วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 999 กวาดวายร้าย?


ตอนที่ 999  กวาดวายร้าย?
เมืองลู่หลิว
วันนี้วังหลวงมีการเปลี่ยนมือเจ้าของ
 
เดี๋ยวนี้ไม่ได้เรียกว่าอาณาจักรจื่อฟงอีกต่อไป  แต่เรียกกันว่าอาณาจักรเว่ยฟง ราชาแห่งอาณาจักรเว่ยฟงคือราชินีผู้งดงาม  นี่เป็นข่าวแรกที่พลเมืองผู้อยู่อาศัยในเมืองลู่หลิวได้รับรู้  ในภูมิภาคสวนสวรรค์ไม่มีอะไรประหลาดเกี่ยวกับการเปลี่ยนเจ้าเมือง เจ้าแคว้น หรือราชาของอาณาจักร  ที่สำคัญตราบใดที่ยังมีการสู้รบอย่างดุเดือด จะมีโอกาสเปลี่ยนคนได้  แม้ว่าราชาจื่อฟงจะปกครองมาเป็นเวลานาน  แต่ทุกคนรู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึง  พวกเขาเตรียมตัวเตรียมใจไว้นานแล้ว  พูดให้ถูกก็คือมีเจ้านายคนใหม่เข้ามาอยู่ในวังเมืองลู่หลิว  นี่เป็นเรื่องที่ดี  เพราะราชาใหม่เพิ่งมาถึง เขากำหนดนโยบายที่เอื้อเฟื้อมากมายเช่นการลดภาษี  เพื่อเรียกความนิยมโดยเร็วที่สุด
แต่เมื่อพลเมืองชาวเมืองลู่หลิวได้ยินข่าวที่สอง  พวกเขาตกใจอย่างสิ้นเชิง
เพราะข่าวที่สองมีการกล่าวกันว่าจักรพรรดิเสิ่นกวง จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วตายแล้ว  ส่วนจักรพรรดิฟู่โฉวเนรเทศตนเองออกจากภูมิภาค  บัดนี้จักรพรรดินีเทียนฟาไม่มีใครไม่รู้จักอีกต่อไป
ความสับสนของภูมิภาคสวนสวรรค์ก็คือนักสู้ผู้มีคุณสมบัติพอเป็นจักรพรรดิมีมากเกินไป  ดังนั้นพวกเขาจึงต้องต่อสู้เอาชนะกันและกันให้ได้
ดังนั้น นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
แต่ไม่ว่าจะวุ่นวายเพียงใด  ทุกคนไม่มีทางนึกภาพออก  ภูมิภาคสวนสวรรค์มีจักรพรรดิแดนดินถึงสามคน  แต่ในช่วงเวลาไม่กี่วัน จักรพรรดิแดนดินตายไปสอง  อีกคนหนึ่งจากไป สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือภูมิภาคสวนสวรรค์เกิดจักรพรรดินีเทียนฟาขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว  จักรพรรดิแดนดินอยู่ที่ไหน? นอกจากนี้ ใครคือจักรพรรดินีเทียนฟา?
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกลับ
ไม่มีใครสามารถชี้แจงได้
แม้แต่หัวหน้าสมาคมทหารรับจ้างสาขาเมืองลู่หลิวในแดนสวรรค์ก็รู้ข้อมูลภายในเพียงเล็กน้อยว่า จักรพรรดินีเทียนฟาอาศัยอยู่ในวังหลวงในเมืองลู่หลิว นางกับราชินีเว่ยฟงที่เพิ่งมาถึงเป็นพี่น้องกัน
 “ภูมิภาคสวนสวรรค์กำลังจะวุ่นวายอีกครั้ง”  หัวหน้าสมาคมทหารรับจ้างสาขาถอนหายใจ
วันนี้หัวหน้าพ่อบ้านเย่มิทราบต้องต้อนรับอาคันตุกะมากมายเท่าใด  เขารู้สึกว่าต่อให้เขามีสามเศียรหกกรก็ไม่สามารถเผ่นหนีหายไปได้
หลายเรื่องในภายนอกวุ่นวาย และจะต้องดำเนินการทันที
ปรากฏว่าภรรยาและนางสนมของราชาจื่อฟงหลายสิบนางไม่อาจอยู่ในวังหลวงได้อีกต่อไป พวกนางจะต้องได้รับการจัดสรรที่อยู่ใหม่ทันที  เรื่องเหล่านี้สำหรับองครักษ์ผู้ภักดีราชาจื่อถือว่าเป็นปัญหาที่คลี่คลายยากเช่นกัน  โชคดีที่ทุกคนยอมรับได้กับการตายของราชาจื่อฟง  มิฉะนั้นจะถูกกวาดล้างกำจัดจากราชาใหม่และคงมีการนองเลือดกันอีก  เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเจ้านายใหม่ งานอดิเรกของนางจะแตกต่างจากราชาจื่อฟง หากนางชอบเมืองลู่หลิวและอาณาจักรเว่ยฟงเล่า?  หัวหน้าพ่อบ้านเย่คิดว่านี่เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง
เย่ว์หยางไม่สนใจการจัดการปกครองประเทศ  เขาเป็นคนที่มีหญิงงามคอยเอาใจใส่อยู่แล้ว
คนอื่นๆ มีวิถีชีวิตเป็นของตนเอง และพอใจอยู่แค่จัดการตัวเองเท่านั้น
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คัดค้านนางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้ยืนยันจะแบ่งเบาภาระให้เขา
 “ภูมิภาคสวนสวรรค์ตราบเท่าที่พวกท่านไม่สู้รบกัน ภาพเช่นนั้นก็นับว่าไม่เลว  และยังมีพื้นที่ลับอยู่อีกหลายที่ซึ่งควรแก่การสำรวจ เช่นทวีปลอยอยู่ใต้เมืองไป๋เหอ  ไม่ใช่มีแค่เพียงตำหนักน้ำ นอกเหนือจากความลับใต้น้ำแล้วยังมีทะเลหมอกลึกลับและคลื่นหมอกที่กลืนกินสรรพสิ่ง” นางเซียนหงส์ฟ้านอนอยู่ในอ้อมกอดเย่ว์หยางขณะสำรวจแผนที่อย่างเฉื่อยชา ขณะที่นางเพลิดเพลินกับองุ่นหยกม่วงแช่เย็นที่นางพญาซัคคิวบัสจัดให้นางอย่างสวยงาม  แต่นางพบว่าเย่ว์หยางกำลังศึกษาอักขระรูนโบราณ  นางหันกลับมาหาเขาและคาบองุ่นป้อนเขาปากต่อปากทันที
 “ที่จริงแล้ว การเป็นราชานั้นง่ายมาก ขอเพียงประชาชนมีใช้มีกินได้ก็พอ”  ราชันย์ปีศาจใต้นั่งอยู่ข้างๆ  แต่นางไม่กล้าเลียนแบบนางเซียนหงส์ฟ้า  อย่างน้อยก็ไม่กล้าสนิทสนมกับเขาต่อหน้าทุกคน
 “ปัญหาก็คือเรามีอาหารไม่มาก”  พ่อบ้านเย่และหัวหน้าจินฟันทองนั่งอยู่ข้างล่าง พวกเขาไม่กล้าเงยหน้า
สำหรับนโยบายใหม่ที่เสนอโดยราชันย์ปีศาจใต้ให้พลเรือนทั่วไปได้รับยกเว้นภาษี และให้จ่ายค่าแรงทาส ทหารได้มีวันหยุดพัก แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่านี่เป็นนโยบายที่ไร้ค่า ยังไม่ใช่ทางออก  แต่ในฐานะประชาชน  พวกเขาไม่กล้าเกลี้ยกล่อมโน้มน้าว พวกเขาได้แต่พูดอ้อมว่าไม่เพียงแต่อาณาจักรเว่ยฟงเท่านั้น แม้แต่เมืองลู่หลิวก็ยังไม่สามารถใช้นโยบายนี้ได้
คนธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี และพวกทาสได้รับค่าจ้างนั่นเป็นเรื่องดี
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีทหารติดอาวุธไว้ต่อสู้คุ้มกัน ทันทีที่พวกเขากลับบ้านในช่วงพักร้อน จะมีพวกบ้าเลือดกระหายสงครามรวมตัวกันปล้นสะดม  จากนั้นเมื่อสงครายแผ่ขยายออกไป ไม่เพียงแต่กระจายออกไปแนวหน้าเท่านั้น  แม้แต่แนวหลังของอาณาจักรเว่ยฟงก็จะถูกไฟสงครามลามใส่ไปด้วย
นอกจากนี้ ภูมิภาคสวนสวรรค์มีการเข่นฆ่ากันและกันมานานหลายพันปีแล้ว  ความเกลียดชังระหว่างเมืองต่อเมือง  ประเทศต่อประเทศ เผ่าพันธุ์ต่อเผ่าพันธุ์และอื่นๆ  จะคลี่คลายกันได้อย่างไร  แม้ว่าจักรพรรดิแดนดินผู้ทรงอำนาจจะออกคำสั่ง ก็เกรงว่าต้องใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปีกว่าสงครามจะค่อยๆ สงบลง
 “เมล็ดพันธุ์เรามีอยู่มากมายอยู่แล้ว”  ราชันย์ปีศาจใต้โบกมืออย่างไม่แยแส
หอทงเทียนในยุคปัจจุบันนี้นับเป็นยุครุ่งเรือง การสู้รบระหว่างหัวหน้าชาติพันธุ์ต่างๆสงบลงอย่างเห็นได้ชัด  แม้แต่เผ่าปีศาจแดนนรกซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอาณาเขตกว้างไกลก็ยังหยุดโจมตีรุกราน  ดังนั้นจึงมีอาหารและเสบียงมากมายที่แต่เดิมใช้สำรองไว้ในยามสงคราม  ถ้าบอกว่าวัตถุดิบในหอทงเทียนไม่เพียงพอ อย่างนั้นรอบๆ แคว้นมรกตซึ่งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของแดนสวรรค์ใต้ ได้กลายเป็นดินแดนทำการพาณิชย์เพราะการมาถึงของเย่ว์หยาง  ราชาใจสิงห์และราชาในอาณาจักรใกล้เคียงแคว้นมรกตต่างควบคุมกองกำลังของตนไม่มีความคิดตั้งตัวเป็นศัตรูกับกองกำลังที่หนุนหลังเมืองอู๋เย่
ตอนนี้ไม่มีกระแสวัตถุสินค้าผ่านเมืองอู๋เย่ หากไม่มีแนวทางจัดการที่ดี เชื่อได้ว่าความรุ่งเรืองจะลดลง ความสนใจจะลดลงกลายเป็นสถานที่ซึ่งมีการค้าซบเซา
ภูมิภาคสวนสวรรค์มีความต้องการอาหารและเสบียงอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นจุดระบายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด
ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความยากลำบากของชาวภูมิภาคสวนสวรรค์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของหอทงเทียนและแคว้นมรกตดำเนินการพัฒนาก้าวหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์
ถ้าเย่ว์หยางขยันทำงานให้หนักมากขึ้น
ด้วยการใช้เข็มทิศสามภพหลายครั้งหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่อาณาจักรเว่ยฟง หอทงเทียนและแคว้นมรกต ทั้งสามเขตดินแดนจะได้รับประโยชน์มากมาย ผู้นำของหอทงเทียนและแคว้นมรกตทั้งสองฝ่ายจะต้องเตรียมพร้อมให้ดี  ตราบใดที่เย่ว์หยางคุณชายไตตันพยักหน้า  อย่างนั้นเรือสินค้าบรรทุกเมล็ดพันธุ์พืชสามารถบรรจุเข้าในแหวนเก็บสมบัติแล้วเดินทางโดยใช้เข็มทิศสามภาพ ขนส่งมายังอาณาจักรเว่ยฟง
ภูมิภาคสวนสวรรค์เริ่มสงบจากสงคราม  และพ่อค้าในดินแดนภูมิภาคใกล้เคียงเริ่มได้ทราบข่าว
ดังนั้นนางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้จึงไม่เคยกังวลว่าภูมิภาคสวนสวรรค์จะพบกับวันที่ไม่ดี  การได้เลื่อนตำแหน่งโดยอาณาจักรเว่ยฟง ถ้าใครไม่ยอมรับคำสั่ง ย่อมมีวิธีจัดการง่ายมาก นักรบจากหอทงเทียนจะเข่นฆ่าตลอดทางโดยไม่สนใจว่าเป็นฝ่ายจักรพรรดิเสิ่นกวง จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและจักรพรรดิฟู่โฉว ไม่มีการสร้างความลำบากใจจากเจ้าตำหนักน้ำคนใหม่ชางหลงและจ้าวสุริยา  ใครจะกล้าเป็นปฏิปักษ์ต่อนักรบหอทงเทียนที่นำโดยมารสัมฤทธิ์ฟ้า จักรพรรดิมังกรและพวกเล่า?
 “อย่างนั้น ข้าคงต้องทำงานหนักสักระยะ”  เย่ว์หยางมองนางเซียนหงส์ฟ้า  พวกเขาตัดสินใจลงไปยังหอทงเทียน  และผู้อาวุโสของเขาเช่นแม่สี่ จุนอู๋โหย่ว อาจารย์จิ้งจอกและผู้เฒ่าเย่ว์ไห่เห็นด้วย  เขาคงต้องพักภารกิจหลักไว้ชั่วคราว
มารสัมฤทธิ์ฟ้า จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิใต้พิภพและนักสู้คนอื่นไม่ได้กลับมาด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การนำของเย่ว์หยาง เหล่านักรบฝีมือดีจากหอทงเทียนอาทิเช่น สมาชิกวังมาร จ้าวปีศาจ แม่ทัพปีศาจ เผ่าภูตบูรพา เผ่าใต้พิภพและนักรบฝีมือดีจากหอทงเทียนล้วนเดินทางมายังเมืองลู่หลิว พวกเขานำเสบียงมายังเมืองลู่หลิวและหาโอกาสแสวงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ที่เมืองลู่หลิว อาณาจักรเว่ยฟง ภูมิภาคสวนสวรรค์เป็นฐานประจำการถาวรในแดนสวรรค์ตะวันตกอย่างถาวร  พวกเขาสามารถฝึกฝนฝีมือแสวงหาความก้าวหน้าอย่างค่อนข้างปลอดภัย
เพราะมีการค้าขายในวงกว้าง หอทงเทียนจึงได้รับทรัพยากรที่หอทงเทียนหาไม่ได้
สำหรับเผ่าพันธุ์ต่างๆ จะใช้ทรัพยากรเหล่านี้ยังไง นั่นไม่ใช่เรื่องที่เย่ว์หยางต้องไปจัดการ
ทางฝ่ายแคว้นมรกต ก็มีเสบียงอาหารนับไม่ถ้วน
ด้วยการทุ่มตลาดในภูมิภาคสวนสวรรค์อย่างไม่อั้น ทำให้ผู้เข้าร่วมค้าขายฝ่ายแคว้นมรกตถึงกับตาโต พวกเขาไม่เคยเห็นการค้าที่ต้องการทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมมากน้อยเพียงไหนก็ตาม.... หลังจากนั้นสองสามวันแคว้นมรกตกลายเป็นเหมือนขุมทองทางธุรกิจของแดนสวรรค์ใต้ ภายใต้คำกล่าวที่ว่าสำหรับที่นี่หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด
แม้แต่ราชาใจสิงห์สุดยอดฝีมือก็เข้ามาขอพบเย่ว์หยางเพื่อขอมีส่วนร่วมมือด้วย
 “ข้ากำลังยุ่งมาก  ความร่วมมือนั้นทำได้  แต่ข้าไม่สามารถทำได้ทุกวัน!  เย่ว์หยางไม่สนใจเรื่องหาเงินเท่าใดนัก
เหตุผลก็คือเขาร่ำรวยมหาศาลอยู่แล้ว
เงินทองไม่มีความหมายสำหรับเขา
หากไม่ใช่เพราะมีเงิน เขาสามารถแลกเปลี่ยนของวิเศษ หินผลึก ดอกไม้ใบหญ้าสมุนไพรวิเศษที่ดีต่อใจของเขา  เขาก็คงคร้านจะวิ่งไปมาที่หอทงเทียนและแคว้นมรกตวันละหลายๆ ครั้ง  เขาคงไม่ต้องลำบากรับขนส่งสินค้าที่ทุกคนจัดเก็บในแหวนเก็บของ และทุกฝ่ายยินดีจะแบ่งปันผลประโยชน์ให้เย่ว์หยางครึ่งหนึ่ง  นอกจากเย่ว์หยางแล้ว ไม่มีใครมีความสามารถเดินทางจากแดนสวรรค์ใต้มาถึงแดนสวรรค์ตะวันตกในพริบตา  แน่นอนว่าประตูเทเลพอร์ตไม่ใช่ว่าจะไม่มี  แต่ค่าธรรมเนียมใช้เส้นทางก็เสียไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทั้งต้องใช้เวลาเดินทางถึงครึ่งปี  และถ้าพบเจอการปล้นชิง อาจต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันบ้าง
ด้วยความสะดวกสบายนี้ ใครจะยอมไปเป็นพ่อค้าเดินทางผู้โชคร้ายกันเล่า!
เปากู่แห่งเมืองอู๋เย่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของคุณชายไตตัน มีสถานะทุกวันนี้ได้ ใครเล่าไม่รู้ว่าเขามีแคว้นมรกตหนุนหลัง?
สำหรับหอทงเทียนไม่ต้องพูดถึง  พ่อค้าของหอทงเทียนอาจไม่รู้จักพ่อแม่ตนเองได้  แต่พวกเขาต้องรู้จักคุณชายสามตระกูลเย่ว์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของราชาทุกชาติพันธุ์ในอีกนามหนึ่งว่าจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่.. อยากรุ่งไหม?
คิดไปเปิดหูเปิดตาในแดนสวรรค์?  ต้องการให้นักรบชั้นสูงและอัจฉริยะของตระกูลมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าอย่างดีที่สุดไหม?
ไปเลย  คุณชายสามตระกูลเย่ว์หยางกำลังรอท่านอยู่ที่แดนสวรรค์  ตราบเท่าที่พวกเจ้าไปหาเขา เจ้าอาจกลายเป็นเสวี่ยทันหลางคนที่สอง มีโอกาสเป็นเย่คงคนที่สอง ไห่ต้าฟู่คนที่สอง...
พวกเจ้ายังจะรออะไรอยู่อีก?
สมาคมนักรบ สมาคมขโมย(สายลับ-นักสืบ) และสมาคมทหารรับจ้างแห่งหอทงเทียนต่างก็ใช้คำโปรยเชิญชวนเช่นนี้
ดังนั้นภายใต้การนำของเย่ว์หยางในช่วงสองสามวันมานี้ เมืองลู่หลิวมีพวกฝีมือดีและผู้แทนการค้าจากหอทงเทียนหลายพันเดินทางเข้ามา ทำให้เมืองลู่หลิวที่ไร้ชีวิตชีวา กลับมามีชีวิตชีวาและเจริญรุ่งเรืองจนชาวท้องถิ่นอย่างพ่อบ้านเย่และหัวหน้าจินฟันทองต้องตะลึง
ราชันย์ปีศาจใต้ไม่จำเป็นต้องปกครองอะไรมากเลย นางแทบไม่ต้องทำอะไร
ผู้มีพรสวรรค์จากทุกชาติพันธุ์ในหอทงเทียนจัดการให้ทั้งหมด
สิ่งเดียวที่นางต้องทำคือไปเป็นเพื่อนเย่ว์หยางวันละสามครั้งเพื่อศึกษาหนังสือโบราณและแผนที่ขุมทรัพย์ที่เขียนไว้ในหนังสัตว์โบราณ
นางเซียนหงส์ฟ้า?
สาวมารกฎฟ้าได้ออกจักรพรรดิโองการของจักรพรรดิแดนดินเป็นครั้งแรก นางสั่งให้ราชาทั่วทั้งภูมิภาคหมื่นกว่าคน และผู้นำเผ่าพันธุ์ในภูมิภาคสวนสวรรค์ของจักรพรรดิเดิมทั้งสามกลุ่มจะต้องมารายงานตัวกับจักรพรรดิแดนดินคนใหม่ภายในหนึ่งเดือนให้ได้
มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นกบฏและต้องถูกปราบปรามทั้งหมด
 “ข้าต้องอยู่ที่นี่อีกเดือนหนึ่ง เบื่อมากจริงๆ!  เย่ว์หยางส่งจดหมายไปหาหมิงลี่ฮ่าว ต่อว่าที่เขาแล้งน้ำใจ
 “งั้นเราไปสำรวจตำหนักน้ำที่จมอยู่ภายใต้เมืองไป๋เหอกันดีกว่า?  บางทีอาจมีสมบัติเทพเหลืออยู่ที่นั่น!  ราชันย์ปีศาจใต้นึกสงสารเย่ว์หยาง  ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการต้องรับภาระเป็นแรงงานหาเงินหาสินค้าสร้างรายได้นานถึงหนึ่งเดือน  ดังนั้นนางจึงเสนอให้ไปสำรวจตำหนักน้ำตามตำนานเพื่อเลือกหาดูของวิเศษเป็นการปลอบโยนหัวใจที่บอบช้ำของเย่ว์หยาง
 “เจ้าควรจะพาหลิวเย่ไปด้วย นางมีกวางทะลุมิติ นั่นจะช่วยเหลือเจ้าได้มาก”  นางเซียนหงส์ฟ้ารู้สึกว่าการล่าสมบัติเป็นแผนที่ไม่เลว
 “สำรวจตำหนักน้ำ?”  เย่ว์หยางคันหัวใจทันที
ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ว่าบางทีขุมทรัพย์ที่เขียนไว้ในหนังสัตว์ในทวีปลอย ถ้าเขาได้สำรวจตำหนักน้ำ  บางทีอาจพบเจอขุมทรัพย์โบราณก็ได้
นอกจากนี้มีทะเลหมอกลึกลับในตำนาน ซึ่งจะต้องเข้าใจให้ชัด
นั่นจะเป็นพลังเทพมรดกตกทอดเหมือนอย่างที่เทพมังกรตกทอดให้สาวมังกรเจี้ยงอิงหรือไม่? หรืออาจเป็นพลังกฎสวรรค์อย่างอื่น?

8 ความคิดเห็น:

ïиƒïиï†ч гє†гч กล่าวว่า...

ได้เวลาหาของอัพเกรดตัวเองและพวกพ้องอีกแล้ว

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

เดือนดับ กล่าวว่า...

จักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ ก็แค่คนรับ-ส่งของ

TarCom กล่าวว่า...

นึกถึงตอนแรกที่เย่ว์หยามาถึงแดนสวรรค์แรกๆ และพาอี้หนานมาฮันนีมูนก่อนแต่ง ตอนนั้นนี่ไม่มีตังเลย ต้องเอาของไปแลกแถมแลกไม่คุ้มด้วย ตอนนี้มีเยอะขนาดเลิกนับไปแล้ว

manit กล่าวว่า...

ใจจ้า

krisda กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น