถอดสี
“เข้าใจผิด?”
ลินลี่ย์เดินเข้าหาเจ้าชายจูเลียน
เพียงก้าวเดียว เหงื่อไหลพรั่งพรูจากหน้าผากของเจ้าชายจูเลียน เขาหวาดกลัวจนหน้าไม่มีสีเลือด ริมฝีปากลินลี่ย์เริ่มโค้งแสยะยิ้ม
“ควั่บ” หางมังกรที่น่ากลัวของลินลี่ย์ขยับทันทีและรวบร่างของเจ้าชายจูเลียนไว้เหมือนแส้
“อ๊า!!!” เสียงกรีดร้องดังออกจากปากของเจ้าชายจูเลียน
เสียงดังเหมือนกับสตรีกำลังโดนขืนใจ
ดวงตาสีทองเข้มของลินลี่ย์จ้องมองเจ้าชายจูเลียนอย่างไม่ปราณี “เจ้าจะแหกปากร้องทำไม? ข้ายังไม่ได้ใช้กำลังเลย
เจ้าก็แหกปากร้องเสียแล้ว
ถ้าข้าใช้กำลัง...”
“ไว้ชีวิตข้าด้วย อาจารย์ลินลี่ย์ ไว้ชีวิตข้าด้วย” เจ้าชายจูเลียนพูดอย่างหวาดผวา
“ไว้ชีวิตเจ้า?”
เสียงของลินลี่ย์เปลี่ยนเป็นคำรามทันที “ข้า, ต้องไว้ชีวิตเจ้าน่ะหรือ? แล้วเรย์โนลด์น้องข้าเล่า? ใครจะไว้ชีวิตเขา?” หางมังกรของลินลี่ย์แผ่ประกายเยือกเย็น
และเริ่มรวบรัดและยกร่างของเจ้าชายจูเลียนชูในอากาศ
เจ้าชายจูเลียนถูกหางมังกรซึ่งหนาพอๆ
กับแขนคนยกขึ้นในอากาศ
ขณะที่หางเริ่มสั่นเล็กน้อยเจ้าชายจูเลียนร้องโหยหวน “อ๊า..” “อั้ก”
เลือดเริ่มย้อมเสื้อผ้าเจ้าชายจูเลียนเป็นสีแดง
“หยุดนะ!” องครักษ์ผู้ภักดีหลายคนชูอาวุธแต่ไกลร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกเขาไม่กล้าพุ่งเข้าโจมตี แต่อย่างน้อยก็ยังกล้าตะโกน
“หุบปาก!”
ลินลี่ย์หงุดหงิด ใจเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
“บึ้ม!”
คลื่นพลังที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากลินลี่ย์กระจายออกไปทุกตำแหน่ง พวกที่รายล้อมทั้งองครักษ์และคนสนิทชายหญิงลอยกระเด็น องครักษ์บางคนโชคร้ายศีรษะกระแทกผนังสมองกระจาย
คนอื่นๆ ล้มลงกับพื้นก็ได้รับบาดเจ็บหนัก
ในพริบตานอกจากลินลี่ย์และเจ้าชายจูเลียนแล้ว
ไม่มีใครสักคนที่เข้ามาใกล้เลย
“พี่ใหญ่คลั่งไปจริงๆ เสียแล้ว” บีบีมองจากอากาศเงียบๆ
ลินลี่ย์ถอนสายตาออกจากคนที่รายล้อม
หันไปจ้องหน้าเจ้าชายจูเลียนที่หน้าเต็มไปด้วยเลือด “จูเลียน ไม่ต้องห่วง
ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตนานอีกเล็กน้อย... ข้าจะให้เจ้ารู้สึกถึงความตายช้าๆ” เสียงของลินลี่ย์เบามาก แต่กลับทำให้จูเลียนกลัวสุดขีด
“อาจารย์, โปรดไว้ชีวิตข้า จะให้ข้าทำอะไรก็ได้ ขอเพียงท่านต้องการ ตราบใดที่ข้าสามารถทำได้
อะไรก็ได้ แต่ที่สำคัญ อย่าฆ่าข้าเลย”
เจ้าชายจูเลียนยังคงคิดว่าเขาสามารถรอดชีวิตไปได้
ลินลี่ย์ไม่ให้ความสนใจใดๆ
กับคำวิงวอนของเจ้าชายจูเลียน
สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเขาก็คือรอยยิ้มของน้องสี่เรย์โนลด์ เด็กหนุ่มผู้น่ารัก
แก่นแก้วและเกียจคร้านใช้เวลาสิบวันสิบคืนเฝ้าดูเขาแกะสลักงาน ‘ตื่นจากฝัน’ ในท่ามกลางพายุหิมะ
“กร๊อบ” เสียงถูกบีบได้ยินจากทั่วร่างของเจ้าชายจูเลียน
เอวของเขาลีบจนเหมือนกับสุภาพสตรีเอวบาง หน้าของเจ้าชายจูเลียนแดงก่ำ เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้สักประโยค
เลือดเริ่มทะลักออกจากปาก
“ไว้..ไว้...”
เจ้าชายจูเลียนเริ่มจ้องลินลี่ย์อย่างหวาดผวา
สตรีรับใช้และนางกำนัลที่อยู่ไกลออกไปมองดูเจ้าชายจูเลียนเอวลีบลงๆ
อย่างหวาดผวา
“กร๊อบ!” เสียงกระดูกสันหลังดังจนได้ยิน เลือกทะลักออกมาจากปากของเจ้าชายจูเลียน
และหน้าของเขากลายเป็นสีม่วง
อวัยวะภายในถูกบีบจนแทบแหลก
ความเจ็บปวดรุมเร้าจนเจ้าชายจูเลียนปรารถนาจะตาย
“เจ้าไม่ตายเร็วนักหรอก”
ความอดทนของเจ้าชายจูเลียนยังอ่อนแอมากกว่าเคลย์เมื่อหลายปีก่อน
ทันใดนั้น
หางมังกรลินลี่ย์คลายตัวและรั้งกลับมา
เจ้าชายจูเลียนที่ใกล้ตายร่วงลงกับพื้น
เจ้าชายจูเลียนระบายลมหายใจโล่งออก
แต่ก่อนที่เขาจะร่วงลงพื้น...
“ปัง!” ลินลี่ย์ใช้ขาขวาเตะร่างเจ้าชายจูเลียนอย่างแรง
เจ้าชายจูเลียนตาเหลือกด้วยความหวาดกลัว
ร่างของเจ้าชายจูเลียนลอยไปตามแรงเตะและกระแทกเข้ากับผนังไกลๆ ผนังที่หนาแตกกระจายจากแรงปะทะ เจ้าชายจูเลียนล่ะ? ร่างกายที่เปราะบาง อ่อนแอของเขากองลงเหมือนโคลน
เลือดเนื้อ กระดูกแตกกระจายยับ
“น้องสี่ ไม่ต้องห่วง
ข้าจะไม่ไว้ชีวิตคนที่ทำให้เจ้าตายแม้แต่คนเดียว” ลินลี่ย์รำพึงกับตนเองเบาๆ
นัยน์สีทองของเขามีรอยน้ำตาคลอ
ลินลี่ย์หันไปมองบีบีในกลางอากาศ
“ไปกันเถอะ,
เราจะไปที่เมืองนีลกัน!”
“ควั่บ!” ลินลี่ย์เหาะขึ้นไปในอากาศ
บินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วยความเร็วสูงโดยมีบีบีบินอยู่ข้างๆ คนนับพันที่อยู่ด้านล่างเงียบสนิท มีแต่ศพที่ไม่สมบูรณ์ของของเจ้าชายจูลินเป็นภาพสะดุดตาและสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้พบเห็น!

13 ความคิดเห็น:
ขอบคุณคับ
ค้างทุกตอน
ขอบคุณครับ จบไปหนึ่งชีวิต
เร~เร็ว
ขอบคุณครับ
ยอดมะพร้าว
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
สมมุติน้องสี่ยังรอดละ เองจะเอาจูเลียนกลับมาได้ไหมหรือจะแก้ตัวไง มีอำนาจหน่อยก็งี้ละฆ่าคนเป็นผักปลา พวกเจิตจรัสเขาก็คงคิดงี้ เผลอๆ ยังฆ่าคนน้อยกว่าพี่ลี่อีกมั่ง (เขาคัดแต่เกรด เอ+) เองนี้ฆ่าหมด จักรพรรดิเอาลูกสาวเองคืนเลยปล่อยวอร์ตันมันเฮิร์ตไปยาวๆ ไม่ได้ดั่งใจก็ฆ่า ไม่ลงลอยก็ฉุดลักพาตัว พระเอกตระกูลนักรบ ชนชั้นสูงแต่ทำตัวไม่สมฐานะเลย (จริงๆพวกเจิสจรัสอาจจะมีคนดีก็ได้เองเล่นจะถอนรากถอนโคนเลยหรอ)อย่างอริสอีกเองก็มีบทเรียนมาแล้วว่าการให้ความหวังคนอื่นรอเก้อมันทรมาน ดูตัวเองไม่ชอบก็ปฏิเสทไปเลยสิ ไปให้ความหวังทำไมสงสารฝ่ายหญิง พาเขามาอยู่ด้วยโดนพวกไล่ฆ่าเอาแทนที่จะปล่อยเขาใช้ชีวิตสบายๆ พูดแล้วขึ้น--ขอบคุณครับ ระบายยาวเลยขอโทษครับ
ต่อให้รอดตามกฎก็ต้องตายเพราะไม่ยอมสู้รบถ้าจักรพรรดิ์ลงโทษตามกฎทุกอย่างย่อมจบ
ส่วนเรื่องศาสนาเจิดจรัส มันฆ่าพ่อฆ่าแม่ มันก็แค่สงครามย่อมต้องมีคนตายอยู่ดี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกงว่าคนดีคนเลวตายใันเป็นสงครามระหว่างจุดยืนของตัวเอง
ส่วนเรื่องฝ่ายหญิงมันเป็นเรื่องที่เค้าเลือกติดตามพระเอกมาเองนะ ทำไมพระเอกต้องบังคับใจใครให้หนีไปด้วยละ ไม่ใช่เรื่องของพระเอกที่ต้องช่วยให้ใครตัดใจ
ขอบคุนคับ
สะใจมาก
แสดงความคิดเห็น