วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 721 เสวี่ยทันหลาง ทักษะแฝงเร้นปลดปล่อยพลัง



ตอนที่  721  เสวี่ยทันหลาง ทักษะแฝงเร้นปลดปล่อยพลัง
หลังจากออกจากเมืองลมดำซึ่งบัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเมือง อู๋เย่ เย่ว์หยางพาทุกคนกลับไปหอทงเทียน
เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ไม่สามารถรอที่จะไปทวีปกวงหมิงเพื่อโอ้อวดความก้าวหน้าของพวกเขา  หลังจากกลับมาจากแดนสวรรค์  พวกเขารู้สึกว่าพลังของพวกเขาพุ่งทะยานและต้องการพิสูจน์ตัวเองในทวีปกวงหมิง  แต่เย่ว์หยางไม่คิดเช่นนั้น  กระบวนการฝึกของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ก้าวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย  แต่ถึงขนาดจะพิชิตหอทงเทียนได้หรือไม่นั้น คำตอบคือไม่ได้อย่างแน่นอน
 
เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ไม่ใช่คู่ต่อสู้แม้ของฉงนี่และราชาฉลาม ไม่ต้องพูดถึงนักสู้ปราณก่อกำเนิดที่ทรงพลังอย่างซุ่นเทียน องค์ชายดำและประมุขนิกายพันปีศาจ
ต่างจากอสูรรบเตรียมปราณฟ้า  ซุ่นเทียน องค์ชายดำ ประมุขนิกายพันปีศาจและยอดฝีมือในสภาอาวุโสทวีปกวงหมิงมีคัมภีร์อัญเชิญ มีทักษะแฝงเร้นและอสูรพิทักษ์ที่แข็งแกร่งไม่เหมือนใคร
แม้ว่าพลังของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับนักสู้ปราณฟ้า  แต่พวกเขามีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง  ถ้านักสู้ปราณฟ้าเป็นเหมือนอาคารสูงสิบชั้น  อย่างนั้นซุ่นเทียนและองค์ชายดำก็เป็นปราสาทสูงแปดชั้น  ปราสาทแม้ว่าจะไม่สูงเท่าแต่จะดูถูกดูแคลนไม่ได้เลย  แต่เย่ว์หยางยังไม่แน่ใจเต็มร้อยว่าเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้เข้าใจสนามพลังวิญญาณ และสนามพลังเซียนและมีผนึกเทพและดาบเทพของจักรพรรดิอวี้  รวมทั้งเจ้าเมืองโล่วฮัวซึ่งมีต้นทานตะวันอมฤตซึ่งมีพลังปราณฟ้าระดับห้า จะสามารถฆ่าซุ่นเทียนได้
นอกจากสามคนอาจเอาชนะได้  แต่คนอื่นก็ยากจะเอาชนะซุ่นเทียนและองค์ชายดำได้ยาก  อย่าว่าแต่จะฆ่าพวกเขาเลย
พลังห้าแปรเปลี่ยนของซุ่นเทียนและอสูรพิทักษ์ชั้นเพชรระดับเก้า จักรพรรดิทอง ซึ่งมีทักษะในการสู้รบและมีปัญญาฉลาดไม่อาจดูถูกได้เลย  แม้แต่ในนักสู้ปราณฟ้าก็มียอดฝีมือน้อยคนที่มีอสูรศึกชั้นเพชร
อสูรศึกชั้นเพชรไม่จำเป็นต้องทรงพลัง  แต่ศักยภาพของมันไม่ธรรมดา
นักสู้ปราณก่อกำเนิดในหอทงเทียนไม่ใช่นักสู้ระดับเดียวกับนักรบปราณดินในแดนสวรรค์
เราสามารถเปรียบเทียบระหว่างนักสู้ปราณดินของแดนสวรรค์กับนักสู้ปราณก่อกำเนิดในหอทงเทียนได้
ตัวอย่างเช่นนักสู้ปราณดินระดับหกของแดนสวรรค์มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกฆ่าตายในหนึ่งนาที โดยยอดฝีมือปราณก่อกำเนิดระดับหกผู้มีคัมภีร์อัญเชิญและเข้าใจวิธีใช้สนามพลัง... ระดับที่พวกเขามีสูงกว่า  แต่ว่ามีความห่างชั้นกันมากระหว่างนักสู้ปราณดินกับนักสู้ปราณก่อกำเนิด
 “เฮ้, ดูเจ้าสิ, เจ้าไปเที่ยวแดนสวรรค์และกลับมาทำไมเป็นอย่างนั้นเล่า?”  อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ตำหนิลูกศิษย์ของเขา
เมื่อพูดถึงระดับพลัง เขามีระดับพลังต่ำกว่าเย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่น
อย่างไรก็ตามเขามีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนพวกเขา แม้ว่าเย่คงและเจ้าอ้วนไห่จะมีพลังเหนือกว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าในช่วงสิบปีหลัง  แต่พวกเขายังไม่ถึงระดับของอาจารย์ในแง่วุฒิภาวะและความน่าเคารพนับถือ  ขณะที่ผู้เฒ่าหนานกง เขาไม่ใช่ยอดฝีมือที่เย่คงและเจ้าอ้วนไห่จะมีพลังเหนือกว่าในระยะเวลาสั้นๆได้  เย่คงและเจ้าอ้วนไห่มีความสามารถในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม  แต่พวกเขามีความรู้น้อยในเรื่องทักษะแฝง อสูรศึก สมบัติ ยา อักษรรูนและประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางให้กำลังใจพวกเขาหลังจากถูกอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและคนอื่นตำหนิ
ที่สำคัญคือต้องขอบคุณความพยายามอย่างหนักของพวกเขา ทำให้พวกเขาก้าวหน้าได้เร็วซึ่งได้รับการพิสูจน์ยืนยันแล้ว
ก่อนหน้านั้นในการไล่ตามโวกัวและกู่เติ้ง เย่ว์หยางเก็บสินสงครามมาได้มาก  เขายังเข้าใจสนามพลังสร้างโลก นอกจากนี้เขาวางแผนจัดการหัวหน้าโจรวัวป่าและเอาชนะเจ้าเมืองลมดำ ปีศาจเฒ่าเว่ย เจ้าสำนักไป๋ซ่งและคนอื่นๆ
มีสินสงครามมากมายที่เขาเก็บกวาดมาเต็มไปหมด
ตามแผนการเดิมของเขา เย่ว์หยางตัดสินใจใช้อสูรศึกที่ถูกจับมาเพื่อพัฒนาให้กับอสูรศึกของทุกคน  ตัวอย่างเช่นเสวี่ยทันหลางที่มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดต้องการอสูรศึกระดับปราณฟ้าเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้  เสวี่ยทันหลาง  เย่คง  เจ้าอ้วนไห่และองค์ชายเทียนหลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามคนแรกเป็นกำลังหลักในการรบ  ดังนั้นเย่ว์หยางตัดสินใจยกซุ่นเทียน องค์ชายดำและประมุขนิกายพันปีศาจให้พวกเขารับมือ  นี่เป็นเหตุผลที่เย่ว์หยางไม่โจมตีศัตรูเหล่านั้นรวมทั้งซุ่นเทียน
เย่คงได้รับไข่มังกรแผ่นดินไหวซึ่งมังกรแผ่นดินไหวได้สำรอกออกมาก่อนที่มันจะตาย  และตอนนี้เย่ว์หยางได้มอบผลึกปีศาจระดับอสูรปราณฟ้าของหมีปีศาจให้กับคิงคองปีศาจเพิ่มระดับพลังของอสูรศึกของเย่คงให้มีพลังเทียบเท่าเตรียมปราณฟ้า
แม้ว่าจะเป็นการยากในการยกระดับอสูรศึกให้อยู่ในระดับปราณฟ้าในรวดเดียว  แต่ตราบใดที่คิงคองปีศาจยังมีพัฒนาการต่อไป  มันจะยกระดับเป็นอสูรปราณฟ้าได้อย่างไม่มีปัญหา
ขณะที่การวิวัฒนาการไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ยังเป็นไปไม่ได้!
การได้เป็นเจ้าของคิงคองปีศาจอสูรเพชรระดับเตรียมปราณฟ้าและด้วงจอมพลังได้ยกระดับด้วย หัวใจศิลา ของยักษ์ศิลา ประกอบกับมังกรแผ่นดินไหวตัวน้อยซึ่งมีศักยภาพยกระดับได้อย่างน้อยพลังปราณฟ้าระดับสามในอนาคต ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่จำเป็นที่เย่คงจะต้องเป็นห่วงพลังรบของอสูรศึกของเขาเลย
เทียบกับเย่คงแล้ว  เจ้าอ้วนไห่ยังแข็งแกร่งไม่แพ้กัน
เพราะเขามีแรดเพชร ฮิปโปน้อยและแมมมอธสายฟ้ายักษ์  เย่ว์หยางใช้เลือดพญากุญชรอสูรปราณฟ้าระดับห้าเพิ่มพลังให้พวกมัน  แรดเพชรและฮิปโปน้อยเดิมทีมีพลังต่ำ  ดังนั้นการเลื่อนระดับของพวกมันจึงช้ากว่าอสูรอื่น  เนื่องจากแมมม็อธสายฟ้านั้นโตเต็มวัยกว่าอีกสองตัว  และมันมีสายเลือดเดียวกับพญากุญชร  มันจึงได้รับประโยชน์มากที่สุดเลื่อนไปเป็นอสูรระดับเตรียมปราณฟ้าโดยตรง แซงแรดแพชรและนกนางนวลสายลมที่ฉลาดได้ มันกลายเป็นอสูรศึกที่ทรงพลังอันดับหนึ่งของเจ้าอ้วนไห่ ทำให้พลังรบของเจ้าอ้วนไห่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทันที
อัศวินกริฟฟินของพี่น้องตระกูลหลี่เป็นอสูรพิทักษ์ร่างมนุษย์ซึ่งยากที่จะผสมผสานพลังเข้าไปได้  แต่ถึงอย่างนั้นเย่ว์หยางทดลองดูและพบว่าพลังของมันติคอร์ (ราชสีห์บินหางแมงป่อง) สามารถผสานเข้าไปได้
เย่ว์หยางใช้ความพยายามมากในที่สุดก็เลื่อนระดับของอัศวินกริฟฟินทั้งสองเป็นอสูรปราณดินระดับเจ็ด
เนื่องจากสติปัญญาและการเติบโตที่แตกต่างกัน อสูรพิทักษ์รูปร่างมนุษย์ทั้งสองซึ่งหลอมรวมกับกริฟฟินและมันติคอร์อาจถูกแยกจากศักยภาพที่จะเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดกาล... แต่พี่น้องตระกูลหลี่ไม่สนใจ  เพราะตั้งแต่ก่อนหน้านี้  พวกเขาไม่มีคัมภีร์อัญเชิญ และยังเกือบอดตายอยู่ที่หอทงเทียนชั้นหนึ่ง  พวกเขาทุกคนมีวันนี้เพราะความช่วยเหลือของเย่ว์หยาง  ดังนั้นพวกเขาจึงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่มากพอแล้ว!
การรวมตัวของ ดาวตกเพลิงฟ้า ขององค์ชายเทียนหลัวกับปีศาจศิลาบิน
ประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง
สิ่งที่ทำให้เจ้าอ้วนไห่อิจฉาที่สุดก็คือดาวตกเพลิงฟ้าขององค์ชายเทียนหลัววิวัฒนาการไปเป็น ปีศาจฟ้าเพลิงบิน ยกระดับไปเป็นอสูรปราณฟ้าโดยตรง  ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนแรกในกลุ่มที่มีอสูรพิทักษ์ระดับปราณฟ้า
 “โชคร้าย!” เจ้าอ้วนไห่เสียใจต่อความผิดพลาดของเขาก่อนหน้านั้นและพูดด้วยความเศร้าใจลึกๆ “ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าจะเชิญทุกคนมาเลี้ยงเหล้าและเป็นเจ้ามือจ่ายเองแทนที่จะยืมเงินองค์ชาย  ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะกลายเป็นเจ้าหนี้ส่วนตัวของข้า”  เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนหัวเราะเยาะให้เขา  หลิวเย่และเป่าเอ๋อยังกล่าวอีกว่าพวกเขาสามารถฝากกระเป๋าเงินไว้กับเขาเพื่อเพิ่มพูนโชคเหมือนอย่างที่องค์ชายเทียนหลัวทำก็ได้  เป็นผลให้เจ้าอ้วนไห่กลัวจนหน้าซีดโบกมือเป็นพัลวัลกล่าวว่าเขาจะไม่มีทางทำเช่นนั้นอีก
 “นกนางนวลสายลมก็มีดีพออยู่แล้วเพียงแต่ไม่มีผลึกปีศาจของอสูรปราณฟ้าที่เหมาะสมกับมัน  มิฉะนั้นมันต้องกลายเป็นอสูรปราณฟ้าและจะกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ในอนาคตแน่นอน”  เย่ว์หยางเห็นอสูรศึกที่ฉลาดมามาก  แต่นกนางนวลสายลมเป็นอสูรที่พิเศษจริงๆ
 “ยาหยีจ๋า, เมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเจ้า!?”  เจ้าอ้วนไห่รอคอยวันที่นางนวลสายลมจะเปลี่ยนไปเป็นสาวงาม
 “เผียะ!  นางนวลสายลมใช้ปีกตบเจ้าอ้วนไห่  เจ้าลามก  เจ้าอ้วนไห่ต้องมีความคิดมิดีมิร้ายบางอย่างอยู่เป็นแน่!
เจ้าอ้วนไห่เคยชินเสียแล้ว และเขาก็มีหนังหนาหน้าทนอยู่แล้วเช่นกัน
แม้จะต้องทนทุกข์ทรมาน แต่ในใจของเขาไม่คิดอะไรอยู่แล้ว
เพราะที่หุบเขาราชสีห์ สิงโตเพลิงระดับเตรียมปราณฟ้าสองตัวถูกตายคาที่ ทั้งยังมีกลุ่มนางสิงโตและราชสีห์เฒ่าอีกหนึ่งตัว เย่ว์หยางเก็บผลึกปีศาจธาตุไฟไว้ได้ทั้งหมด  กลุ่มสายอย่างเหยียนพั่วจวิน ฟงชิซาได้รับประโยชน์ครั้งใหญ่ และอสูรศึกของพวกเขาได้รับการยกระดับถ้วนหน้า  หัวหน้าทอเรนเลโอปฏิเสธที่จะรับขวานหัววัวแต่มอบขวานศึกและเข็มขัดทองให้กับฟ่านหลุนเถี่ยทำให้นางมีพลังรบก้าวหน้า   แต่ตนเองกลับเลือกสินสงครามอื่นหลายชิ้นแทน เช่นขวานด้ามยาวบิ่น แม้ว่าจะไม่ดีเท่าขวานหัววัวและเข็มขัดทอง  แต่ก็ยังเป็นสมบัติระดับทอง
หลังจากช่วยสมาชิกอื่นในกลุ่มให้ยกระดับแล้ว  เย่ว์หยางให้รางวัลกับราชสีห์เพลิงทองด้วยหัวใจราชสีห์สองดวง ดวงหนึ่งของราชสีห์แก่ และอีกดวงของราชสีห์ทอง
เนื่องจากสติปัญญาและศักยภาพของมัน เย่ว์หยางตั้งชื่อมันว่า...
ซิมบา
ฮุยไท่หลางแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมงานใหม่ของมันซึ่งเป็นอสูรศึกที่แข็งแกร่งที่สุดของเย่ว์หยางมากกว่าที่เคยมีมา
ซิมบารีบก้มหัวแสดงความขอบคุณที่เย่ว์หยางตั้งชื่อให้มัน  มันชอบชื่อนี้
และด้วยหัวใจราชสีห์สองดวง ราชสีห์เพลิงทองสามารถยกระดับเป็นอสูรปราณฟ้าระดับสองเป็นอย่างน้อย ถ้ามันดูดซับพลังได้ดี มันอาจยกระดับไปเป็นอสูรปราณฟ้าระดับสาม
 “นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างปวดหัว” การผสานพลังของยักษ์หิมะอสูรพิทักษ์ของเสวี่ยทันหลางและอสูรสายฟ้าพลังปราณฟ้าระดับหนึ่งคงเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ  แต่เป็นเรื่องที่เย่ว์หยางต้องการทำมากที่สุด  ถ้าพวกมันสามารถกลายพันธุ์ไปเป็นอสูรพายุสายฟ้าได้โดยตรง  เย่ว์หยางคงไม่กังวลเรื่องนี้มานานแล้ว  แต่วิธีผสานพลังธาตุของยักษ์หิมะกับอสูรสายฟ้านั่นจะทำได้ยังไง?  ที่สำคัญที่สุดวิธีสร้างอสูรศึกโดยหลอมรวมพวกมันวิวัฒนาการไปในทิศทางที่ดีที่สุดเป็นอสูรพิทักษ์ที่ฉลาด... นี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุด!
 “ไม่สำคัญ หากว่าเจ้ายังทำไม่สำเร็จตอนนี้”  เสวี่ยทันหลางไม่ต้องการรบกวนเย่ว์หยางให้เป็นธุระจัดการเรื่องของเขา
 “ถ้าอสูรทั้งสองสามารถหลอมรวมกันได้สำเร็จ  การวิจัยค้นคว้าในอนาคตของเราจะกลายเป็นเรื่องสำคัญอยู่”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเตือนเสวี่ยทันหลางไม่ให้กวนใจเย่ว์หยาง
 “บางทีเราอาจเริ่มต้นกับทักษะแฝงเร้นของมันก็ได้”  เสวี่ยอู๋เสียช่วยหาวิธีการ  ในที่สุดนางก็ผุดความคิดขึ้นเมื่อนางอ่านหนังสือแห่งสัจจะ  นางปิดหนังสือแห่งสัจจะและเดินมาหาเย่ว์หยางด้วยความตื่นเต้น
 “ใช่แล้ว!
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่ว์หยางเข้าใจทันที
เสวี่ยทันหลางมีทักษะแฝงเร้นคือ ปลดปล่อยพลังงาน
เดิมทีเสวี่ยทันหลางสร้างพายุเพื่อกวาดล้างสนามต่อสู้  ดังนั้นศัตรูโดยทั่วไปเชื่อว่าเขามีทักษะแฝงเร้นของพายุ
ในความเป็นจริงนั่นไม่ถูกต้องทั้งหมด  เสวี่ยทันหลางมีทักษะแฝงเร้นที่แปลกประหลาดมากปลดปล่อยพลังงาน  คนที่คุ้นเคยกับเขาคิดว่าทักษะแฝงเร้นทุกอย่างที่พวกเขาเขามีล้วนมีประโยชน์ เว้นแต่ทักษะที่แปลกประหลาดนี้
ทักษะแฝงเร้นปลดปล่อยพลังงาน : เมื่อเจ้าของใช้ทักษะนี้  เขาต้องเข้าใจพลังงานตนเองเต็มที่จากภายในออกไปภายนอก  ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งก็ยิ่งมีทักษะความสามารถสูง ถ้าศัตรูติดอยู่ในพลังควบคุม ยิ่งเข้าใจมากขึ้นเท่าใด  ทักษะพลังที่มีต่อศัตรูก็จะเพิ่มยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น  ปัจจุบันนี้ทักษะแฝงเร้นของเขาอยู่ที่ระดับสาม
สำหรับเสวี่ยทันหลางผู้เยือกเย็นสง่างาม ไม่มีใครคาดว่าเขาจะบอกศัตรู เหมือนอิสตรีช่างนินทาพูดถึงวิธีใช้พลังของเขาและวิธีโจมตีพวกเขา
นั่นไม่สมเหตุผลแม้แต่น้อย
แม้ว่าเสวี่ยทันหลางจะเริ่มต้นฝึกฝนมาตั้งแต่อายุน้อยมาก และยังทำความเข้าใจพลังงานของเขาทุกวัน  แต่ทักษะแฝงเร้นของเขาก็ยังอยู่ที่ระดับสามซึ่งถือว่าต่ำมาก  ถ้าเจ้าอ้วนไห่มีทักษะแฝงเร้นปลดปล่อยพลังงานนี้  เขาจะสามารถเลื่อนระดับไปถึงระดับสิบได้โดยใช้เวลาไม่ถึงปี  อย่างไรก็ตามโชคไม่ดีที่เสวี่ยทันหลางที่มีปกติหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนปฏิเสธจะพูดคุยกับคนอื่นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปลดปล่อยพลังนี้  มันเป็นเรื่องเศร้า
 “ไปท่องบันทึกลึกลับแดนสวรรค์และมาสาธยายให้เราฟังทุกวัน” เย่ว์หยางมอบหมายงานให้เสวี่ยทันหลาง
 “.....” เสวี่ยทันหลางผู้มีปกติไม่กลัวใครถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดหวั่นทันที

10 ความคิดเห็น:

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

sittichok กล่าวว่า...

ขอบคุณมกาเลยนะครับ

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

peem48765@hotmail.com กล่าวว่า...

ขอบคุณครับว่าแต่พลังของเสวี่ยทันหลางคือไรอะครับทักษะแฝงน่ะ

ท้องฟ้าจะมีความหมาย ถ้ามีคนแหงนมอง กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

samchay กล่าวว่า...

กล่าวคือเสวี่ยทันหลาง ไม่ชอบเรียนหนังสือสินะ 5555

WingF กล่าวว่า...

การบ้านปลายเปิด ทำไปเรื่อยๆ ข้าเหนื่อยเจ้าถึงหยุดได้ อิอิ

สายลมโชย กล่าวว่า...

ขอบคุณครับสนุกดีเป็นกำลังใจในการแปลครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Destiny freedom กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ สงสัยคนเขียนจะลืมแอนนากับลีนไปละมั้ง

แสดงความคิดเห็น