วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 529 สาวยักษ์ไตตันโบราณ



ตอนที่  529  สาวยักษ์ไตตันโบราณ
พอเมื่อนางเซียนหงส์ฟ้าเหนื่อยและรู้สึกอิ่มเอมใจจากการมอบสัมพันธ์รักให้เย่วหยางและเตรียมตัวจะปลีกตัวออกมาและปล่อยให้นางพญาซัคคิวบัสรับปรนนิบัติแทนนาง ก็พลันมีแสงสว่างวาบขึ้น

มังกรไร้เขาร่างสีเงินทั้งร่างบินออกมาจากคัมภีร์ทอง
มันพุ่งขึ้นไปในที่สูงมากในท้องฟ้าใต้โดมก่อนจะพุ่งกลับลงมา  และหยุดลอยตัวเหนือพื้นราวๆ ร้อยเมตร  มังกรไร้เขาเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ นางหลั่งน้ำตาและบินเข้าไปในบ้านโถมตัวเข้าอ้อมแขนเย่ว์หยาง  นางร้องไห้เหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งได้พบพ่อแม่หลังจากหนีออกจากบ้านไปเป็นเวลานาน  นางเซียนหงส์ฟ้าตอนแรกตะลึง  แต่หลังจากเห็นเย่ว์หยางปลอบโยนนางด้วยท่าทางงงงวย  นางหัวเราะคิกทันที  นางถือเสื้อผ้าเดินออกไปจากห้องพร้อมกับนางพญาซัคคิวบัส ปล่อยให้เย่ว์หยางและมังกรไร้เขาได้ใช้เวลาในพื้นที่เล็กๆ ตามลำพัง
 “อย่าร้องเลยนะ, เจี้ยงอิงคนดี, อย่าร้อง!” เย่ว์หยางรีบปลอบนาง ขณะที่เขาห่มคลุมตัวสาวมังกรไร้เขาผู้ไม่มีเสื้อผ้าปิดกายแม้แต่ชิ้นเดียว
 “ข้ากลัวมาก,  ข้าหลงอยู่ในความมืดมิด  ข้าคิดถึงเจ้ามาก แต่ข้าไม่สามารถออกมาได้ ข้านึกว่าจะต้องติดอยู่อย่างนั้นตลอดไปแล้ว..ฮึกๆ” สาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงยังคงสะอึกสะอื้น  ความปรารถนาของนางเป็นจริงแล้ว  ภายใต้การช่วยเหลือของเย่ว์หยาง  นางยกระดับกลายเป็นอสูรในตำนานได้สำเร็จ
แต่ขณะที่นางสมปรารถนาดังฝัน  ตัวนางกลับติดอยู่ในสภาวะสับสนยุ่งเหยิง เพราะนางเร่งยกระดับรวดเร็วเกินไป
ในจิตสำนึกของนาง  ยังคงมีกระแสของความมุ่งมั่นที่ชัดเจน
นางเพียงแต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายนางได้
จิตใจของนางอยู่ในสภาพว้าวุ่นและนางไม่สามารถใช้จิตสำนึกของนางปลุกจิตวิญญาณที่หลับใหลของนางได้
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในอสูรพิทักษ์  นางรู้ว่าเย่ว์หยางพบกับอันตรายระหว่างที่เขาต่อสู้   แม้ว่านางอยากช่วยเย่ว์หยางแต่ว่านางทำอะไรไม่ได้  แม้ว่านางจะเติบโตขึ้นอย่างโดดเดี่ยวและเด็ดเดี่ยวยืนกรานมานานหลายปี  แต่นางไม่เคยมีประสบการณ์ในการควบคุมร่างกายของนาง  แน่นอนว่านางจะยังมีพัฒนาการที่น่ากลัวต่อไปในอนาคต
ตอนนี้ นางสามารถออกมาจากสภาวะยุ่งเหยิงดังกล่าวได้
นางสามารถรู้สึกถึงการกระทำของเย่ว์หยางได้ตลอด  จิตสำนึกนางเริ่มชัดเจนและนางเริ่มกลับมาควบคุมร่างกายได้ช้าๆ
หลังจากตื่นขึ้น
เจี้ยงอิงไม่สามารถรีรอได้ รีบออกมาจากคัมภีร์อัญเชิญชั้นทองแดง  ทันทีที่นางเป็นอิสระ
โดยไม่สนใจว่าเย่ว์หยางกำลังอภิรมย์กับนางเซียนหงส์ฟ้า นางไม่รีรอโดดเข้าอ้อมกอดของเขาบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา
แม้ว่าราชันย์ปีศาจใต้จะไม่รู้ว่าเจี้ยงอิงเป็นใคร  แต่เมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของเจี้ยงอิงในฐานะสาวมังกรไร้เขา  นางจึงรู้ว่าเจี้ยงอิงเป็นคนของเผ่าปีศาจบูรพา  ความจริงนางรู้สึกรางๆ ถึงคนที่มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน  เมื่อราชันย์ปีศาจใต้เปิดประตูมองเห็นนางเซียนหงส์ฟ้าเปลือยกายเดินถือเสื้อผ้านางออกมาจากห้องเย่ว์หยาง  นางคำรามอย่างช่วยไม่ได้
 “ไม่มีความจำเป็นต้องดูเลยย่ะ  ของข้าใหญ่กว่าเจ้าอีก!” นางเซียนหงส์ฟ้าเดินเชิดส่ายอกมหึมาผ่านหน้าราชันย์ปีศาจใต้อย่างยั่วยวนใจ
 “ยัยโคนมยักษ์...” ราชันย์ปีศาจใต้สบถตามเงียบๆ  แม้ว่านางพบว่าของนางเองก็ว่าไม่เล็กแล้ว  แต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับนางเซียนหงส์ฟ้าได้เลย
ภายในห้อง หลังจากเย่ว์หยางปลอบโยนเจี้ยงอิงอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว ในที่สุดเจี้ยงอิงก็สงบสติลง
เมื่อนางเห็นร่างเปลือยของเย่ว์หยาง ใบหน้าของนางแดงทันที  ใจของนางกระวนกระวายว้าวุ่นอีกครั้ง  แต่นางยังไม่กล้าผละออกจากเขา  นางยังฝังตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา และปล่อยให้เขากอดนาง นางสุขสบายอยู่กับความสุขที่ได้รับจากเขา
ถ้านางไม่ติดอยู่ในสภาพใจยุ่งเหยิงและจำศีลอยู่  มีทางเป็นไปได้มากที่นางจะทำเรื่องนั้นกับเขา
หัวใจของเจี้ยงอิงเต้นถี่เร็ว  นางไม่คุ้นเคยกับร่างเย่ว์หยาง
นางเคยเห็นร่างของเขาหลังจากฝึกผสานร่างกับเขาเพื่อยกระดับเป็นอสูรในตำนาน
ถ้านางไม่กังวลว่านางเซียนหงส์ฟ้าจะกลับมา  นางคงจูบเขาไปแล้วเพื่อบรรเทาความโหยหาในใจนาง
หลังจากเย่ว์หยางปลอบนางให้คลายความเศร้าโศกและความกลัวในใจของสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงแล้วจนกระทั่งนางรู้สึกเป็นสุขใจ นั่นเหมือนกับว่านางเห็นแสงสว่างในความมืดมิด  จิตวิญญาณนางได้รับการยกขึ้นแล้วในตอนนี้  เมื่อนางได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก นางเริ่มกังวลเกี่ยวกับเย่ว์หยางจริงๆ  นางรีบลุกขึ้นและสวมเสื้อผ้าของนาง และบอกให้เย่ว์หยางพานางออกไป  “พี่สาวคนนั้นเป็นใครกัน?  ดูเหมือนนางจะเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิดแล้วใช่ไหม?”
 “นางคือมารกฎฟ้าแห่งวังมาร”  เย่ว์หยางพาเจี้ยงอิงมาส่งที่หน้าประตู  เขาตระหนักได้ว่าเด็กสาวยักษ์ก็ตื่นขึ้นแล้ว และยันตัวลุกขึ้นนั่ง เหลียวมองไปรอบๆ โลกคัมภีร์ด้วยความงงงวย
 “ตายแล้ว, นั่นใครกัน?  ไตตันโบราณหรือ?”  เมื่อเห็นเด็กสาวยักษ์สูงเกือบร้อยเมตรลุกขึ้นนั่ง  สาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงตกใจ
 “นางตัวใหญ่จริงๆ....”  ราชันย์ปีศาจใต้ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวยักษ์โตขนาดนั้นได้ยังไง
 “นักสู้ชาวสวรรค์ระดับสาม นี่เป็นไปได้ที่นางคือเด็กสาวที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก”  ความจริงนางเซียนหงส์ฟ้ารู้สึกว่าปราณก่อกำเนิดฟ้าระดับสามยังไม่ใช่ระดับสูงสุดของนาง  แต่นางยังมีพลังที่ไม่ได้แสดงอีก
 “นี่ที่ไหนกัน?  ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”  คนที่สับสนที่สุดก็ยังเป็นเด็กสาวยักษ์  คำถามของนางดังเหมือนเสียงฟ้าคำรามผ่านก้อนเมฆ
ประการแรก นางได้รับการกระทบกระเทือนจากการโจมตีของราชาเฮยอวี้อย่างสุดกำลังทำให้สูญเสียความทรงจำไปบางส่วน
จากนั้น นางได้รับการช่วยเหลือและถูกเย่ว์หยางปลุกขึ้น
หลังจากเปลี่ยนเกราะไตตันและเตรียมรบ  นางก็เป็นลมสลบ
เมื่อนางฟื้นขึ้นอีกครั้ง  นางตระหนักได้ว่านางไม่ได้อยู่ในลานผลึกที่คุ้นเคย  แต่กลับอยู่ในโลกใบเล็กแทน
ด้วยเหตุเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมากมาย  ยังไม่ต้องพูดถึงเด็กสาวยักษ์สูญเสียความทรงจำหลังจากได้รับความกระทบกระเทือนศีรษะ  แม้คนปกติก็ยังสับสนได้
 “อะแฮ่ม.. ความจริงเรื่องราวหลายๆ อย่างก็เป็นแบบนี้”  เย่ว์หยางอธิบายสถานการณ์ทั้งหมด โดยหวังว่าจะช่วยให้เด็กสาวยักษ์ฟื้นฟูความจำ  พวกนักรบหญิงโบราณคอยเสริมเรื่องราว  ในบรรดาพวกนางสาวงามจากเผ่าสุนัขกระดิกหางรับรองคำพูดของเย่ว์หยางอย่างน่ารัก “โฮ่ง, เขาพูดถูก เจ้าคือองครักษ์หลวงพิทักษ์แดนสวรรค์ตะวันตก  พวกเราทุกคนเป็นลูกหลานของตระกูลที่ถูกผนึกไว้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เข้าร่วมรบในสงครามครั้งก่อน  แต่เราจะพยายามอย่างดีที่สุดไม่ยอมให้คนรุ่นบิดาของเราต้องรู้สึกตกต่ำ”
 “พวกเจ้าทุกคนเป็นลูกหลานของตระกูลที่ถูกผนึกไว้หรือ? ผนึกตระกูลคืออะไร?”  เย่ว์หยางสงสัย  นักรบโบราณเหล่านี้มาจากไหนกัน?
 “โฮ่ง โฮ่ง” สาวงามเผ่าสุนัขกระดิกหางนาง นางอายุน้อยที่สุดในบรรดานักรบโบราณ และก็น่ารักที่สุดเช่นกัน เมื่อมองดูนางแล้ว นางยังดูอายุน้อยกว่าเย่ว์ปิงน้องสาวของเย่ว์หยางเสียอีก  “ผนึกตระกูลหมายถึงคนรุ่นบิดาหรือรุ่นบรรพบุรุษของเราได้กระทำบางอย่างที่ผิดพลาดจึงต้องถูกลงโทษด้วยการผนึกไว้  พวกเขาต้องคอยสนับสนุนเทพธิดาศึกพิทักษ์ดินแดนเอาชนะศัตรูและคว้าชัยชนะ เพื่อให้ได้รับอิสระ  แต่เมื่อดูสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้”
จนถึงตอนนี้ หญิงงามเผ่ามนุษย์สุนัขเศร้าใจเล็กน้อย
หูน้อยที่น่ารักของนางตกลง
เย่ว์หยางรีบปลอบนางอย่างอ่อนโยน  “นี่ไม่จริง, แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบาก  แต่ชัยชนะจะเป็นของพวกเรา  พวกเจ้าทุกคนจะได้รับอิสรภาพ!
เมื่อได้ยินเช่นนี้  หญิงงามเผ่ามนุษย์สุนัขมีชีวิตชีวาขึ้น  นางเชื่อในเย่ว์หยาง  “จริงเหรอ?  นั่นเยี่ยมจริงๆ”
นอกจากนางแล้ว นักรบหญิงโบราณคนอื่นๆ ไม่ได้มองโลกในแง่ดี  พวกนางไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เย่ว์หยางพูดทั้งหมด  เพราะราชาเฮยอวี้ทรยศ สถานการณ์จึงเลวร้าย  แน่นอนพวกเขาไม่กล้าเผยคำพูดต่อหน้าเย่ว์หยาง  ที่สำคัญคือ นางยังเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง พวกเขาไม่ต้องการทำลายความไร้เดียงสาของเด็กคนหนึ่งด้วยการพูดความจริงโหดร้ายมากเกินไป
 “ข้าเป็นเทพศึกพิทักษ์แดนสวรรค์ตะวันตกหรือ?”  เด็กสาวยักษ์สับสน นางลุกขึ้นยืน ความสูงของนางมากกว่าสองร้อยเมตร
ทุกคนกังวลเมื่อเห็นแผลที่ศีรษะนาง และสับสน
เย่ว์หยางรีบโกหกทันที  “ไม่สำคัญว่าเจ้าจะจำได้หรือเปล่า ประการแรกเลย เจ้าต้องมั่นใจไว้อย่างหนึ่ง  ตอนนี้เจ้าปลอดภัยดีแล้ว  พวกเราทุกคนเป็นสหายของเจ้า
เมื่อได้ยินเช่นนี้  เด็กสาวยักษ์ปรบมือดีใจ “ข้ามีเพื่อนมากจริงๆ หรือนี่?  ข้ามีความสุขจริงๆ!  นางเริ่มเต้นอย่างมีความสุข โลกคัมภีร์สั่นสะเทือนไปทั้งหมด  พลังเขย่าโลกของนางน่ากลัวยิ่งกว่าแผ่นดินไหวเสียอีก  ทันใดนั้น เด็กสาวยักษ์หยุดเต้น นางโน้มตัวลงใช้นิ้วที่ยาวราวๆ สิบสองเมตรจิ้มเย่ว์หยางเบาๆ “แต่ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร?”
แค่เพียงนางจิ้มเย่ว์หยางเบาๆ เขาปลิวออกไปเกือบร้อยเมตร นี่น่าตลกยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่เขาเจ็บตัวจากการโดนหมัดห้าเปลี่ยนแปลงของซุ่นเทียนเล่นงานเสียอีก
เขาหยุดยั้งตัวเองด้วยพลังทั้งหมด
แม้แต่เขาก็ยังถอยออกไปหลายก้าวอย่างช่วยไม่ได้
แน่นอน ใบหน้าของเขาก็ยังประดับรอยยิ้มสดใสเหมือนดวงอาทิตย์  “ถ้าเจ้าถามชื่อข้า  เจ้าจึงจะรู้ว่าข้าคือใคร”
เด็กสาวยักษ์ปรบมืออย่างน่ารัก ทำให้เกิดกระแสลมลมรุนแรงพัดใส่เย่ว์หยาง เจี้ยงอิงและคนอื่นๆ แทบปลิวกระเด็น  “เจ้าพูดถูก,  อย่างนั้นเจ้าชื่ออะไร?”
เย่ว์หยางกังวลมากที่รู้ว่าเด็กสาวยักษ์นี้มีพลังทำลายล้างโดยที่นางไม่รู้ตัว
หลังจากสื่อสารกันอย่างยากลำบาก
ทั้งสองฝ่ายก็กลายเป็นเพื่อนกัน  แม้ว่าเด็กสาวยักษ์จะจำชื่อของนางเองไม่ได้ แต่หลังจากนางทำสัญญากับเย่ว์หยางแล้ว นางก็จดจำเย่ว์หยางไว้ว่าเป็นสหายของนาง  ในทางตรงกันข้าม  ราชาเฮยอวี้ผู้ทำร้ายนางบาดเจ็บถูกขึ้นบัญชีดำโดยอัตโนมัติ
 “พี่เย่ว์หยาง,  เจ้าตัวเล็กมากจัง  ถ้าเพียงแต่เจ้าเป็นเผ่าไตตัน ก็คงจะดีอยู่หรอก จากนั้นเราจะได้เอาชนะเจ้าคนเลวนั่นที่เจ้าพูดถึง แล้วก็สัตว์ประหลาดเหล่านั้นด้วย”  แค่เพียงใช้นิ้วชี้ของนาง  เด็กสาวยักษ์ก็สามารถคว้าตัวเย่ว์หยางได้  ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเจี้ยงอิง ราชันย์ปีศาจใต้, นางเซียนหงส์ฟ้าและนักรบหญิงโบราณคนอื่นก็มีพื้นที่นั่งเหลือเฟือ
 “ข้าเป็นมนุษย์ แตกต่างจากเผ่าพันธุ์ของเจ้า  สำหรับสิ่งมีชีวิตมนุษย์ตัวขนาดข้านี่ก็ถือว่าสูงแล้ว”  เย่ว์หยางหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดนาง
 “คิกคิก” เจี้ยงอิงหัวเราะและคนที่เหลือก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย
 “เจ้ายังโตไม่ได้อีกหรือ?  มองหาเจ้าแต่ละที ทำข้าเหนื่อยมาก” เทียบกับเด็กสาวยักษ์  เย่ว์หยางเป็นเหมือนมดในสายตาของสาวยักษ์
 “อา, เป็นไปไม่ได้จริงๆ ที่ข้าจะตัวใหญ่ขึ้น, ข้าไม่มีความสามารถจะทำเช่นนั้นได้... แต่.. ก็พอเป็นไปได้ที่จะย่อตัวเจ้าให้เล็กลงมาชั่วคราว”  เย่ว์หยางนึกได้ว่าสาวกิเลนปิงหยิน  มีวิชาที่สามารถย่อขนาดของเป้าหมายให้เล็กลง  บางทีอาจได้ผลเมื่อใช้กับเด็กสาวยักษ์ก็ได้  การเปลี่ยนขนาดเด็กสาวยักษ์ให้มีขนาดเดียวกับมนุษย์อาจจะเป็นเรื่องยากอยู่  แต่ฝีมือของสาวกิเลนปิงหยินในปัจจุบันอาจจะย่อขนาดให้เหลือสักสิบเมตรได้
 “จริงเหรอ?”  เด็กสาวยักษ์ไม่แน่ใจ  “เกราะไตตันของข้ามีภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีด้วยพลังจิตทั้งหมด  ไม่ว่าทักษะใดก็ไม่มีผลต่อร่างกายข้าเลย”
 “งั้นลืมซะเถอะว่าข้าพูดอะไรไป...”  เย่ว์หยางเหนื่อยใจ
 “ใครบอกว่าการย่อเป็นไปไม่ได้ อย่าว่าแต่ไตตันโบราณเลย  ต่อให้เป็นยักษ์ผมทองที่สามารถโยกคลอนภูเขาได้ทั้งลูก  ข้าก็สามารถย่อได้” เมื่อถึงจุดหนึ่ง สาวกิเลนปิงหยินจะต้องวิ่งออกมาปกป้องวิชาของนาง นางได้เห็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในแดนสวรรค์หรือหอทงเทียนทั้งระดับต่ำ ระดับสูงด้วยความชิงชัง  ทั้งนี้เพราะนางรู้สึกว่านางเป็นชีวิตระดับสูงสุด  นอกจากพี่น้องหงส์เพลิงแล้ว  นางยังลังเลที่จะมองเสี่ยวเหวินหลีอย่างเท่าเทียมกัน
สำหรับคนอื่น ต่อให้เป็นฮุยไท่หลางที่อยู่ในเผ่าพันธุ์หมาป่าปีศาจทำลายโลก หรือนางพญาดอกหนามมงกุฎทอง ที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว  นางไม่สนใจพวกเขาเลย
สายเลือดของอสูรอมตะ สามารถกล่าวได้ว่าไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
สาวกิเลนปิงหยินยื่นมือน้อยๆ ออก พลังงานสีรุ้งนับไม่ถ้วนฉายส่องประกายออกมาจากมือดุจหยกของนาง
ทุกคนถึงกับขากรรไกรค้าง  บางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา  เด็กสาวยักษ์กำลังย่อขนาดลงอย่างรวดเร็ว

14 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

serialnu กล่าวว่า...

ความมันส์เริ่มมาละๆ

natthapol.nondang@gmail.com กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

Jenokira กล่าวว่า...

นี้มันโลลิโนตมหรือโลลิโนนมกันนะ

Art กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

sarinnan กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณ ครับ

Nopanser Kung กล่าวว่า...

สาวน้อย(?) บ้าพลังสินะ ความทรงจำหายแบบนี้...ก็เสร็จเย่ว์หยางเราน่ะสิ

ป.ล. ว้าว เป็นครั้งแรกเลยมั้งเนี่ยที่ผู้แปลลงรูปสาวญี่ปุ่นโมเอะแบบนี้

นายหนอนไหมปีนป่ายต้นรัก กล่าวว่า...

ฮาเรมชัดๆ

ก็มาดิคร๊าฟ กล่าวว่า...

ในโลกคำภีมีพี่เย่วคนเดวที่เป็นตัวผู้ ^^

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น