เล่ม
14 อสูร – ตอนที่ 13 ตั้งใจก่อเหตุรุนแรง?
หลังจากลินลี่ย์ซื้ออเมทิสต์สิบชิ้น เขาออกจากร้านมุ่งหน้าไปอีกร้านที่อยู่ไกล ร้านนี้มีขนาดใหญ่มาก
และมีสินค้าวางแสดงทุกประเภท ผู้ชมดูที่ร้านก็มีจำนวนมากเช่นกัน หลายคนจับจ่ายใช้สอยเงินซื้อสินค้า
ที่นี้เป็นที่ซึ่งมีอุปกรณ์ป้องกันวางขายอยู่
“ลินลี่ย์!
เจ้าต้องการซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวบ้างไหม?” เดเลียมองดูลินลี่ย์อย่างสงสัย
“ข้าไม่ต้องการ” ลินลี่ย์หัวเราะขณะที่มองดูเดเลีย
“เดเลียเกราะป้องกันของเจ้ายังเป็นระดับเทียมเทพอยู่เลย มันมีพลังน้อยเกินไป ซื้อเกราะระดับเทพแท้สักชุดเถอะ”
เนื่องจากพวกเขาเตรียมตัวร่วมทดสอบเป็นอสูร พวกเขาต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของทุกคน
ความแข็งแกร่งนอกจากพลังส่วนบุคคลแล้วยังรวมถึงสมบัติเทพของพวกเขาด้วย
ถ้าพวกเขาเตรียมตัวเข้าทดสอบเป็นอสูร ลินลี่ย์กังวลห่วงใยเดเลียมากที่สุด สำหรับบีบี.. เมื่อพวกเขาออกจากดินแดนยูลาน
ลอร์ดเบรุตได้ให้สมบัติกับบีบีไว้ค่อนข้างมาก สำหรับตัวเขาเอง
เขามีสมบัติมหาเทพปกป้องวิญญาณอยู่แล้ว แม้ว่าจะชำรุดเล็กน้อยก็ตาม
“ก็ได้”
เดเลียไม่ปฏิเสธ
นางเข้าใจว่าเมื่อนางแข็งแกร่งมากขึ้น
ลินลี่ย์ก็จะไม่กังวลห่วงนางเกินไป
และนางจะช่วยเขาได้มากขึ้น
“ราคาของอุปกรณ์ป้องกันเหล่านี้แพงกว่าอาวุธมากนัก” ลินลี่ย์หัวเราะ จากนั้นถอนหายใจ
อาวุธโจมตีระดับเทพแท้จะมีราคาราวพันศิลาดำ
ขณะที่อุปกรณ์ป้องกันตัวระดับเทพแท้โดยทั่วไปราคาห้าหรือหกพันศิลาดำ สำหรับกลุ่มของลินลี่ย์ราคานี้ไม่นับว่ามาก
ผู้คนยังคงเข้าออกประตูใหญ่ของปราสาทเรดบุด แต่มีอยู่คนหนึ่งยืนอยู่กับที่ข้างบันไดมักจะมองที่ประตูใหญ่อยู่เสมอ
“สามคนนั้นช้าจริงๆ ก็แค่ซื้อของเท่านั้นไม่ใช่หรือ?” นักสู้เทพแท้คนหนึ่งสบถเบาๆ “พวกเขาไม่เคยมาเมืองรอยัลวิง เป็นไปได้ว่าพวกเขาเดินไปมาเป็นเวลานาน พวกเขากำลังเพลิดเพลินอยู่ข้างใน ส่วนข้าติดแหงกรอคอยอยู่ตรงนี้”
ความจริงกลุ่มของลินลี่ย์อยากรู้อยากเห็นมาก
ปราสาทเรดบุดนี้มีของหลายอย่างที่ช่วยขยายมุมมองของลินลี่ย์ เป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องเดินหาประสบการณ์
ทันใดนั้นเทพแท้คนนั้นมองเห็นมนุษย์คนหนึ่ง เขาเข้าไปหาและพูดด้วยความเคารพทันที “ท่านเอ็ดมอนด์”
เอ็ดมอนด์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นพูดอย่างใจเย็น “สามคนนั้นยังไม่ออกมาอีกหรือ?”
“ขอรับ, ยังไม่ออกมาเลย” เทพผู้นั้นพยักหน้า
จากนั้นเอ็ดมอนด์หันไปมองทางประตู “พวกเขาขายของที่พวกเขาเอามาแล้ว ข้าคาดว่าพวกเขาน่าจะออกมาทางประตูหน้านี้” เอ็ดมอนด์ไม่รีบ เขาแค่รออยู่ข้างนอกเงียบๆ
“นั่นท่านเอ็ดมอนด์”
สมาชิกเผ่ามังกรดำคนอื่นๆ
เมื่อออกมาจากปราสาทเรดบุดเห็นเอ็ดมอนด์ยืนอยู่กับที่
หลายคนชุมนุมอยู่เบื้องหลังเอ็ดมอนด์
“อืม.. พวกเขามานี่แล้ว” เอ็ดมอนด์ตาเป็นประกาย
“อสูรโลหะราคาแพงจริงๆ” เดเลียถอนหายใจ
ลินลี่ย์พยักหน้าเช่นกัน “เดิมทีอสูรโลหะก็ราคาเป็นล้านๆ อยู่แล้ว แต่อสูรโลหะระดับสูงที่ทรงพลังจะมีราคาเป็นสิบๆ
ล้าน... พวกที่มีขนาดใหญ่จะมีราคาระดับร้อยล้านศิลาดำ บีบี! ปู่ของเจ้ามีอำนาจมากจริงๆ..”
ลินลี่ย์ถอนหายใจชมเชยขณะที่เขามองดูบีบีที่อยู่ใกล้ๆ
“มันธรรมดาอยู่แล้ว!” บีบีบอกด้วยความภูมิใจ
ปราสาทโลหะของลอร์ดเบรุตเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูง
ราคาของสิ่งมีชีวิตในปราสาทเรดบุดก็มีราคามากกว่าร้อยล้านศิลาดำแล้ว
ขณะที่พวกเขาพูด ทั้งสามคนเดินออกมาจากโถงใหญ่ชั้นที่หนึ่ง
ไหลไปตามคลื่นมหาชน
“ลินลี่ย์!”
ทันใดนั้นมีคนผู้หนึ่งร้องเรียกอยู่ที่ประตูทางเดิน
ลินลี่ย์หันไปมอง เป็นดีบาลา
“ดีบาลา”
ลินลี่ย์หัวเราะขณะพูด “โอว,
เจ้าขายของเสร็จแล้วหรือ?” ลินลี่ย์พูด
เขาสังเกตว่าข้างๆ ดีบาลามีคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ทุกคนเป็นคนของเผ่ามังกรดำ
ดีบาลาหัวเราะ “ข้าก็แค่ขายสมบัติเทพแท้ได้ชิ้นหนึ่ง ข้าได้ยินว่าเจ้าขึ้นไปที่ชั้นสาม เจ้า...ยอดเยี่ยมจริงๆ”
คำพูดของดีบาลาทำให้สมาชิกเผ่ามังกรดำที่อยู่ใกล้ๆ
จ้องมองลินลี่ย์ด้วยความอิจฉา
ในแดนนรก
ความโชคดีหาได้ยากมาก
“เหรอ?”
ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็นและตรวจดูสีหน้าสมาชิกเผ่ามังกรดำอย่างระมัดระวัง
ความจริงเมื่อเขาไปที่ชั้นสามเพื่อขายสิ่งของ
ลินลี่ย์คาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาคงไม่สามารถหลบเลี่ยงความสนใจของสมาชิกจากเผ่ามังกรดำได้ทั้งหมด เป็นไปได้ว่าเขาคงจะถูกพบ...
แต่แล้วจะเป็นยังไงเล่า? ที่สำคัญ
เขาไม่มีความตั้งใจจะกลับไปเผ่ามังกรดำอยู่แล้ว
“เอาล่ะ เราไปกันได้แล้ว”
เอ็ดมอนด์ยืนอยู่ข้างหน้าและพูดขึ้นขณะที่เขานำบริวารจากไป
เอ็ดมอนด์ไม่มองลินลี่ย์
ทั้งกลุ่มเดินตรงไปที่เสาเรียงรายซึ่งเป็นทางนำพวกเขาออกจากเมืองรอยัลวิง แต่กลุ่มของลินลี่ย์เลี้ยวขึ้นถนนตรงไปอีกทางหนึ่ง
“ลินลี่ย์! เจ้ากำลังจะไปที่ไหนหรือ?” ดีบาลาพูดอย่างประหลาดใจ
ขณะเดียวกันเอ็ดมอนด์และคนอื่นๆ
ชะงักและหันมาดู
“โอว, ข้าจะไม่กลับไปเผ่ามังกรดำแล้ว” ลินลี่ย์หัวเราะขณะกล่าว
“ไม่กลับไปเผ่ามังกรดำ?” เสียงอ่อนโยนดังขึ้น เอ็ดมอนด์นำบริวารของเขาเดินเข้ามาหา
ลินลี่ย์เมื่อเห็นว่าเป็นเอ็ดมอนด์ที่เดินเข้ามา
เขาอดเหยียดหยามเย็นชาในใจไม่ได้
“สหายท่านนี้,
ข้าจะไม่กลับไปเผ่ามังกรดำ ดังนั้นเขา
ในฐานะพ่อบ้านของสเตอตันและเทพชั้นสูงถึงกับมาทันทีด้วยหรือ? เขานึกว่าข้าไม่รู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรหรือ?”
ในระยะไกลจากที่นี่ถึงหน้าประตูปราสาทเรดบุดห่างไม่ถึงร้อยเมตร มีคนหลายคนที่นี่
กลุ่มลินลี่ย์ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่เป็นที่สังเกตเลยแม้แต่น้อย
“ท่านเอ็ดมอนด์” ลินลี่ย์ยิ้มให้ขณะกล่าว
“เจ้าชื่อลินลี่ย์ใช่ไหม?” เอ็ดมอนด์หัวเราะอย่างใจเย็น “สหายของเจ้าสองคนเป็นเทพแท้ ในเผ่ามังกรดำของเรา พวกเขาถูกมองได้ว่าเป็นสมาชิกชั้นสูง คงน่าเสียดายจริงๆ
ที่เจ้าตั้งใจจะไปจากเผ่ามังกรดำ ตอนนี้.. ข้าชอบพวกเจ้าจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้ข้ายังขาดบริวาร พวกเจ้ายินดีจะติดตามข้าไหม?”
ลินลี่ย์ยังคงมีมารยาทและนอบน้อม “ขอบคุณในความกรุณาของท่านเอ็ดมอนด์ เพียงแต่ข้าไม่มีความจำเป็น ตัวข้า
ภรรยาข้าและน้องชายข้ามาที่เผ่ามังกรดำเพียงเพราะเราเพิ่งมาถึงแดนนรก
อย่างไรก็ตามเรายังรู้สึกขอบคุณที่เผ่ามังกรดำดูแลใส่ใจเราในช่วงเวลาที่ผ่านมา”
เอ็ดมอนด์อดตกใจไม่ได้
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลินลี่ย์ เขารู้สึกขุ่นเคืองและโกรธในใจ “เจ้าผู้นี้!”
เขารู้ว่าลินลี่ย์มีโชคลาภทรัพย์สิน แม้แต่เขา,
เอ็ดมอนด์ก็คงไม่สามารถสั่งสมความมั่งคั่งอย่างนั้นได้
ที่สำคัญเอ็ดมอนด์หลอมรวมประกายเทพกลายเป็นเทพชั้นสูง นี่คือเหตุผลที่เขามักติดตามสเตอตัน สเตอตันทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่เขาเองได้แต่เพียงส่วนที่เหลือเท่านั้น
“เราจะไปกันเดี๋ยวนี้” ลินลี่ย์พูดพร้อมกับยิ้มและหันหน้าไป
“ควั่บ!”
ทันใดนั้นเองเทพแท้หกคนปรากฏตัวอยู่หน้าลินลี่ย์
“เจ้าต้องการจากไปหรือ?” หนึ่งเทพแท้พูดเย็นชา
ลินลี่ย์ตกใจ
และจากนั้นสายตาของเขากลายเป็นเย็นชา
“เกิดบ้าอะไรขึ้นมา พวกเจ้าต้องการสู้หรือ?” จู่ๆ
เสียงของบีบีดังก้องขึ้นกระจายไปทั่วทุกทิศ
หมายคนที่อยู่ใกล้หันมามองตำแหน่งพวกเขา
บีบีกระโดดตะโกนร้อง
“ใต้เท้ากองทัพเรดบุด
คนพวกนี้ต้องการจะทำร้ายเรา
พวกเขาต้องการต่อสู้!”
ในประตูปราสาทเรดบุดอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร
ที่ระยะใกล้ขนาดนั้น
พวกทหารเรดบุดที่รู้สึกเบื่อหน่ายเฝ้ายามอยู่ที่ประตูปราสาทได้ยินเสียงตะโกนของบีบี แม้ว่าพวกเขาจะถูกส่งมาประจำการที่นี่
ปกติใครจะกล้าก่อเรื่องยุ่งยากที่นี่กันเล่า?
พวกเขาจึงรู้สึกเบื่ออยู่เสมอ
ตอนนี้เมื่อได้ยินคนร้องเรียกพวกเขา
พวกเขาจึงรู้สึกตื่นเต้น
“เฮ้, เกิดอะไรขึ้น?” บุรุษร่างกำยำชุดคลุมดำร้องตะโกนทันที “ข้าจะไปดูก่อน”
“พี่น้อง, เราไปตรวจดูกันทั้งหมดนี่แหละ”
ทหารเรดบุดราวๆ
สิบคนเดินเข้ามาด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นทหารเรดบุดเดินเข้ามา หน้าของเอ็ดมอนด์ดูบิดเบี้ยวน่าเกลียดทันที
เขาเป็นเทพชั้นสูงก็จริง!
แต่เขาเป็นเทพที่หลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ ในแดนนรก... มีคนมากมายที่ทรงพลังมากกว่าเขา พ่อบ้านประจำเผ่า..
บางทีอาจแสดงพลังอำนาจของเขาในเผ่าได้... แต่ในเมืองรอยัลวิง
เขาไม่กล้าแม้แต่จะผายลม!
“เกิดอะไรขึ้น?” ทหารเรดบุดมากกว่าสิบคนเดินเข้ามาดู หัวหน้าของพวกเขาตะโกน
“ข้าได้ยินเสียงคนตะโกนว่ามีคนต้องการสู้ใช่ไหม? นี่คือเมืองรอยัลวิง ใครกล้าสู้ทะเลาะกัน!”
เสียงตะโกนของทหารกองทัพเรดบุดที่ใกล้เข้ามาทำให้คนของเอ็ดมอนด์ที่แสดงความป่าเถื่อนและหยิ่งยโสเมื่อครู่ไม่กล้าเหิมเกริมอีกต่อไป
“ใต้เท้ากองทัพเรดบุด คนพวกนี้เป็นคนของเผ่าเรา ขณะที่ข้าเป็นผู้นำการเดินทางพาเผ่าข้าเข้าเมืองในครั้งนี้ ข้าแค่กำลังแนะนำพวกเขา ไม่มีอะไรอื่น” เอ็ดมอนด์อธิบาย
ขณะที่นักรบชุดม่วงขมวดคิ้วและกล่าว “หือ? เผ่าเดียวกันหมดเลยหรือ?”
“ถูกต้อง
พวกเขาเป็นคนเผ่ามังกรดำของเรา”
คนที่อยู่ใกล้เอ็ดมอนด์รีบพูดเสริม
“ฮึ, เมื่อเราเข้าร่วมเผ่า กติกาบอกว่าเราสามารถจากไปได้เมื่อเราต้องการ
แล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาบังคับให้เรากลับไปพร้อมกับเจ้า?” บีบีตะโกน
“เอ็ดมอนด์!” ลินลี่ย์มองเขาตรงๆ “ข้าเคยนับถือท่าน
และในฐานะที่ท่านคือท่านเอ็ดมอนด์ ท่านควรจะรู้สถานะของตัวเอง
อีกอย่างเมืองรอยัลวิงไม่ใช่เผ่ามังกรดำ
ข้าขอบอกท่านตอนนี้เลยว่าเราสามคนขอถอนตัวจากเผ่ามังกรดำอย่างเป็นทางการ”
ตอนนี้หน้าของเอ็ดมอนด์บิดเบี้ยวน่าเกลียดกว่าเดิม
แต่มีทหารของกองทัพเรดบุดอยู่ใกล้ เขาไม่กล้าแสดงความโอหัง
“โอว, น่าสนใจนี่”
บุรุษหนุ่มรูปงามผมขาวชุดม่วงและมีเขาเดียวหัวเราะ “ในแดนนรก
แม้ว่าการฆ่าและการก่อสงครามจะเป็นเรื่องทั่วไป
แต่ทุกคนมีเสรีภาพเป็นของตนเอง
เผ่าของเจ้าไม่สามารถบังคับคนอื่นให้ทำตามใจได้จริงไหม?”
กลุ่มของเอ็ดมอนด์ไม่กล้าส่งเสียง
บีบีคำนับให้กับทหารกองทัพเรดบุดพลางกล่าว “ขอบคุณใต้เท้า,
มิฉะนั้นพวกคนแก่เหล่านี้เตรียมจะใช้กำลังแล้ว”
“ไม่ต้องห่วง”
บุรุษหนุ่มชุดม่วงผมขาวหัวเราะขณะกล่าว
“นี่คือเมืองรอยัลวิง
เมืองรอยัลวิงมีกฎของเมืองรอยัลวิง
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเทียมเทพหรือเทพชั้นสูง
พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อเหตุรุนแรง
ใครก็ตามบังอาจก่อเหตุรุนแรง..ฮ่าฮ่า... เราพี่น้องกำลังเบื่ออยู่พอดี”
ทหารของกองทัพเรดบุดมองหน้าเอ็ดมอนด์และคนอื่นๆ
เหงื่อเยียบเย็นผุดจากหน้าผากเอ็ดมอนด์
เผ่าเล็กๆ
อย่างพวกเขาจะกล้าตอแยกองทัพเรดบุดที่น่ากลัวได้ยังไง
“ใต้เท้ากองกองทัพเรดบุด เรื่องไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อครู่นี้
ข้าแค่ไม่เต็มใจจะแยกจากพวกเขา
ดังนั้นข้าจึงพูดกับพวกเขาไม่กี่คำ
ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขัดขวางพวกเขา
ถ้าพวกเขาต้องการจะจากไป ข้ายอมรับเรื่องนั้นได้เป็นธรรมดา ทุกคนก็รู้เรื่องนี้ ไม่มีใครจะห้ามมิให้พวกเขาจากไป” เอ็ดมอนด์รีบพูด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลินลี่ย์ต้องยอมรับว่าเอ็ดมอนด์ผู้นี้หนังหนาและไร้ยางอายจริงๆ
“โอว, เป็นอย่างนั้นหรอกหรือ ก็ดีแล้ว งั้นพวกเจ้าทุกคนก็ไปได้แล้ว” บุรุษหนุ่มผมขาวชุดม่วงพูดและหัวเราะอย่างใจเย็น
เอ็ดมอนด์และคนอื่นลอบระบายลมหายใจโล่งอก หลังจากคำนับแล้ว
พวกเขาชำเลืองมองลินลี่ย์และจากไป
“ข่มขู่ข้าหรือ?”
ลินลี่ย์ชำเลืองมองเอ็ดมอนด์จากด้านข้างเช่นกัน
นี่คือเมืองรอยัลวิง
ลินลี่ย์ไม่เคยกังวลเรื่องเอ็ดมอนด์
“ตาแก่นั่น เมื่อข้าคิดว่าตาแก่นั่นเพิ่งมองด้วยแววตาหวาดผวาเพียงไหน
ตอนที่ทหารเรดบุดมาถึง ข้าอยากขำ ฮ่าฮ่า...”
บีบีดีใจอย่างเห็นได้ชัด
ลินลี่ย์กับเดเลียเมื่อเห็นท่าทางของบีบีก็อดขำไม่ได้เช่นกัน
“เราไปหาที่พักกันก่อน” ลินลี่ย์กล่าว
เดเลียขมวดคิ้ว “ลินลี่ย์! เจ้าจำได้ไหม?
ดีบาลาบอกว่าการพักอยู่ในเมืองรอยัลวิงแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายหลายร้อยศิลาดำ”
“เราไปหาดูกันก่อน” ลินลี่ย์รู้สึกงงมากเช่นกัน
ถ้าพักคืนเดียวแพงมากอย่างนั้นสถานการณ์ก็คงจะน่ากลัวมาก
กลุ่มของลินลี่ย์มารอที่ห้องโรงแรมเลิศหรูอยู่ใกล้ปราสาทเรดบุด
ที่ห้องติดต่อของโรงแรมมีการตกแต่งบางอย่างทำให้ลินลี่ย์อดถอนหายใจชมเชยไม่ได้
คุณภาพของรูปแกะสลักที่นี่ไม่ต่ำกว่าของเขาแม้แต่น้อย
“ค่าครองชีพที่นี่จะคำนวณได้ยังไง?” บีบีพูดขึ้น
หญิงงามผมยาวในชุดม่วงได้ยินชัดเจนจึงหัวเราะ “การเข้าพักที่นี่แต่ละครั้งราคาแปดร้อยศิลาดำ”
ลินลี่ย์
เดเลียและบีบีตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ตราบเท่าที่พวกท่านอยู่ที่นี่ไม่เกินหนึ่งปีไม่ว่าท่านจะพักนานเท่าใด
ราคาพักอยู่ก็จะเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม
ถ้าพวกท่านต้องการพักหนึ่งปีกับหนึ่งวันก็จะต้องจ่าย 1600 ศิลาดำ” หญิงสาวผมยาวชุดม่วงพูดพลางหัวเราะ
กลุ่มของลินลี่ย์ถอนหายใจโล่งอก
สถานที่นี้แตกต่างจากทวีปยูลาน ค่าเข้าพักแรมไม่ได้คำนวณเป็นรายวัน พวกเขาคำนวณเป็นรายปี
ค่อยสมเหตุผล...
เมื่อพวกเทพฝึกและทำสมาธิ
พวกเขาจะใช้เวลาหลายเดือนในแต่ละช่วง
“แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น
ถ้าราคาใช้จ่ายต่อปีคือแปดร้อยศิลาดำ
อย่างนั้นหมื่นปีอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องจ่ายแปดล้านศิลาดำ? และได้แค่ห้องเดียว โรงแรมนี้มีหลายห้อง” ลินลี่ย์ลอบตกใจ “ธุรกิจโรงแรมที่นี่ทำกำไรดีจริงๆ”
ห้องในทุกโรงแรมในเมืองรอยัลวิงเป็นห้องพักเดี่ยวและมีลานว่าง ที่สำคัญพวกเทพชอบความเงียบในเวลาที่ฝึกฝน
“พวกท่านทั้งสามตั้งใจจะพักอยู่ใช่ไหม?” สตรีผมม่วงกล่าว
ขณะมองกลุ่มของลินลี่ย์อย่างคาดหวัง

6 ความคิดเห็น:
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุนคับ
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น