วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Panlong เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 45 โหดอำมหิต


เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 45 โหดอำมหิต
ย้อนกลับไปวันที่ 21 กันยายน ปียูลานที่ 10009 หลังจากวันที่วอร์ตันและนีน่าแต่งงานกันได้ไม่นาน  เวลานี้ลินลี่ย์เชื่อว่าเรย์โนลด์ตายแล้ว
อย่างไรก็ตาม....

 “นี่คือวันที่สามที่อยู่บนเรือ  เจ้าบัดซบนั่นเพิ่งทรมานทาสอื่นจนตาย จากนั้นโยนเขาลงแม่น้ำ”  เมื่อมองผ่านหน้าต่างกรงเหล็กออกไป เรย์โนลด์สามารถเห็นโลกภายนอกได้  เขาดูเหมือนจะแข็งแรงดีแล้ว  แต่รอยเลือดจากร่างของมนุษย์ที่ถูกโยนลงแม่น้ำยังปรากฏ  มนุษย์ผู้นั้นจมลงในแม่น้ำดังผลุบ
ในกองทัพ เรย์โนลด์ได้เห็นแล้วว่าชีวิตมนุษย์ไร้ค่าเพียงไหน
อย่างไรก็ตามในการขนส่งทาสนี้ เรย์โนลด์ตกใจอย่างแท้จริงกับความน่ากลัวของคนค้าทาสเหล่านี้  โชคดีที่เขา เรย์โนลด์เป็นสินค้าที่มีค่ามาก และคนค้าทาสพวกนั้นไม่กล้าฆ่าเขา
 “ควั่บ!  แส้หวดใส่ร่างของเรย์โนลด์อย่างหนัก และจากนั้นก็เป็นหน้าของเรย์โนลด์  รอยริ้วเลือดเกิดขึ้นที่ใบหน้าของเขาและเสื้อผ้าที่รุ่งริ่งของเขาเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นเช่นกัน
 “แม่ง..เอ๊ย.. เจ้ามองอะไร?” ผู้คุมตัวใหญ่กวัดแกว่งแส้ตะคอกใส่เรย์โนลด์ด้วยความโกรธ
เรย์โนลด์ทำได้แต่เพียงอยู่ที่มุมของเรือ ไม่กล้าส่งเสียงอะไร  เขาเรียนรู้ที่จะเชื่อฟัง  ถ้าเขาต้องการพยายามทำตัวเป็นผู้กล้าจ้องมองกลับ... บางทีเขาอาจโดนทรมานทั้งคืน
เรือบรรทุกทาสนี้มีขนาดใหญ่มาก ดาดฟ้าด้านล่างสุดบรรทุกทาสราคาถูกที่สุด  พวกคนค้าทาสเหล่านั้นบางครั้งจะลงไปที่ห้องนั้น และถ้าพวกเขาเห็นบางคนที่พวกเขาไม่ชอบ  พวกเขาจะเล่นงานพวกทาสที่ไม่ชอบอย่างหนัก
เรย์โนลด์ในฐานทาสที่มีค่ามาก ถูกจองจำไว้ในห้องพิเศษชั้นสอง  หน้าต่างสำหรับห้องนี้ทำด้วยเหล็กกล้า และมีนักเลงสองคนคอยดูตลอดเวลา
พวกผู้คุมน้อยคนนักจะประจำอยู่ในห้องอื่นบนชั้นที่สอง
ชั้นที่สามและเป็นชั้นบนสุดจะใช้เป็นที่พักของผู้นำการขนส่งเรือทาส หนึ่งในนั้นเป็นยอดฝีมือระดับแปด  ขณะที่อีกสองคนเป็นยอดฝีมือระดับเจ็ด  ถ้าไม่ใช่เพราะเรย์โนลด์ เรือขนส่งทาสลำนี้คงจะไม่มียอดฝีมือระดับแปดร่วมทางมาด้วย
บนดาดฟ้าของเรือลำนี้ บุรุษร่างสูงศีรษะโล้นเดินลงมาจากชั้นที่สาม
 “ใต้เท้าพีล” คนคุมที่รายล้อมพูดด้วยความเคารพ
เมื่อเห็นรอยเลือดบนดาดฟ้าของเรือบุรุษศีรษะโล้นขมวดคิ้ว  “ล้างคราบเลือดนั้นออกไป  อีกอย่างพวกทาสมีราคาเป็นเงินเป็นทอง  พวกเจ้าทุกคนต้องระมัดระวังเวลาตีพวกมันด้วย อย่าฆ่าพวกมัน  ถ้าพวกเจ้าฆ่าทาสคนหนึ่งก็หมายความว่าองค์การจะต้องสูญเสียเงินไปบางส่วน”
ผู้คุมเหล่านั้นไม่กล้าส่งเสียง
บุรุษศีรษะโล้นแค่นเสียง จากนั้นเดินเลาะไปตามขอบรั้วเรือ  ลมยามราตรีพัดเย็นทำให้เขารู้สึกสดชื่นและชมภาพงดงามยามราตรีของแม่น้ำโบนี่
 “จริงสิ, จอมเวทผู้นั้นเป็นยังไงบ้าง?”  บุรุษศีรษะโล้นแค่นเสียง
คนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ กล่าวอย่างประจบ  “ท่านพีล จอมเวทเด็กหนุ่มรูปงามนั้นมีพื้นฐานมาจากระดับสูงและทรงพลัง  แต่หลังจากเด็กๆ ของเราใช้เวลาฝึกฝนเขาสักนิด ช่วงเวลาสองสามวันมานี้ เขาได้เรียนรู้บทเรียนไปบ้างแล้ว”
 “เยี่ยมมาก”  บุรุษศีรษะโล้นพูดอย่างใจเย็น  “พวกเจ้าทุกคนต้องระวังและจับตาดูจอมเวทนั้นอย่างใกล้ชิด  สินค้าที่มีค่าเพียงอย่างเดียวที่เราขนส่งครั้งนี้ก็คือจอมเวทระดับเจ็ด  และจากที่เห็น จอมเวทนี้คือคนชั้นสูง เมื่อเราขายเขา ราคาย่อมสูงกว่าธรรมดา”
พวกคนคุมทาสพยักหน้ากันทุกคน
จอมเวทหนุ่มระดับเจ็ดเป็นหนึ่งในสินค้าประมูลที่ดีที่สุดซึ่งจะปรากฏอยู่ในตลาดค้าทาสแน่นอน  คนจะต้องคลั่งไคล้เขายิ่งกว่าสาวบริสุทธิ์ที่งดงามเสียอีก
 “นั่นเสียงอะไร?”  บุรุษหัวโล้นขมวดคิ้วทันที จากนั้นหันหน้าไปมองดูห้องเรือ  “เจ้าคนป่วยนั่นยังไออยู่เลย  ลากมันออกมา โธ่เว้ย.. เขาทำให้ข้าหงุดหงิดเสียจริง  แววกระหายเลือดแฝงอยู่ในดวงตาของคนศีรษะโล้น
ในไม่ช้าชายหนุ่มร่างผอมถูกลากออกมา  เท่าที่เห็น เขามีอายุราวสิบแปดหรือสิบเก้าปี  ร่างของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นและคราบเลือด สายตาของเด็กหนุ่มนี้ค่อนข้างว่างเปล่า การถูกคุมขังเป็นเวลานานทำให้เขาบ้า  เขาไม่มีอะไรมากไปกว่าชายหนุ่มที่ออกจากบ้านเกิดเพื่อค้นหาความฝัน แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าเขาถูกจับและถูกขายให้องค์การค้าทาส?  เพียงแค่นั้นเขาก็เข้าสู่ฝันร้าย
 “หืม?” บุรุษหัวโล้นยื่นมือออกและคนคุมทาสที่อยู่ใกล้เอาแส้ให้เขา
บุรุษหัวโล้นถือแส้หวดแหวกอากาศเสียงดัง ทันใดนั้นความกลัวปรากฏอยู่ในดวงตาที่ว่างเปล่าของเด็กหนุ่ม
 “ถ้าเจ้าไม่ตาย ทำไมเจ้ายังไออยู่อีก?  เจ้าทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของข้า  “บุรุษหัวโล้นหวดแส้ใส่เด็กหนุ่มร่างผอมอย่างรุนแรงทันที
แส้นี้รุนแรงมากกว่าที่พวกคนคุมทาสใช้หวดมากมายนัก
ร่างผอมของเด็กหนุ่มสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง และมีรอยแส้บาดลึกน่ากลัวตั้งแต่หน้าจนถึงเอวของเด็กหนุ่ม  เลือดเริ่มไหลออกมาทันที  ขณะที่เสื้อผ้าของเขาถูกทำลายมานานแล้ว
 “ควั่บ!  “ควั่บ!  “ควั่บ!  “ควั่บ!”....
บุรุษโล้นหวดแส้ใส่เขาอย่างโหดเหี้ยมวิปริต  เขาระบายอารมณ์ใส่ร่างของเด็กหนุ่มผู้น่าสงสาร  เด็กหนุ่มร่างผอมมีประสบการณ์ค่อนข้างมากแล้วในตอนนี้ เขาพยายามปกป้องศีรษะของเขาและขดตัวกลมทันที  สิ่งที่เขาคิดก็คือตราบใดที่เขาสามารถทนได้ เขาอาจจะรักษาชีวิตไว้ได้
น่าเศร้า แม้ว่าบุรุษหัวโล้นจะไม่กล้าฆ่าเรย์โนลด์  แต่คนหัวโล้นกล้าฆ่าเด็กคนนี้
 “ท่านพีลขอรับ,  มันตายแล้ว”  คนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ กระซิบ
บุรุษหัวโล้นโยนแส้เปื้อนเลือดให้คนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้นหันไปจ้องมองสายน้ำเชี่ยว และบิดขี้เกียจ  “เฮ่ย... ค่อยรู้สึกดีขึ้น  พวกเจ้าโยนเจ้าเศษสวะนี่ออกไปนอกเรือซะ  แล้วก็...ทำความสะอาดดาดฟ้าเรือด้วย”
 “ขอรับ, ท่านพีล” พวกคนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ รีบรับคำอย่างแข็งขัน
 “ตูม!  เสียงน้ำแตกกระจายดังขึ้น  มีอีกศพหนึ่งถูกโยนลงแม่น้ำ
เรือขนทาสแต่ละลำจะบรรทุกทาสไว้ในเรือหลายร้อยคน  และในแต่ละครั้งที่เดินทางมีทาสเกินกว่าสิบคนที่ถูกทรมานจนตาย  พวกที่ถูกคนคุมทาสทุบตีจนตายจะเป็นพวกที่มีร่างกายอ่อนแอ  คนที่มีร่างกายแข็งแรงจะสามารถอดทนได้นาน  ดังนั้นองค์การค้าทาสจึงไม่สูญเสียมากนัก
 “อีกศพหนึ่ง”  เรย์โนลด์ถอนหายใจในใจ  เขาไม่คาดเลยว่าหลังจากรอดชีวิตจากเมืองนีล เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น
เรย์โนลด์ไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะกลายเป็นเช่นไร
 “เป็นทาส?”  เมื่อคิดถึงชีวิตที่มืดมนของทาส เรย์โนลด์ไม่สบายใจ
 “ไอ้รูปหล่อ, บ่นอะไรของเจ้า? หรือว่าอยากจะร่ายเวท?”  เสียงคำรามด้วยความโกรธและเสียงหวดแส้ดังขึ้นคราวหนึ่ง  แส้นั้นหวดตรงใส่หน้าของเขา
เจ็บและอาย!
คนคุมทาสเหล่านี้รู้ว่าเรย์โนลด์เป็นจอมเวทระดับเจ็ด  พวกคนคุมทาสที่น่ารังเกียจเหล่านี้ต้องการหวดแส้ใส่เรย์โนลด์  เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาสามารถทำได้ พวกเขาจะพอใจและภูมิใจมาก
 “แม่มันเถอะ!  ตอนนี้เรย์โนลด์โกรธจริงๆ
ยิ่งทนมาก ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้พวกนี้ย่ามใจมากขึ้น
 “โอวไม่! คนคุมทาสเงื้อแส้และยักคิ้ว เขาแสยะยิ้มเยาะเย้ยขณะมองดูเรย์โนลด์  “เจ้ายังจะกล้าทำหยิ่งยโสอีกหรือ?”  ขณะที่พูดเขาหวดใส่อีกหนึ่งแส้
แววดุร้ายปรากฏขึ้นในดวงตาของเรย์โนลด์ และปากของเขาพึมพำร่ายเวท
 “บึ้ม!” บอลเพลิงเป็นชุดขนาดเท่าศีรษะคนยิ่งออกมาจากร่างเรย์โนลด์ใส่คนคุมทาสสองคนอย่างรุนแรง  ในพริบตาพวกเขาโดนล้อมรอบไปด้วยบอลเพลิงมากกว่าสิบลูก
 “อ๊า!!!  คนคุมทาสทั้งสองร้องโหยหวนอย่างทรมาน ตลอดทั้งร่างพวกเขามีไฟลุกท่วม นอกจากนี้พลังเพลิงยังมีความร้อนมากกว่าเพลิงปกติ  คนคุมทาสทั้งสองคนผิวหนังไหม้ดำอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็ขาดใจตาย
ทันใดนั้นหลังจากร่ายเวท เรย์โนลด์ก็บุกออกไปข้างนอก
แต่เพียงแค่นั้น...
 “ปัง!  เพดานห้องขังพังถล่มเป็นรู และบุรุษตาเดียวสวมชุดยาวสีแดงลงมายืนในกลางห้อง  เพียงพริบตาเขาเข้ามาใกล้ตัวเรย์โนลด์แล้วเตะใส่เรย์โนลด์
 “ปัง”  เรย์โนลด์ถูกกระแทกไปติดที่มุมห้องอย่างแรง  เขาถ่มเลือดออกมาจากปาก
บุรุษตาเดียวชุดแดงหันกลับไปมองศพที่ดำเป็นตอตะโกทั้งสอง  จากนั้นจ้องมองเรย์โนลด์อย่างเย็นชา  “เจ้ากำลังหาที่ตาย!  เรย์โนลด์จ้องกลับบุรุษตาเดียวชุดแดง
 “มิน่าเล่าองค์การถึงต้องมีการฝึกฝนพิเศษสามเดือน  เพราะพวกเจ้าทุกคนมันร้ายกาจนี่เอง”  บุรุษตาเดียวสบถ  การจับยอดฝีมือที่เป็นจอมเวทระดับเจ็ดมาได้ง่ายๆ นั้นยังไม่เพียงพอ ต้องทำให้พวกเขาจำฝังลึกในใจที่สุดว่าไม่อาจต่อต้านคำสั่งได้  มิฉะนั้นจะมีเรื่องที่ยุ่งยากลำบากมาก  ถ้าพวกเขาโกรธขึ้นมา พวกเขาอาจจะทุ่มเทพลังต่อต้านได้
ครู่ต่อมา...
พวกคนคุมทาสยึดจับเรย์โนลด์ที่แขนและขาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สามารถขยับได้  บุรุษผมแดงตาเดียวและคนศีรษะโล้นทั้งสองคนจ้องมองดูเรย์โนลด์
 “เจ้ารูปหล่อ!  ข้าเตือนเจ้าไปแล้วว่าเจ้าต้องทำตัวดีๆ บนเรือของข้า  แต่เจ้า เจ้าทำให้ข้าโกรธมาก”  บุรุษผมแดงตาเดียวพูดเสียงเย็นชา  “พีล, ช่วยข้าเตือนความทรงจำเขาหน่อย”
เรย์โนลด์หน้าซีดทันที
เขาจำได้ถึงการคุกคามที่บุรุษตาเดียวได้ทำกับเขามาก่อน เรย์โนลด์ผู้มีความรู้สึกหวาดหวั่นจ้องมองจนตาแทบถลน  แต่บุรุษหัวโล้นนามว่าพีลเพียงแต่หัวเราะขณะเดินเข้ามา  “จับมือข้างหนึ่งไว้ให้ข้า”  พวกคนคุมทาสจับมือของเรย์โนลด์ทันทีและกดลงกับดาดฟ้า
จากดาดฟ้าพีลดึงคีมเหล็กออกมาและใช้ตัดโซ่เหล็ก  เขากดคีมเหล็กกับนิ้วทั้งสองของเรย์โนลด์ความรู้สึกเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากนิ้วของเรย์โนลด์  หัวใจเรย์โนลด์สะท้าน
 “ฮึ่ม...” บุรุษตาเดียวแค่นเสียงเย็นชา
คีมเหล็กถูกกดลงและตัดนิ้วทั้งสองของเรย์โนลด์ง่ายดายราวกับตัดผ้า  โลหิตฉีดพุ่งออกมาขณะที่ความเจ็บแล่นไปทั้งตัวเรย์โนลด์
ความเจ็บปวดจากการถูกตัดนิ้วแย่ยิ่งกว่ากว่าถูกดาบฟันร่างของเขาเสียอีก
เมื่อได้ยินเสียงครวญคราง คนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มตื่นเต้น  บุรุษตาเดียวแค่เสียงเย็นชา  “เจ้ารูปหล่อ, จำเอาไว้ให้ดี  วันนี้ ข้าแค่สั่งสอนเจ้าเพียงเล็กน้อย  ถ้าเจ้าไม่ยังไม่เข็ดหลาบอีก.. ข้ารับรองได้.. เจ้าจะไม่ลืมบทเรียนครั้งต่อไปแน่”  หลังจากพูดแล้ว บุรุษตาเดียวหมุนตัวเดินจากไป
ราตรีมืดมิด
เรย์โนลด์ขดตัวหนาวเหน็บอยู่ที่มุมห้อง  ร่างของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย  นิ้วของเขาถูกตัดจนถึงโคนนิ้ว  คนคุมทาสที่อยู่ใกล้ๆ สองคนคอยจับตาเขาอย่างต่อเนื่อง  แววตาของเขาพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
เรย์โนลด์ฆ่าสหายของเขาไปสองคน  จึงเป็นธรรมดาที่คนคุมทาสเหล่านี้เต็มไปด้วยความเกลียดเขา
 “ไอ้รูปหล่อระยำ”
ทันใดนั้นเงาแส้หวดใส่บาดแผลที่มือของเรย์โนลด์ เรย์โนลด์พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อบังซ่อนอาการบาดเจ็บไว้ด้านหลังของเขา แต่แส้บางส่วนก็ยังกระทบที่บาดแผลที่มือของเขา  คลื่นความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่รุนแรงแผ่ออกมาจากแผล... บาดแผลเปิดออกอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจ็บปวดที่แส้หวดใส่กระดูกนิ้วช่างเจ็บปวดแสนสาหัส  เหมือนกับว่านิ้วของเขาเพิ่งถูกตัดอีกครั้ง
 “พอได้แล้ว เลิกตีเขาได้แล้ว”  คนคุมทาสอีกคนกล่าว
ความจริง คนคุมทาสทั้งสองคนยังกลัวว่าเรย์โนลด์จะโกรธจนร่ายเวททำร้ายพวกเขาอีกครั้ง  อย่างไรก็ตาม คนคุมทาสที่เพิ่งหวดใส่เรย์โนลด์มีความรู้สึกที่ดีต่อคนคุมทาสสองคนที่ถูกฆ่าตาย เขาจึงต้องการแก้แค้นเป็นธรรมดา
 “ข้าไม่อาจปล่อยไว้แบบนี้ได้  ข้าต้องหลบหนี”  เรย์โนลด์ขดตัวกลมอยู่ที่มุมห้องรำพึงกับตัวเอง  “ถ้าขืนปล่อยให้ชีวิตเป็นแบบนี้ต่อไป  ข้าคงจะกลายเป็นบ้าจริงๆ”
เรย์โนลด์รู้ว่าต่อให้เขาอดทนได้และไม่เสียสติไปเสียก่อน สิ่งเดียวที่รอเขาอยู่ก็คือชีวิตของความเป็นทาส
 “พรุ่งนี้  พรุ่งนี้ เมื่อเรือเทียบท่า  ข้าจะเคลื่อนไหวเอง”  เรย์โนลด์ไม่มีเวลาจะสงสัย  ความจริงทุกวันที่เรือลำนี้หยุดเทียบท่า  เหตุผลเดียวก็คือเติมเสบียงอาหาร  อีกอย่างหนึ่งเป็นเพราะบุรุษตาเดียวไม่ชอบกินอาหารแห้ง  เขาชอบอาหารสดอร่อย  ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเทียบท่าเพื่อทำเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม บุรุษตาเดียวมีความระมัดระวังมาก  เมื่อใดก็ตามที่เขาขึ้นฝั่งไปกินอาหาร  เขาจะสั่งยอดฝีมือระดับเจ็ดสองคนให้คอยจับตาดูเรย์โนลด์
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เรย์โนลด์นอนอยู่บนพื้นในเวลาดึกและเขารู้สึกหนาวขึ้น  นอกจากนี้ความเจ็บปวดจากนิ้วที่ได้รับบาดเจ็บ  เขาจึงได้แต่กัดฟันทน
ท้องฟ้าเริ่มสว่างช้าๆ
คนคุมทาสหวดแส้ใส่เรย์โนลด์สองสามครั้ง  แต่เรย์โนลด์เพียงแต่ขดตัวอยู่ที่มุมห้องยอมรับการทำร้ายอย่างเงียบงัน  เขารู้ว่าเขาไม่สามารถต่อต้านได้  ครั้งแรกที่เขาต่อต้าน เขาเสียนิ้วไปสองนิ้ว  ถ้าต่อต้านครั้งต่อไป บางที..อย่างที่บุรุษตาเดียวคุกคาม  บทเรียนครั้งต่อไปเขาจะต้องไม่มีวันลืม!
เรย์โนลด์รอให้เรือเข้าใกล้ท่าอย่างเงียบงัน
หลังจากนั้นเป็นเวลานาน...
 “เราเทียบท่าแล้ว”  เสียงดังปลุกขึ้นสามารถได้ยินจากดาดฟ้าบน จากนั้นไม่นาน เสียงฝีเท้าที่สามารถได้ยินได้ดังชัดเจน  ยอดฝีมือสองคนเดินลงมา
 “พีล, พวกเจ้ายืนเฝ้าด้วย  ข้าจะไปพักสักเดี๋ยว และจากนั้นข้าจะมาเปลี่ยนกับพวกเจ้าทั้งสองคน”  เสียงของบุรุษตาเดียวดังได้ยินชัด
 “ใต้เท้าไม่ต้องห่วง”  เสียงของพีลดังรับคำเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปจากเรือ  เรย์โนลด์ถอนหายใจเบาๆ และจากนั้นเขาหลับตาคิดถึงแผนการหลบหนีในใจอีกครั้ง
แผนที่อันตรายมาก  แต่เขาก็ต้องลอง
เมื่อชำเลืองมองดูคนคุมทาสสองคนที่อยู่ใกล้ๆ  เรย์โนลด์ขดตัวที่มุมห้องก้มหน้า และปากของเขาเริ่มพึมพำ

8 ความคิดเห็น:

MAXNY กล่าวว่า...

ทำไมเองไม่เผาเรือมันเลย จอมเวทย์ระดับ 7 น่ะ ถ้าร่ายเวทไม่ได้ว่าไปอย่าง นี้เวทก็ร่ายได้ มือเท้าก็ไม่ได้มัดเป็นทหารอย่างน้อยก็น่ามีแรงมากกว่าจอมเวทปกติสิ (นึกว่าพวกคนคุมจะจับเนโรลอัดถัวดำละฮ่าๆๆๆแซวๆ)

Unknown กล่าวว่า...

ลินลี่มาช้าจัง

Et009 กล่าวว่า...

เผาเรือก็หนีไม่ได้สิครับต้องรอเรือเทียบท่าก่นค่อยหนี

BeHappy กล่าวว่า...

ขอบคุณ​มาก​ครับ​

Teetiie กล่าวว่า...

เผาเรือก็เท่ากะฆ่าทาสคนอื่นอีกร่วมร้อยชีวิต นิสัยเรโนลด์ คงไม่ทำครับ

Unknown กล่าวว่า...

สนุกมากเลยค่ะ มาต่อไวๆนะคะ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุนคับ

สายลมโชย กล่าวว่า...

.ขอบคุณคับ

แสดงความคิดเห็น