วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 1001 หมอกซ่อน?


ตอนที่  1001  หมอกซ่อน?
วันต่อมา
เย่ว์หยางพานางเซียนหงส์ฟ้า ราชันย์ปีศาจใต้และหลิวเย่ผ่านท่าเรือตะวันออก
 
การเดินแยกจากไปของเขาทำให้เฒ่าเถี่ยเหมาซึ่งแต่เดิมก็สงสัยอยู่แล้ว ยิ่งสงสัยมากขึ้น  เขารู้สึกว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เขาแยกจากไปได้ยังไง?  นี่คือนักธุรกิจผู้มาทำธุรกิจในเมืองไป๋เหอหรือ?  อย่างไรก็ตามมีนักธุรกิจในโลกนี้ที่ทรงพลังอย่างมากได้ยังไง?
 “พวกเขามาทำธุรกิจอะไร?”  เฒ่าเถี่ยเหมาอดไปถามคนสอดแนมที่ตามสืบดูเย่ว์หยางมิได้
 “ธุรกิจอัญมณี พวกเขามีอัญมณีมานับไม่ถ้วน  ในเมืองไป๋เหอพวกเขาไปพบกับหอการค้าขนาดใหญ่มากกว่าสิบแห่งเพื่อขายอัญมณีที่งดงามหลากสีในราคาที่สูงกว่าโลกภายนอก 30%  อ่า..นอกจากขายอัญมณีหลากสีสันจากมาตุภูมิของพวกเขา พวกเขายังรับซื้อแร่หายากและสูงค่าเป็นพิเศษ เช่นแร่ดอกสายฟ้า แร่หยดเพลิงเป็นต้น  แต่ว่าให้ตายเถอะ เจ้าหนุ่มน้อยหน้าขาวสวมหน้ากากเงิน แม้ว่าหัวหน้าผู้คุ้มกันของเขาจะมีพลังที่ไม่สูง  แต่ดวงตาของเจ้าเด็กนั่นร้ายกาจมาก  เขาได้ค้นคว้าอัญมณีและแร่ต่างๆ มามาก  พ่อค้าเร่หลายรายยากจะแยกแยะระหว่างอัญมณีจริงและปลอม แต่เจ้าเด็กนั่นแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว”  ฝูโหย่วนำทางเขาไปยังหอการค้าในเมืองไป๋เหอมากมายหลายแห่ง  แม้ว่าจะแค่เพียงวันเดียว  แต่ก็ได้รับข้อมูลมาเป็นจำนวนมาก
 “เขาบอกไหมว่าจะไปที่ใดต่อ?”  เฒ่าเถี่ยเหมาลูบคางไตร่ครองชั่วขณะและถาม
 “ตารางเวลาของคนพวกนี้แทบไม่มีเป้าหมายชัดเจน คือบรรดาสาวๆ ของเขาอารมณ์เกรี้ยวกราด ข้าไม่กล้าสอบถามเป้าหมายที่ต่อไปของพวกเขา  แต่ข้าได้ยินมาจากพวกหอการค้าว่า พวกเขามาจากภูมิภาครกร้างที่แปด” เฒ่าเถี่ยเหมารับฟังรายงานอย่างละเอียด
 “ภูมิภาครกร้างที่แปด เป็นพื้นที่มีภูเขาสูงใหญ่กว้างไกลหลายสิบลูก เป็นแหล่งผลิตอัญมณีสีสันต่างๆ”  คนผู้เหมือนกอริลลาดูเหมือนจะมีความเข้าใจพื้นที่บางส่วนในภูมิภาครกร้างที่แปด
 “แต่ดูเหมือนจะไม่มียอดฝีมือสตรีที่มีชื่อเสียงที่นั่น!  มนุษย์กุ้งรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
 “อาจจะเป็นตระกูลเร้นลับก็ได้ แค่เหลือบมองก็รู้ว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงจะแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป!  บุรุษหัวโล้นผู้มีมือเหมือนปลาหมึกสรุป
 “เป็นไปได้ไหมว่านั่นคือจักรพรรดินีเทียนฟา นางเพิ่งจะออกจักรพรรดิโองการไปได้ไม่นาน?”  บางคนกระซิบขึ้น  เพราะข้อสงสัยนี้ไร้เหตุผลรองรับ  ในที่สุดเขารู้สึกขัดเขินและพูดเสียงอ่อยลง  จักรพรรดินีเทียนฟาตอนนี้อยู่ที่เมืองลู่หลิว ที่บึงหยุดลมรอพบกับราชาในเขตภูมิภาคสวนสวรรค์ เป็นไปไม่ได้ที่จะมายังเมืองไป๋เหอ
ประการแรก นางไม่มีเป้าหมายอยู่ที่นี่ นางจะมาทำอะไร?
ชื่อจักรพรรดินีเทียนฟาไม่เคยปรากฏในภูมิภาคสวนสวรรค์  นางต้องเป็นคนนอก คิดว่านางจะรู้เรื่องในภูมิภาคสวนสวรรค์สักเท่าใด?
คาดว่านางเป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่งที่ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ฝึกไว้อย่างลับๆ  เพราะจักรพรรดิเสิ่นกวง และจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วตายแล้ว  จักรพรรดิฟู่โฉวเนรเทศตนเองออกไปก่อนนั้น จากนั้นนางจึงเข้าควบคุมเขตนี้  สตรีนางหนึ่งแม้ว่านางจะแข็งแกร่ง แต่ถ้าไม่มีสุดยอดนักสู้ฝีมือดีหนุนหลังนาง  นางจะยึดภูมิภาคสวนสวรรค์ที่ใหญ่โตกว้างขวางขนาดนั้นได้อย่างไร
ถ้าไม่มีตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์หนุนอยู่ด้านหลังนางจะอยู่ในตำแหน่งจักรพรรดิแดนดินได้หรือ?
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคนของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์  นางจะกล้าหยิ่งผยองมากนักหรือ  ก่อนที่จะมีคนยอมรับ  จักรพรรดิแดนดินมีคำสั่งเรียกประชุมราชาทั่วภูมิภาคสวนสวรรค์?
ประการที่สองจักรพรรดินีเทียนฟาไม่มีเวลามายังเมืองไป๋เหอ
แม้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ราชาทั้งหมดจะยอมเชื่อฟัง  จะต้องมีราชาจำนวนมากมาชมดูความสนุก ยอมรับจักรพรรดิแดนดินคนใหม่ที่มีตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์หนุนหลัง  นางจะต้องอยู่ที่เมืองลู่หลิวเพื่อเป็นเจ้าภาพรับสถานการณ์ เมืองไป๋เหอไม่ได้อยู่ในใจกลางศูนย์กลางของอำนาจ  ต้องบอกว่าอยู่แนวหลัง เป็นแผ่นดินสันติภาพ  ทำไมจักรพรรดินีเทียนฟาจะต้องมายังเมืองไป๋เหออย่างไม่มีเหตุผล?  จุดที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเมืองไป๋เหอที่นี่เป็นสถานที่ที่คนในตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการตกเป็นที่สนใจ  ความลับของเมืองไป๋เหอจะถูกซ่อนอยู่ในหมอกลึกลับเสมอ และนางไม่ควรเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้หรือไม่ควรย่างเท้าเข้ามาที่นี่ ควรปล่อยให้ที่นี่เป็นดินแดนที่ถูกลืม
 “ผลของการคาดเดาไม่จำเป็นต้องถูกต้อง   แต่การกล้าคาดเดานั้นคุ้มค่า  บ่อยครั้งที่ความจริงเป็นเรื่องที่คาดคิดไม่ถึง  ถ้าทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ อย่างนั้นนับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่” ใบหน้าของเฒ่าเถี่ยเหมามีทั้งรอยย่นสลับกับรอยยิ้มมองดูไม่ต่างจากคนแก่ทั่วไป  เขาตบไหล่กระตุ้นคนอื่น  “แม้ว่าจะไม่ถูก แต่ต่อไปเจ้าต้องกล้าคิด  ใช้สมองอย่างยืดหยุ่นจึงจะหาคำตอบเจอ...”
หือ?
ระหว่างที่พูดคุยจู่ๆ มนุษย์กุ้งมังกรก็ร้องลั่น
เขายกแขนผอมๆ ชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะโกน   “กลับมาแล้ว เรือกลไฟที่เพิ่งจากไป กลับมาแล้ว!
เฒ่าเถี่ยเหมาหน้าบึ้ง
ในท่ามกลางหมอกจางที่ห่างไกลบนผิวน้ำทะเล เรือสินค้ารูปพระจันทร์เสี้ยวแหวกผ่านหมอกตรงมายังเมืองไป๋เหอเหมือนกับว่ามีสัตว์ประหลาดไล่หลังพวกเขา
หลังจากนั้นไม่นานเรือสินค้าของหญิงสาวที่ขายอัญมณีหลากสีสัน และเรือสินค้ามากกว่าสิบลำแล่นตามหลังด้วยความเต็มที่ จนกระทั่งถึงเมืองไป๋เหอ  เฒ่าเถี่ยเหมาเห็นเช่นนี้ ตอนแรกเขาขมวดคิ้ว จากนั้นค่อยผ่อนคลายมากขึ้นเล็กน้อย  เขารีบพากลุ่มของเขาเหาะขึ้นไปรับหน้าพลางตะโกนเสียงดัง  “พวกท่านปลอดภัยแล้ว  โปรดอย่าตื่นเต้น  ยินดีต้อนรับสู่เมืองไป๋เหอ  พวกท่านปลอดภัยแล้ว.... เกิดอะไรขึ้นข้างหน้า?  มีเรือโจรสลัดหรืออสูรทะเล?”
เจ้ากบอ้วนยืนคำนับ  แต่สีหน้าของเขาดูย่ำแย่
เหมือนไม่อยากจะตอบ
เหล่าพ่อค้าเรือยาวแคบแล่นมาเทียบท่าโดยตรง และเฒ่าเถี่ยเหมามองเห็น รวมทั้งสตรีสองพี่น้องลึกลับที่คาดกันว่าน่าจะมาจากตระกูลสูงส่งใบหน้าคลุมด้วยผ้าคลุมที่มองทะลุผ่านได้นับว่าไม่ธรรมดา  ยกเว้นพวกสตรีอีกคนหนึ่งและผู้คุ้มกันทั้งหมดมีสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย  ดูเหมือนว่าจะเผชิญกับสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถสู้ได้
คำตอบนี้ได้รับการเฉลยโดยซือตงพ่อค้าทาสที่หนีกลับมาได้
ซือตงมีรูปลักษณ์ที่ประหลาดแขนขาสั้น แต่ท้องมีขนาดใหญ่กว่าสตรีมีครรภ์  ใบหน้าของเขาดูทรงพลังพอๆ กับราชาที่มีอำนาจ โดยเฉพาะหนวดของเขาโค้งงอ  หากมองหน้าจะรู้สึกว่าบุคคลผู้นี้ไม่ธรรมดา  แต่น่าเสียดายที่ความสูงเป็นโศกนาฏกรรมของเขา  ถ้าเป็นธรรมดาหน้าตาเขาอาจจะดูดี  แต่พอเป็นเช่นนี้ทำให้เขาดูตลกมาก
 “ไอ้หมอกซ่อนบ้าบอนี่  หมอกซ่อนที่ไม่เคยปรากฏนอกเมืองไป๋เหอ  แต่ตอนนี้ช่องปลอดภัยสุดท้ายหายไปแล้ว”
เจ้ากลุ่มค้าทาสสบถด่าลั่น
เขาได้ทำการนัดหมายกับหอการค้าใหญ่หลายแห่งในเมืองไป๋เหอใช้เรือความเร็วสูงสุดบรรทุกทาสหมื่นคน
ตอนนี้เพราะหมอกซ่อนที่น่ากลัวกลืนกินทุกอย่าง  เขาจะต้องกลับไปยังเมืองไป๋เหอในอีกวันหรือสองวันให้ได้  ดวงตาของเฒ่าเถี่ยเหมามีแววลึกซึ้ง
ไม่ได้ฉายแววประหลาดใจออกมา
บุรุษมนุษย์กุ้ง คนหัวโล้นแขนปลาหมึกและมนุษย์กอริลลา หลังจากได้ยินคำว่าหมอกซ่อนแล้วพายิ้มด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง  แต่พวกเขาไม่ได้คัดค้านแก้ไขให้ถูกต้อง  หัวหน้าค้าทาสใหญ่ซือตงระบายความโกรธที่อัดแน่นในอก  ในที่สุดเฒ่าเถี่ยเหมายิ้มและตอบอย่างใจเย็น  “ท่านซือตง ท่านแน่ใจนะว่านั่นเป็นหมอกซ่อน?  ท่านรู้ไหม เราไม่เคยเห็นหมอกซ่อนเข้ามาใกล้เมืองไป๋เหอเลย ที่นี่ปลอดภัยราวกับสรวงสวรรค์”
 “เจ้าคิดว่าข้าโกหกหรือ?  ทำไปแล้วมีอะไรดีสำหรับข้าเล่า? ข้าไม่เคยเจอหมอกซ่อนมาเหมือนกัน เจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องจ่ายเงินไปมากเท่าใดในหลายวันมานี้?  โธ่เว้ย  ข้าใช้เรือขนส่งทาสหมื่นคนอย่างรวดเร็วที่สุด  ทุกๆ วันข้าทำรายได้ให้ถึง 5%  รู้ไหมว่าเป็นรายได้เท่าใด  นั่นจำนวนเงินมากที่สุดที่เจ้าไม่สามารถหาได้เลยตลอดชีวิต มันเป็นเพราะหมอกซ่อนทำให้ข้าต้องอยู่ในที่แบบนี้  นี่พวกเจ้าคิดว่าข้ากลัวมันหรือ  ไม่ว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม  ที่ผิวทะเลห่างจากที่นี่ไม่ถึงสองหมื่นเมตร ข้าเห็นเรือสองลำแล่นเข้าไปในหลุมดำ และถูกหมอกซ่อนกลืนกินทันที ไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้เห็น  ไม่ว่าจะเป็นชาวเรือหรือนักเดินทางทุกอย่างหายไปหมด เจ้ากล้าบอกว่าหมอกซ่อนไม่มีอะไรหรือเปล่า?”  ซือตงยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหและตะโกนใส่เฒ่าเถี่ยเหมา
 “ท่านซือตง  เราจะส่งคนออกไปค้นหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะหาได้เพื่อให้สัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัย  โปรดอย่างกังวล”  เฒ่าเถี่ยเหมายิ้มถ่อมตน
 “ต่อให้เจ้าบอกข้าว่าหมอกซ่อนสงบลง ข้าคงไม่กล้าไป  ใครจะรู้เล่าหมอกซ่อนเป็นสิ่งที่เอาแน่นอนไม่ได้  แม้ว่าข้าผู้นี้จะชอบเงินเป็นที่สุด  แต่คำพูดของพวกบ้านนอกอย่างพวกเจ้าไม่กี่คำจะให้ข้าเอาชีวิตมาเสี่ยง นั่นเป็นไปไม่ได้!  ซือตงไปทันที
เฒ่าเถี่ยวเหมาไตร่ตรอง
เขาเงียบอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
มนุษย์กุ้งกระซิบ  “นั่นไม่ใช่หมอกซ่อนแน่  นั่นต้องเป็นผลอะไรสักอย่าง...”
นอกจากบุรุษหัวโล้นแขนปลาหมึกและมนุษย์กอริลลา พวกเขาทำงานกันหนัก พวกเขาพยักหน้าพร้อมกัน ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกว่ามีความสุข เหมือนกับว่าเป็นวันที่ดี
ผู้เฒ่าเถี่ยเหมาถลึงตา  “หุบปาก  เจ้าไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่น  นี่เป็นความลับสุดยอด  อย่างไรก็ตาม หากผลบังคับที่มีประสิทธิภาพจริง ก็ต้องเพิ่มการปกป้องความลับนี้  เราต้องรายงานให้ทันเวลาเพื่อที่หลีกเลี่ยงการสูญเสียโดยไม่จำเป็น  พวกเจ้าอยู่ที่นี่คอยเตือนพวกเดินเรือทุกคน  จำเอาไว้อย่าพูดคำเหล่านั้นออกมาอย่างเด็ดขาด!
ฝูโหย่วกล่าว  “แล้วข้าจะทำยังไงต่อ  สองสาวพี่น้องกลับมา  พวกนางสังเกตว่าข้าอยู่ในกลุ่มของพวกท่าน  พวกนางอาจสงสัยได้”
 “รอบนี้เจ้าไม่ต้องไปอีกแล้ว  ไปตามฝูผิงน้องสาวของเจ้ามาเป็นมัคคุเทศก์ให้พวกเขา  พวกนางเป็นสตรีด้วยกันน่าจะระมัดระวังตัวน้อยลง   หากพวกเขาไม่ได้มาเพื่อสิ่งนั้น เราไม่ต้องไปกระตุ้นความสนใจของพวกเขา  ในอีกวันหรือสองวัน ข้าจะหาคนไปคุยกับพวกเขา เพื่อพูดคุยธุรกิจเพิ่มเติมกับพวกเขา พวกเขาชอบทำเหมืองดอกสายฟ้า  เราจะรวบรวมแร่ดอกสายฟ้าไปขาย เพื่อไม่ให้พวกเขามีความสนใจมากเกินไป”  ในที่สุดเฒ่าเถี่ยเหมา ก็ยังไม่ลืมย้ำ  “ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาต้องรายงานข้าตลอด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีผู้แข็งแกร่งที่สุด  อย่ามองข้ามนางเด็ดขาด”
 “แล้วเจ้าหนุ่มหน้าขาวนั่นเล่า? ไปอยู่ไปที่ไหน?”  คนแขนเหมือนปลาหมึกถามอย่างระมัดระวัง
 “ถ้าเขาเป็นพวกเจ้าสำราญ ก็ให้ส่งหญิงงามคนหนึ่งไปให้เขา!  ไม่ว่าจะเป็นสาวงามหรือทรัพย์สินเงินทอง ตราบใดที่เขายินดีจะรับสินน้ำใจไว้  เราจะพยายามเอาใจเขาให้มากที่สุด”  เฒ่าเถี่ยเหมาสั่งเสร็จ  ลักษณะคนเจ้าปัญญาเดิมหายไปทันที กลับกลายเป็นบุคลิกเฒ่าขี้เมาช่างฝันผู้ใช้แรงงานเข้ามาแทนที่
เขากรอกเหล้าเข้าปาก และไปที่ท่าเรือตะวันออก
ท่าทีเหมือนคนเมานี้
เขาเดินอย่างนี้มาหลายร้อยปีแล้ว

4 ความคิดเห็น:

ulomzx กล่าวว่า...

สตรีต้องสวยที่สุดนะเจ้าเย่ว์หยางถึงจะยอมรับได้

manit กล่าวว่า...

ใจจ้า

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น