วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 1031 คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ โลกก็เป็นของเรา


ตอนที่  1031  คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ โลกก็เป็นของเรา
เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขามีช่วงเวลาฝันที่เนิ่นนาน
 
ในฝันมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น  เขาเห็นผู้คนมากมาย สิ่งมีชีวิตบางอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน  สิ่งมีชีวิตบางอย่างซึ่งไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่ รายล้อมอยู่รอบตัวเขา  โลกแห่งความฝันนี้เป็นโลกที่น่าทึ่งเหลือเชื่อ  แม้จะเอาภาษาทั้งโลกมาอธิบาย ก็ไม่สามารถทำได้
ในโลกแห่งความฝัน เขารู้สึกว่าเขาอยู่ข้างๆ เด็กหญิงสองคน
พวกเธอยังเด็กและซุกซน
พากันกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างสตรีสูงศักดิ์ ที่ไม่ต้องการจะหยุดการละเล่นสนุกของเธอ
มีหญิงสาวที่ดูคล้ายหญิงสาวสูงศักดิ์ยืนอยู่ข้างนางอย่างเงียบๆ นางไม่พูดอะไร ไม่ว่าหญิงสาวสูงศักดิ์เดินไปทางไหน นางจะติดตามเหมือนเงาตามตัว หากนางมองกลับมาทางเขา นางจะยิ้มให้เขาโดยไม่พูด 
มีคนหลายคนในโลกแห่งความฝัน  คนเหล่านี้คล้ายคุ้นเคย คล้ายไม่คุ้นเคย แต่ไม่สามารถระบุเรียกชื่อได้
คนเหล่านี้ทั้งบุรุษและสตรีเดินเคียงข้างกันโดยไม่หยุด  พวกเขาไม่สนใจคำถามคำทักทายของเย่ว์หยาง และเมื่อเผชิญหน้าพวกเขา พวกเขาก็ผ่านไปโดยไร้รอยยิ้ม โดยไม่หยุดพูดคุยจากนั้นจางหายไปด้านหลังเขา  สิ่งมีชีวิตหายากมากมายที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเดินวนเวียนรอบๆ เย่ว์หยาง บ้างก็บินอยู่เหนือศีรษะเขา บ้างก็ไล่กวดกัน  สิ่งมีชีวิตในฝันนั้นส่วนใหญ่เชื่องและเป็นมิตร ตัวที่เชื่องและมีเมตตาจะยิ่งแข็งแกร่งสวยงาม 
น้อยนักที่แข็งแกร่งแล้วจะดุร้าย
แต่ทันทีที่เกิดการต่อสู้ขึ้นก็จะถูกเนรเทศออกสถานที่ที่ไม่รู้จักนี้
โลกในความฝันนี้ดูเหมือนเป็นโลกที่มีรายละเอียด ไม่อนุญาตให้ใช้กำลังกันอย่างง่ายดายตามอำเภอใจ
 “นั่นคืออัญมณีสร้างโลกของข้าไม่ใช่หรือ?”  ในโลกแห่งความฝัน เย่ว์หยางพบโดยบังเอิญว่าอัญมณีสร้างโลกที่อยู่ข้างหน้าเขาแตกกลางอากาศและดูดซับพลังงานอย่างต่อเนื่อง  เมื่อเย่ว์หยางก้าวเข้าไปอยู่ในมิติว่างที่แตกสลาย เขาต้องรู้สึกประหลาดใจกับความใหญ่โตของมัน  มิติว่างที่แตกสลายใหญ่โตเกินจินตนาการมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสรู้ด้วยจิตวิญญาณ
เขารู้สึกว่ามิติว่างที่แตกสลายนี้ถ้าถือว่าทวีปมังกรทะยานเป็นจุดๆ หนึ่ง อย่างนั้นสามารถใส่จุดลงไปได้นับสิบล้านหรือร้อยล้านจุด
เขาเข้าไปในมิติว่างที่แตกสลาย
เย่ว์หยางยิ่งพบความน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า  นอกจากมิติว่างแตกสลายแล้ว  มีจุดอยู่ทุกที่ในโลกแห่งความฝัน แต่ขนาดแตกต่างออกไป  มีทั้งที่ใหญ่กว่าและเล็กกว่ามิติว่างที่แตกกระจาย  หากดูจุดที่นับไม่ถ้วนเหล่านี้จากระยะไกล จุดเหล่านั้นจะกระจุกรวมตัวเป็นบอลแสง สามารถยืดขยายได้ เมื่อขยายไปถึงขีดจำกัด  แสงทรงกลมเหล่านี้จะถูกรวมเข้าเป็นทะเลแสง ขยายออกไปไม่มีที่สุด
ไม่มีทางอื่น ยกเว้นต้องเจียมตนและทำตัวเล็กน้อย  เย่ว์หยางไม่มีทางแสดงความรู้สึกอื่น
อย่าว่าแต่คนๆ เดียวเลย ต่อให้เป็นโลกเทียบกับระบบขนาดใหญ่อย่างนั้นก็ยังเล็กเหมือนเม็ดทราย
มีจุดแสงที่มากกว่าเม็ดทราย.. บอลแสงที่เกิดจากจุดแสงนับไม่ถ้วน และทะเลแสงที่เกิดจากบอลแสงอีกนับไม่ถ้วน... ทุกอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใน  หากเพ่งมองสถานที่หนึ่ง เย่ว์หยางจะพบว่าบางจุดแสงหรือบางบอลแสงคล้ายกับอักขระรูนโบราณ ส่วนบอลแสงและทะเลแสงกลับมองดูคล้ายอักขระรูนอมตะในตำนาน
(จุดแสง = ดาว, โลก, บอลแสง = จักรวาล, ทะเลแสง = ทางช้างเผือก)
เมื่อเย่ว์หยางเข้าใจและเข้าถึงจุดนี้แล้ว โลกที่ยิ่งกว่าเม็ดทรายพลันพุ่งเข้าหาเย่ว์หยางทั้งหมด
ความรู้นับไม่ถ้วนและพลังงานมากมายพรั่งพรูเข้ามาในมิติว่างกระจัดกระจายที่เย่ว์หยางอยู่
ทันใดนั้นมิติว่างทั้งหมดถูกบรรจุจนเต็ม
เย่ว์หยางรู้สึกเจ็บปวดในหัว ปานว่าหัวแทบระเบิด
แม้เมื่อก่อนหน้านี้เขาได้รับตกทอดความรู้ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกรุนแรงจนหัวแทบระเบิดในทันที สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็คือสมองเย่ว์หยางสามารถรองรับความรู้ตกทอดจากพี่สาวแม่สี่ และสำนึกเทพจากโลกพฤกษา ก็ยังแทบไม่สามารถทนได้แม้แต่สองสามวินาที    เย่ว์หยางประมาณการว่าความสามารถของบอลแสงมากมายอาจระเบิดตัวเขาเองได้  แต่มีบอลแสงนับไม่ถ้วนและทะเลแสงอีกมากมาย... เย่ว์หยางตกใจหนัก ถ้ายังคงเป็นอย่างนี้ต่อไปชีวิตของเขาจบสิ้นแน่
อัญมณีสร้างโลกที่อยู่ในมือพลันส่องแสงระยิบระยับทันที
มันซึมซับพลังงานและความรู้ไร้ขีดจำกัดที่ท่วมท้นเข้ามาไว้แทนเย่ว์หยาง
ทั้งยังมีคัมภีร์อัญเชิญ ไม่ทราบว่าลอยออกมาเองตั้งแต่เมื่อใด อสูรโลกยังคงดูดซับพลังงานและความรู้อย่างบ้าคลั่ง ทั้งย่อยสลายและเติบโตก้าวหน้าด้วยความเร็วที่น่าตระหนกเห็นได้ด้วยตาเปล่า ที่ด้านหลังเย่ว์หยางดูเหมือนจะอีกบางสิ่งที่ซึมซับความรู้และพลังงานเข้ามาในร่างเย่ว์หยาง  แต่เย่ว์หยางไม่สามารถค้นหาพบ  นั่นคืออะไร?  สมบัติวิเศษ? อสูรพิทักษ์? ไม่, บางทีอาจเป็นคัมภีร์อัญเชิญเล่มที่สองที่เขาไม่เคยอัญเชิญได้สำเร็จ  คัมภีร์เทพฤทธิ์ที่เขาเห็นด้วยตนเอง!
ใช่แล้ว มันกำลังเปลี่ยนแปลงความกดดันที่ตัวของเขา
เย่ว์หยางต้องการหันกลับไปดู
อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากจากการหลอมรวมภายในครั้งใหญ่ทำให้เขากระพริบตายังไม่ได้ อย่าว่าแต่หันหน้าไปมอง
ภายใต้แรงกดดันจนร่างแทบระเบิด  แม้ว่าจะมีการเบี่ยงเบนแบ่งเบาไปได้ แต่แรงกดดันก็ยังเหลือเชื่อ สติสัมปชัญญะของเย่ว์หยางค่อยๆ ดับลง ไม่ต้องพูดถึงการรับพลังงานและความรู้จากทะเลแสงและบอลแสงนับไม่ถ้วน  ที่สำคัญบอลแสงลูกหนึ่ง ก็มีจุดแสงคงอยู่ยิ่งกว่าเม็ดทราย แต่ละจุดแสงขนาดเท่ากับโลกมิติว่าง  “ทำไมข้าถึงทำอย่างนี้?  ทำไมถึงยอมรับการหลอมรวมภายในจากพลังงานและความที่อยู่ในบอลแสงและทะเลแสงนับไม่ถ้วน?”
เย่ว์หยางไม่อาจเข้าใจได้
ชั่วขณะก่อนที่เขาจะหมดสติ เขารู้สึกว่ามีมือข้างหนึ่งกดลงที่ศีรษะของเขา
มีพลังงานอ่อนหยุ่นพุ่งเข้ามาในจิตวิญญาณของเขา ความรู้สึกนั้นเหมือนช่วยให้เย่ว์หยางเปิดสมองทันที และขยายความสามารถของขอบเขตสมอง ทำให้ความรู้สึกปวดสมองบรรเทาเบาบางลง
ใครกัน?
ใครช่วยเขา?
เมื่อจิตสำนึกของเขารู้สึกสายเกินกว่าจะคิด เย่ว์หยางหมดสติทันที
กระทั่งเขาตื่นขึ้นและลืมตา เขาพบว่าตนเองนอนอยู่ในอ้อมแขนหลิวเย่ นางกำลังร่ำไห้อย่างหนัก
ในท้องฟ้าลายถักทอแสงด้านบนยังคงมีอยู่ แต่แกนกลางพลังงานหายไปแล้ว เหมือนกับว่าไม่เคยมีปรากฏมาก่อน  นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงนี้เย่ว์หยางยังรู้สึกว่าอาณาจักรจิตวิญญาณในตัวของเขา อัญมณีสร้างโลกวิ่งไปอยู่ในที่แห่งหนึ่ง และดูเหมือนว่ามันจะมาพร้อมกับโลกที่ไม่ใช่มิติว่างพังทลายอีกต่อไป
ในนั้น เขาไม่รู้ว่าโลกที่ว่างเปล่านั้นกำลังเยียวยาตนเองอย่างช้าๆ แต่ส่วนที่แตกหักพังทลายลดจำนวนลง
เขาไม่รู้ว่าพลังปั่นป่วนถูกเก็บอยู่ที่นั่นอย่างเงียบงัน
ที่นั่นใหญ่มากจนเย่ว์หยางไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ
เพราะกลัวว่าเคลื่อนไหวโดยพลการ จะไปกระทบกลไกที่น่ากลัวส่งผลกระทบกระเทือนเลวร้ายยิ่งกว่าโลกถล่ม... มีพลังงานปั่นป่วนมากมาย มีทั้งโลกมิติว่างที่พังทลายขนาดใหญ่  และการรวมกันอยู่ของความคิดและจิตวิญญาณ เขาไม่ทราบว่าเมื่อมันมีวิวัฒนาการมาจากอัญมณีสร้างโลกเป็นวิวัฒนาการสมบัติระดับเทพ  เย่ว์หยางมีความรู้สึกทันที เขาเป็นผู้สร้างโลกนี้ ตราบใดที่เขาพอใจเขาสามารถใช้พลังปั่นป่วนสร้างทุกอย่างได้ตลอดเวลา
เพียงแต่น่าเสียดายที่เย่ว์หยางเองไม่มีความสามารถพิเศษในการครอบครองพลังงานปั่นป่วนนี้
ความรู้สึกนี้เหมือนกับเด็กเล็กที่เปิดโกดังสินค้าและพบว่าเขาเป็นเจ้าของทองคำสูงเป็นภูเขาเลากา มากกว่าน้ำในทะเล และเขาสามารถสร้างวังทองคำได้ทุกเมื่อ  แต่ตัวเขายังไม่สามารถสร้างได้เพราะเขายังเล็กและอ่อนแอ
 “ตอนนี้ปล่อยไปก่อน สักวันก็คงได้”  เย่ว์หยางมักมองโลกในแง่ดีเสมอ
 “ท่านตื่นแล้วหรือ?”  หลิวเย่ในตอนนี้ค่อยรู้สึกตัวว่าเย่ว์หยางตื่นอยู่ในอ้อมแขนของนาง นางตกใจร้องลั่น  “ท่านไม่รู้ว่าข้าห่วงแค่ไหน  ข้ากลัวแทบตาย...”
 “ข้าหลับไปหลายวันหรือ?”  เย่ว์หยางรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่เหมือนเดิม แต่เขาไม่สามารถบอกได้โดยเฉพาะเจาะจงในขณะนั้น
 “สามวัน!  ท่านหลับไปสามวัน  ไม่ว่าจะปลุกเรียกอย่างไรก็ไร้ผล  ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวเหวินหลีและตั่วตั่วอยู่ด้วย และแม่นางปิงหยินบอกว่าท่านไม่เป็นอะไร และบอกข้าไม่ให้เคลื่อนไหวโดยพลการ   ข้ากลับไปหาจักรพรรดินีเทียนฟาและนางบอกว่ารู้สึกผิด”  หลิวเย่เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหัวร่อ แต่เมื่อนางเห็นเย่ว์หยางฟื้นขึ้นมาอีกครั้งนางคิดว่าดีกว่าอะไรทั้งหมด  นางรู้ว่าการล่าขุมทรัพย์เป็นอันตรายอย่างยิ่งนางไม่เห็นด้วยที่เย่ว์หยางจะไล่ล่าขุมทรัพย์โบราณ แม้ว่านางจะมากับเขา แต่นางไม่เห็นด้วยที่เขาจะบุกเข้าไปยังแกนกลางพลังงานของอักขระรูนโบราณ
 “ฮะฮะ โง่ไปได้  ข้ามีวิธีทำได้  ก็แค่หลอมรวมเข้ากับอักขระรูนโบราณ แล้วก็หลับไปเท่านั้น!  เย่ว์หยางหัวเราะอย่างสบายๆ  และยื่นมือลูบศีรษะหลิวเย่เบาๆ เช็ดน้ำตาที่หน้านาง
 “ก็ข้าห่วงมากจริงๆ นะ!  หลิวเย่อายและขอโทษเบาๆ
รอจนเย่ว์หยางลุกขึ้นนั่ง ก็พบว่าร่างของเขามีอักขระรูนโบราณนับไม่ถ้วนกระพริบแสง
ความฝันทั้งหมดเป็นจริงหรือ?
หรือว่าร่างกายของเขากลืนแกนพลังงานอักขระรูนโบราณที่ทอกันเป็นชั้นๆ?  คนเหล่านั้นและสิ่งที่เขาพบในความฝันเป็นความทรงจำประวัติศาสตร์ในยุคโบราณ
สาวกิเลนปิงหยินนางต้องปรากฏตัวแน่  สองพี่น้องหงส์เพลิงดูเหมือนจะปรากฏ
เทพธิดากระบี่ฟ้าดูเหมือนจะใช้ปราณกระบี่ช่วยเขา?
เย่ว์หยางไม่แน่ใจ!
นอกจากนี้อัญมณีสนามพลังสร้างโลกและคัมภีร์อัญเชิญ และคัมภีร์เทพฤทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังเขาเล่า?
ในที่สุด ใครคือคนที่กดมือลงที่กระหม่อมเขาเพื่อเปิดพลังสมองก่อนเขาจะหมดสติไป?
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด จริงหรือเท็จ?
เย่ว์หยางยิ่งสับสนมากขึ้นทุกขณะ  แต่ด้วยนิสัยคร้านที่จะคิด  เขาจะไม่คิด สักวันความจริงจะปรากฏ
คัมภีร์เทพฤทธิ์เรียกออกมาไม่ได้ในสภาพที่เย่ว์หยางมีสติสมบูรณ์ อัญมณีสร้างโลกระดับเทพก้าวหน้าในระดับใหม่ มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่อย่างชัดเจน  แต่เขาเห็นโลกมิติว่างที่แตกพังบรรจุเก็บไปด้วยพลังปั่นป่วน  เย่ว์หยางมองเห็น แต่ไม่กล้าลงมือโดยพลการ  เขากลัวว่าเมื่อเคลื่อนไหวแล้ว จะควบคุมบังคับไม่ได้
สิ่งเดียวที่เขาสามารถนำออกมาดูได้ก็คือคัมภีร์อัญเชิญของเขาเอง
เรื่องที่เกิดขึ้นในฝันจริง หรือเท็จ?
เย่ว์หยางเหยียดมือและนึกเรียกคัมภีร์อัญเชิญออกมา  ผลก็คือเกิดแสงสว่างเจิดจ้าหลากสีสัน คัมภีร์อัญเชิญที่ลอยอยู่เปล่งรัศมีเจิดจ้าหลากสีสัน  “คะ คัมภีร์..ชั้นศักดิ์สิทธิ์?”  เย่ว์หยางตะลึงมองดูคัมภีร์อัญเชิญของตน คล้ายคุ้นเคย คล้ายไม่คุ้นเคย
คัมภีร์อัญเชิญของตัวเขาเองพัฒนาเปลี่ยนไปเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เมื่อใด?
เย่ว์หยางไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้มองดูคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเขาเอง  คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดินีฟ้าหลังจากที่นางตาย จื้อจุนที่เอาชนะนางได้หลอมรวมคัมภีร์ตนเองกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดินีฟ้าเลื่อนคัมภีร์ของนางเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์แทน  คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของจ้าวปีศาจโบราณ  คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของซิวคง คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของหมิงเยี่ยกวง พวกสามจอมภพแดนสวรรค์  และช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของจ้าวสุริยา ขณะที่เย่ว์หยางได้เห็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีหลายครั้ง  แต่ก็ไม่เหมือนกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์หยางเรียกคัมภีร์ออกมาอย่างกะทันหัน เขาอาจเข้าใจเอาเองว่านี่คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม มิฉะนั้นอาจสงสัยว่านี่คือคัมภีร์เทพ!
พลังของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์นี้มากเกินไปหรือเปล่า?
ทันใดนั้นเย่ว์หยางอดปลื้มใจมิได้  มีคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือโลกก็เป็นของเรา

6 ความคิดเห็น:

krisda กล่าวว่า...

ขอบตุณครับ

ulomzx กล่าวว่า...

โธ่...อธิบายเสียยืดยาว..ที่แท้ก็เลื่อนคัมภีร์เท่านั้น

zen zen กล่าวว่า...

คนที่ช่วยไอ่หยางอาจจะเป็นเทพธิดากระบี่ฟ้าก้ได้

manit กล่าวว่า...

ใจจ้า

nutzido กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Puisiwa กล่าวว่า...

ระดับแกแล็คซี่

แสดงความคิดเห็น