เล่มที่ 9 สร้างชื่อสะท้านโลก – ตอนที่ 49
หมู่บ้านภูเขาลึกลับ
พระอาทิตย์ลอยสูงอยู่ในท้องฟ้า ยามนั้นเรย์โนลด์ไต่ผ่านภูเขาขนาดใหญ่
“ตอนนี้ข้าน่าจะเข้าสู่ดินแดนอนารยชนแล้ว” เรย์โนลด์เองไม่แน่ใจว่าเขาเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว
หลังจากรีบเร่งมาตลอดสิบวัน เรย์โนลด์มุ่งหน้าไปยังทิศที่รกร้างที่สุด ต่อให้เขาเห็นเมืองอยู่ไกลๆ เขาก็ไม่เข้าไป
ภูเขาที่เรย์โนล์กำลังไต่อยู่นี้มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่กว้างขวาง
หลังจากปีนขึ้นมาเป็นเวลานาน
เรย์โนลด์ก็มาถึงยอดเขาแห่งหนึ่งและกวาดมองรอบตัวเขา ทันใดนั้นเขาพบว่าภูเขาขนาดใหญ่นี้มีหมู่บ้านบนเขาขนาดเล็กอยู่ในตอนกลาง
เรย์โนลด์เลียริมฝีปากที่แห้งผากของเขา
จากนั้นจับเถาวัลย์ยาว เขาเริ่มไต่ลงไปในหมู่บ้านที่อยู่ในกลางภูเขา
หมู่บ้านน้อยบนเขานี้มีผู้คนอยู่ข้างใน เมื่อพวกเขาเห็นเรย์โนล์เดินเข้ามา พวกเขามองดูเรย์โนลด์ด้วยสายตาสงสัย
เห็นได้ชัดว่า... พวกเขายากจะพบเจอผู้มาเยือน
มีคนอยู่น้อยมากในบ้านภูเขาน้อยแห่งนี้ คาดจากสิ่งที่เขาเห็น เรย์โนลด์ประเมินว่ามีคนหลายพันคนที่นี่
มีแม้กระทั่งโรงเตี๊ยมเปิดโล่งทำอย่างเรียบง่าย
เรย์โนลด์เดินเข้าไปและนั่งลงทันทีแล้วกล่าว “น้ำสองแก้ว อาหารและเหล้าหนึ่งขวด”
แต่ทันทีที่เขานั่งลง
เรย์โนลด์สังเกตบางอย่างได้...
“ที่นี่...”
เรย์โนลด์ใจสั่นสะท้าน
ทันใดนั้นเขาพบว่าทุกคนที่นี่ล้วนเปล่งประกายของยอดฝีมือ จากสิ่งที่เรย์โนลด์บอกได้
มีนักรบระดับหกและระดับเจ็ดหลายคน มีแม้กระทั่งนักรบระดับแปด..
นักเวทที่แข็งแกร่งก็มีเช่นกัน
ไม่เพียงนักรบเท่านั้น นักเวทด้วย
และเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งมาก
“สหาย เจ้ามาถึงที่นี่ได้ยังไง?”
บุรุษศีรษะโล้นวางเหล้าหนึ่งขวดและถ้วยสองใบ “มาเถอะ มาดื่มกัน”
ตอนนี้เรย์โนลด์รู้สึกได้ว่าหมู่บ้านภูเขานี้ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา เขาตอบทันที
“ข้าข้ามมาจากชายแดนจักรวรรดิโรฮอลท์
ข้าตั้งใจจะเข้าดินแดนอนารยชน เพียงแต่ข้าไม่ใช้เส้นทางถนนหลัก
ใช้วิธีไต่เขาขึ้นเหนือตลอด พบแม่น้ำ
ข้าจะว่ายข้าม พบภูเขาข้าจะปีน ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าขณะที่ปีนผ่านภูเขานี้ ข้าจะเข้ามาถึงหมู่บ้านน้อยในภูเขานี้”
บุรุษศีรษะโล้นพยักหน้าและหัวเราะ “เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“ไม่ต้องสงสัย
ไม่มีถนนอยู่ใกล้หมู่บ้านเรา
และหมู่บ้านแห่งนี้รกร้างห่างไกลมาก พูดโดยทั่วไปก็คือ เราผ่านเวลาแปดถึงสิบปีตามปกติโดยไม่ได้พบคนแปลกหน้าเลยแม้แต่คนเดียว” บุรุษอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพลางหัวเราะ
เรย์โนลด์ชักกังวลขึ้น
ทั้งสองคนที่อยู่ต่อหน้าเขาแข็งแกร่งทรงพลังทั้งคู่ อาจอยู่ระดับเจ็ดหรือแปด
“ที่นี่มันเป็นที่แบบไหนกัน? ทำไมถึงมียอดฝีมือที่นี่มากมายนักเล่า?” เรย์โนลด์ลอบสงสัย
ขณะที่ดื่มและสนทนากับคนทั้งสองนี้
เรย์โนลด์พบว่าคนของหมู่บ้านในภูเขานี้ไม่ถึงกับตัดขาดโลกภายนอกเสียทีเดียว ความจริงพวกเขารู้เรื่องโลกภายนอกมากเลยทีเดียว
“องค์หญิงโมนิกากำลังมา”
บุรุษศีรษะโล้นพูดทันที หลายๆ
คนหันไปมองทางเดียวกัน และเรย์โนลด์ก็มองเช่นกัน...
เขาเห็นหญิงสาวผู้งดงาม
ผมนางยาวสีดุจหยกกำลังเดินเข้ามาหาโดยมีสาวใช้เดินตามหลังนาง
ขณะที่นางทักทายชาวบ้านอื่นที่พบตามรายทางอย่างเป็นกันเอง เมื่อเห็นสาวงามขนาดนี้
เรย์โนลด์ตะลึงทันที ใบหน้าที่งดงามนั้น
รอยยิ้มที่เป็นมิตร...
แม้จะมีความหลงใหลในท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ เรย์โนลด์รู้สึกว่างงงวยและหลงใหลเต็มที่
“ข้าคิดว่า.......... ข้าพบสถานที่ที่ข้าตั้งใจหาแล้ว”
หนุ่มเจ้าสำราญอย่างเรย์โนลด์เคยพบเจอสุภาพสตรีชั้นสูงมาสองสามคน
แต่ไม่เคยมีแม้แต่คนเดียวที่จะทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวได้..
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายังเป็นโสดมาถึงเดี๋ยวนี้ แต่เด็กสาวที่อยู่ในหมู่บ้านภูเขาลึกลับนี้มีราศีโดดเด่นเฉพาะตัวซึ่งทำให้หัวใจเรย์โนลด์หวั่นไหว
เด็กสาวชื่อโมนิกาชำเลืองมองเรย์โนลด์ เรย์โนลด์พบได้ทันทีว่าดวงตากระจ่างของโมนิกามีประกายเหมือนกับหยก
นางมองดูคล้ายวิญญาณในตำนานทรงเสน่ห์น่าหลงใหล
โมนิกาหัวเราะพลางทักทายเขา “สวัสดี
คนแปลกถิ่น”
เรย์โนลด์รีบยืนทันทีและทักทายอย่างสุภาพ “เจ้าหญิงโมนิกาผู้เลอโฉม.. ข้าชื่อเรย์โนลด์”
โมนิกาชำเลืองมองมือซ้ายของเรย์โนลด์ทันที นางเผยอปากด้วยความแปลกใจ จากนั้นมองดูเรย์โนลด์ “เกิดอะไรขึ้นกับมือเจ้า?”
“ถูกคนอื่นทำร้าย”
เรย์โนลด์พูดตามปกติ
โมนิกาเดินเข้ามาหาเขาทันที “ยื่นมือเจ้าออกมา” เรย์โนลด์ไม่ถามอะไร ยื่นมือซ้ายทันที
บาดแผลที่เกิดจากคีมเหล็กตัดน่ากลัวจนใจสะท้าน
ริมฝีปากโมนิกาขยับเบาๆ และช่วงเวลาสั้นๆ ต่อมา....
แสงหลากหลายสีสันไหลเข้าไปยังมือซ้ายของเรย์โนลด์เหมือนภาพเนบิวลา
กำเนิดดาราจักร
เรย์โนลด์รู้สึกได้ชัดเจนว่าบาดแผลบนมือซ้ายของเขาสมานตัวอย่างรวดเร็วและนิ้วมือใหม่สองนิ้วกำลังงอกออกมา
ในพริบตาเดียว
มือซ้ายของเรย์โนลด์ก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนกับว่าไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน
“นี่... นี่มัน...”
เรย์โนลด์ตกใจ และจ้องมองเด็กสาวนามว่าโมนิกาอย่างอัศจรรย์ใจ
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวนามว่าโมนิกาจะเป็นจอมเวทสายธาตุแสง
และเป็นจอมเวทที่ทรงพลังคนหนึ่ง
พลังของนางไม่ด้อยไปกว่าเรย์โนลด์
เมื่อเรย์โนลด์มองดูสีหน้าที่เคร่งขรึมตั้งใจของโมนิกาแล้ว
หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวทันที
……..
ยามย่ำค่ำ ดวงตะวันลับฟ้าทางทิศตะวันตก
และท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ฉาบไปด้วยสีแดง หมู่เมฆสะท้อนแสงดุจเปลวไฟ
บนพื้นหญ้าที่หมู่บ้านในภูเขา เรย์โนลด์เดินเคียงข้าโมนิกา เรย์โนลด์มองดูวงหน้างามพริ้งของโมนิกา
ในใจของเขา เขารู้สึกสะเทือนใจ
เขาอยู่ที่นี่ในหมู่บ้านภูเขาลึกลับมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
ไม่มีใครในหมู่บ้านภูเขาบอกให้เขาจากไป
ระหว่างช่วงเวลาหนึ่งเดือนในหมู่บ้านภูเขา
เรย์โนลด์ได้รู้ว่าชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ไม่เคยออกไปจากหมู่บ้าน
มีน้อยคนมากที่จะเดินทางท่องโลกภายนอก
เมื่อพวกเขากลับมา
พวกเขาจะต้องแจ้งบอกเล่าเหตุการณ์ของโลกภายนอก
โมนิกาอายุเพียงยี่สิบปี
แต่นางเป็นจอมเวทสายธาตุแสงระดับเจ็ดแล้ว
ในเรื่องพรสวรรค์
นางเหนือกว่าเรย์โนลด์
นางมีพรสวรรค์มากกว่าเรย์โนลด์
“ข้าไม่อาจปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ได้
ข้าต้องแจ้งพ่อแม่ข้าและพี่สามว่าข้ายังมีชีวิตอยู่” เรย์โนลด์ต้องการพบสหายและครอบครัว
แต่เสน่ห์ของโมนิกาที่มีต่อเขารุนแรงเหลือเกิน และสำหรับโมนิกา
เรย์โนลด์คนแปลกถิ่นผู้นี้รู้อะไรหลายอย่าง ไม่ว่าเมื่อใดที่นางสนทนากับเขา โมนิกาพบว่านางสามารถเรียนรู้โลกภายนอกได้หลายอย่าง
เรย์โนลด์เป็นคนช่างคุยช่างเจรจา
นี่ทำให้โมนิกามีความสุขมากเมื่อใดก็ตามที่นางอยู่กับเขา
“ถ้าข้าได้อยู่กับโมนิกาอย่างนี้เรื่อยไป
นั่นจะยอดเยี่ยมสักเพียงไหน?”
หัวใจของเรย์โนลด์เต็มไปด้วยความหวัง
“คุณหนูโมนิกา”
ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังพวกเขา และบุรุษวัยกลางคนผมสีเงินเดินมาหาพวกเขา เรย์โนลด์ตกใจ
เขาไม่ทันสังเกตเลยว่าบุรุษผู้นี้เข้ามาใกล้พวกเขา เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งทรงพลัง
“ลุงมิลเลอร์”
เมื่อโมนิกาหันหน้าก็เห็นบุรุษวัยกลางคนผมสีเงิน นางร้องเรียกเขาอย่างร่าเริง
มิลเลอร์มีใบหน้าที่สัตย์ซื่อถือมั่น เขาชำเลืองมองเรย์โนลด์
จากนั้นหันมาที่โมนิกาอย่างเป็นกันเอง
“คุณหนูโมนิกา นี่ก็ค่ำคืนแล้ว
มารดาเจ้ากำลังรอเจ้าทานมือค่ำอยู่ที่บ้านนะ”
จากนั้นโมนิกาพยักหน้ายิ้มให้เรย์โนลด์
“พี่เรย์โนลด์
ตอนนี้ข้าขอกลับบ้านก่อนนะ
ไว้พบกันใหม่”
เรย์โนลด์ยิ้มและพยักหน้าเช่นกัน
หลังจากโมนิกาไปแล้ว
มิลเลอร์จ้องมองเรย์โนลด์
“เด็กต่างถิ่น! เจ้าอยู่ในหมู่บ้านภูเขาของเรามาได้ระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้เจ้าต้องเลือกแล้วนะ...”
“เลือก?” เรย์โนลด์รู้สึกประหลาดใจ
มิลเลอร์พยักหน้าอย่างใจเย็น “เพราะเจ้าสามารถหาพวกเราเจอได้ นั่นก็หมายความว่าวาสนานำพาเจ้ามาที่นี่ ตอนนี้เจ้ามีทางเลือกสองทาง ทางแรก
อยู่ที่นี่หมู่บ้านภูเขาของเราตลอดไป
และเป็นหนึ่งในลูกบ้านของเราโดยไม่จากไปไหน ข้อที่สอง จากไปทันทีแล้วอย่ากลับมาอีก เจ้ามีทางเลือกเพียงสองข้อเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เจ้าจะต้องตายสถานเดียว”
คำพูดที่เย็นชาเหล่านี้ทำให้หัวใจของเรย์โนลด์สั่นสะท้าน
จากไปตลอดกาล?
หรือไม่ก็อยู่ในหมู่บ้านภูเขาโดยไม่ออกไปไหนอีกเลย?
เรย์โนลด์ไม่ต้องการเลือกข้อใดข้อหนึ่ง
“ท่านมิลเลอร์”
เรย์โนลด์รีบกล่าว “เท่าที่ข้ารู้
ก็มีบางคนในหมู่บ้านนี้ออกไปข้างนอกเรื่อยไม่ใช่หรือ?”
มิลเลอร์มองดูเขาจากนั้นหัวเราะ “มันก็จริง
แต่หมู่บ้านภูเขาของเรามีการแข่งขันประจำปี
คนที่ติดสิบอันดับแรกของการแข่งขันจะได้รับอนุญาตให้ไปจากหมู่บ้านและเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกภายนอก แต่เนื่องจากพลังปัจจุบันของเจ้า...
เจ้ายังไม่ติดแม้แต่ร้อยอันดับแรก
อย่าว่าแต่สิบอันดับเลย”
เรย์โนลด์กระวนกระวายมาก
“แม้ว่าปัจจุบันนี้ข้ายังทำอันดับไม่ได้ แต่ว่าในอนาคตข้าอาจทำได้” เรย์โนลด์ตัดสินใจแล้ว “ท่านมิลเลอร์งั้นข้าตัดสินใจแล้ว
ขอเป็นสมาชิกหมู่บ้านนี้”
แม้ว่าเรย์โนลด์จะรักพ่อแม่ของเขา
แต่เมื่อเขาอยู่ในกองทัพ
บ่อยครั้งที่เขาต้องเดินทางไปเป็นปี สองปีโดยไม่ได้เห็นพ่อแม่สักครั้ง ตราบใดที่บิดามารดาของเขารู้ว่าเขายังมีชีวิต
นั่นก็คงพอแล้ว ในอนาคต
เขาย่อมมีโอกาสพบพวกท่านอีก
ไม่น่าจะมีปัญหามากเกินไป
เรย์โนลด์รู้ว่าพ่อแม่ของเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกร้อยหรือสองร้อยปี
แต่โมนิกา... เรย์โนลด์กังวลว่าถ้าเขาจากไป
เขาจะต้องเสียใจกับชีวิตที่เหลือของเขา
มิลเลอร์พยักหน้าเล็กน้อย
“ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้าน จำเอาไว้
ให้ดี อย่าออกจากหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
ถ้าพบว่าเจ้าทำเช่นนั้น.. เจ้าจะตายแน่นอน
ไม่ว่ายังไง ดีที่สุดเจ้าไม่ต้องสงสัยว่าหมู่บ้านเราทรงพลังขนาดไหน” มิลเลอร์หันหน้าเตรียมออกไปทันที
“ท่านมิลเลอร์”
เรย์โนลด์รีบกล่าว
มิลเลอร์หันมามองเขา
“มีอะไร?”
“เมื่อคนอื่นในหมู่บ้านนี้ออกไปจากหมู่บ้าน
พวกเขาจะช่วยส่งข่าวให้ข้าได้ไหม?”
เรย์โนลด์ถาม
มิลเลอร์พยักหน้า
“ได้สิ, อย่างไรก็ตาม เจ้าไม่อาจเปิดเผยข้อมูลใดๆ
เกี่ยวกับหมู่บ้านได้ ในอีกสองวัน ข้าจะออกไปนอกหมู่บ้าน ถ้าเจ้ามีข้อความอะไร ข้าช่วยเจ้าส่งให้ได้”
เรย์โนลด์รู้สึกยินดี และเขารีบกล่าว “ท่านมิลเลอร์
เมื่อท่านไปจากหมู่บ้านช่วยแจ้งให้ทางสาขาหอการค้าดอว์สันและบอกพวกเขาว่า
ข้า, เรย์โนลด์ ดันสตันยังไม่ตาย ตอนนี้
ข้ามีชีวิตอย่างเป็นสุข และข้าหวังว่าสหายและครอบครัวไม่ต้องกังวลเป็นห่วงข้า”
“หอการค้าดอว์สัน?”
มิลเลอร์ชำเลืองมองเขา จากนั้นพยักหน้า
“ท่านมิลเลอร์” เรย์โนลด์ตระหนักบางอย่างได้ทันที
“ท่านบอกว่ามีแค่สิบอันดับแรกของผู้ที่ผ่านการแข่งขันจึงจะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกหมู่บ้านไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านถึงออกไปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ?”
มิลเลอร์มองดูเขา
“เมื่อเจ้ามีพลังระดับเดียวกับข้า
เจ้าก็สามารถออกไปได้เมื่อเจ้าต้องการ”
ขณะที่เขาพูด เพียงการเคลื่อนไหววูบเดียว มิลเลอร์ก็หายไปต่อหน้าต่อตาเรย์โนลด์ทันที
หัวใจเรย์โนลด์เต็มไปด้วยความตกใจระดับความเร็วที่น่ากลัวนัก!
“ใต้เท้า
เรย์โนลด์ผู้นั้นไม่แข็งแกร่งเท่าใดนัก
แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูโมนิกาจะมีท่าทีความรู้สึก..”
มิลเลอร์ยืนอยู่ข้างคนผู้หนึ่งอย่างนอบน้อม ขณะที่บุรุษวัยกลางคนใบหน้าหล่อเหลางามสง่ามีผมยาวสีดำนั่งอยู่บนเก้าอี้ศิลาจิบเหล้าตามปกติ
บุรุษวัยกลางคนที่งามสง่าหัวเราะอย่างใจเย็น
“โมนิกามีอิสระที่จะชอบใครก็ได้ที่นางต้องการ อย่าไปบังคับนางเลย สำหรับเรย์โนลด์เลือกที่จะรั้งอยู่ในหมู่บ้าน
ก็หมายความว่าอย่างน้อยเขามีความกล้าหาญ”
“แต่ว่านายหญิง..”
มิลเลอร์กล่าว
บุรุษวัยกลางคนผู้งามสง่าหัวเราะ “ฮะฮะ..
สำหรับเรื่องนั้นไม่อะไรที่ข้าจะทำได้
ถ้าเจ้าเรย์โนลด์นั่นมาชอบธิดาของข้าจริงๆ อย่างนั้นทั้งหมดที่ข้าทำได้ก็คือแนะนำว่าเขาต้องพากเพียรอย่างหนัก
มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถผ่านการอนุมัติจากภรรยาของข้า”
“พรุ่งนี้ เมื่อเจ้าไปยังไพรทมิฬ จงระวังให้ดี
อย่าไปตอแยราชันย์แห่งไพรทมิฬ”
บุรุษผู้งามสง่ามองดูมิลเลอร์
“ขอรับ ใต้เท้า”
มิลเลอร์พูดด้วยความเคารพ
เช้าวันต่อมา
เงาร่างเลือนรางพุ่งออกมาจากหมู่บ้านภูเขาด้วยความเร็วสูง
ในพริบตาก็พุ่งผ่านท้องฟ้าขณะที่บินตรงไปยังทิศเหนือด้วยความเร็วสูง
ความเร็วที่ใช้เดินทางยังเร็วกว่าความเร็วของลินลี่ย์ในร่างมังกรแปลง ราวๆ หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เงาร่างเลือนรางก็มาปรากฏที่ไพรทมิฬ
“หืม?” ความเร็วที่น่าประหลาดลดลง และจากด้านบน
มิลเลอร์จ้องลงมาข้างล่าง
เมืองแบล็คเดิร์ทตั้งอยู่ใกล้กับไพรทมิฬ
ห่างกันราวห้าสิบกิโลเมตร
มิลเลอร์ในตอนนี้อยู่เหนือภูเขาแบล็คคราเวน แม้ว่าเขาจะบินด้วยความเร็วสูง แต่เขาสามารถรู้สึกได้ถึงมวลพลังงานธาตุมหาศาลจากเบื้องล่าง
“ใครบางคนยังคงฝึกกฎธรรมชาติของธาตุลมอยู่หรือ?” มิลเลอร์ตาเป็นประกาย
มิลเลอร์กำลังศึกษากฎธรรมชาติแห่งธาตุลมเช่นกัน
เขาตรวจสอบภูเขาแบล็คคราเวนอย่างระมัดระวังและร่างมนุษย์สวมชุดสีน้ำเงินเข้มกำลังกวัดแกว่งกระบี่ยาวสีม่วง
ร่างมนุษย์นั้นกระพริบอยู่หลายที่ทั่วภูเขาแบล็คคราเวนด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
“ระดับความรู้แจ้งของเขายอดเยี่ยมมาก
เป็นเวลาร้อยปีแล้วตั้งแต่ข้าได้ซ้อมฝีมือกับยอดฝีมือธาตุลมอื่น” มิลเลอร์คันหัวใจยากจะเกา
เขาบินลงไปด้วยความเร็วสูง
ตอนนี้ ลินลี่ย์สังเกตเห็นร่างมนุษย์บินลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง
มิลเลอร์ลงมายืนเหนือยอดไม้บนภูเขาแบล็คคราเวน เมื่อยืนอยู่บนยอดไม้
เขาจ้องมองลินลี่ย์ที่อยู่ไม่ห่างและหัวเราะลั่น
“ข้าชื่อมิลเลอร์ ยังคงศึกษากฎแห่งธาตุลม สหาย!
เจ้ายินดีจะซ้อมมือกับข้าไหม?”
10 ความคิดเห็น:
ยังงี้ก็เร้า~ใจ นะสิ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากนะคับ
ขอบคุณครับ จะได้รู้เรื่องกันไหมเนี่ยเจอหน้ากันก็ตีกันก่อนซะเระ
สนุกจริงๆ
บวกกกก
งานนี้มีสนุก
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุนคะบ
ได้เมียเป็นสางงามองหญิงของเผ่าเฉย55
น้องสี่เจ้าโชคดีในโชคร้ายชัดๆ
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น