วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 1078 กลิ่นคุ้นเคย?



ตอนที่  1078  กลิ่นคุ้นเคย?

การประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนในเมืองใบทองเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ


แม้ว่าชื่อจะเป็นการประชุมสัมมนาสำหรับผู้พเนจรแดนฟ้า  เป็นโอกาสสำหรับกองกำลังหลักในการแข่งขันหรือสื่อสารกันอย่างลับๆ   เต็นท์กระโจมจำนวนมากถูกสร้างขึ้นชั่วคราวในสถานที่ด้านนอก  สิ่งเหล่านี้เป็นจุดแสดงนิทรรศการของสามัญชนและทหารรับจ้าง นักธุรกิจขนาดเล็ก  พวกเขาไม่มีคุณสมบัติเข้าสู่สถานที่จัดงาน  นอกจากนี้ยังมีห้องโถงศูนย์แลกเปลี่ยนที่ซึ่งขุนนางชนชั้นสูงเท่านั้นที่เข้ามาได้

ในแวดวงชนชั้นสูงไม่สนใจสินค้าทุกอย่างที่ขายในพื้นที่สามัญชน

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามัญชนเหล่านี้จะนำมาซึ่งความมีชีวิตชีวารายได้ และทางเลือกในการแลกเปลี่ยนมากขึ้น  ในสถานที่ใดๆ ที่มีการจัดการประชุมสัมมนาแล้วประสบความสำเร็จจะเพิ่มความมั่งคั่งในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก

ไม่มีใครคิดมากเกินไปเกี่ยวกับการค้าขายและรายได้จากภาษี

 “ไตตันน้อย! สองวันมานี้เจ้าได้ผลรับอะไรมาบ้าง?”  อาจารย์ใหญ่พาเย่ว์หยางไปที่โถงกลางเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสัมมนา เมื่อเดินไปครึ่งทางเหมือนเขานึกได้จึงถามอย่างไม่เป็นทางการ

 “อ่า..ไม่เลวเลย ข้าใช้จ่ายไปถึง 400 ผลึกสวรรค์แล้ว”  เย่ว์หยางตอบคำถามในลักษณะนี้  ฟ่านอี้ซื่อที่อยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะเยาะเย้ยเกือบทรุดลงกับพื้น  นี่เขาใช้จ่ายอะไรรวดเร็วขนาดนั้น?  นี่เขาใช้เงินมากเกินตัวหรือเปล่า?   ในเวลาไม่ถึงสองวันใช้เงินไปถึง 400 ผลึกสวรรค์  นี่เขาไม่เรียกว่าใช้เงินแล้ว  เขาเรียกว่าโยนเงินลงทะเล!  โชคดีที่เงินผลึกสวรรค์ที่เย่ว์หยางใช้ไปไม่ใช่ส่วนแบ่งของฟ่านอี้ซื่อ มิฉะนั้นฟ่านอี้ซื่อคงจะอกแตกตาย

 “.....”  ชายชราเคราดำสูดหายใจหนาวเหน็บ  400 ผลึกสวรรค์ เขาซื้อของอะไรกันแน่?

 “ดีมาก เงินผลึกสวรรค์ นำมาเพื่อใช้จ่าย ไม่ใช่เอามาเก็บ”  อาจารย์ใหญ่พยักหน้า  และเขาเกรงว่าศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของเขาจะไม่เต็มใจใช้เงิน!

ในความคิดของเขา เย่ว์หยางเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในโลก เป็นเด็กกตัญญูที่สุดในโลก

อะไรก็ตามที่เขาใช้จ่ายไป ย่อมทำให้เขาสบายใจที่สุด

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขาเกรงว่าเด็กคนนี้จะไม่ยอมใช้เงิน

อาจารย์ใหญ่ไม่ได้ถามเย่ว์หยางเกี่ยวกับราคาของที่เย่ว์หยางซื้อ  เขารู้สึกว่าย่อมมีประโยชน์อย่างแน่นอน  นั่นต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการศึกษาหรือวิจัย ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยที่น่าเบื่อ

เพราะเป็นคนโปรดปรานของอาจารย์ใหญ่ ฟ่านซื่ออี้ซื่อรู้สึกอิจฉามากจนเลือดแทบหยาดหยด

เมื่อตอนที่เขาอยู่ในโรงเรียน ทำไมครูใหญ่ไม่เห็นคุณค่าของเขามากเท่าใดนัก?

น่าคลั่งใจแทบตายจริงๆ!

ห้องโถงกลาง มีพื้นที่ใหญ่ขนาดเท่าสนามฟุตบอล น่าจะใหญ่กว่าเล็กน้อย ด้านล่างเป็นพื้นที่โถงกว้างใหญ่หรูหรา ไม่มีหลังคา การตกแต่งเป็นรูปปราสาทมีหอหลังคาแหลมเล็กๆ สามเสา ขุนนางที่มีชื่อเสียงที่สุดเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าปราสาทด้านบน  กงสุลอย่างฟ่านซื่ออี้อาจมองว่ามีตำแหน่งฐานะ แต่เขาไม่มีคุณสมบัตินี้หากต้องการเข้าในกลุ่มขุนนางชั้นสูง  ในบรรดาผู้มีชื่อเสียงอย่างเป็นทางการจำนวนมากที่มาเยือนเมืองใบทองมีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือระดับอาจารย์ใหญ่จึงจะเข้าไปได้

 “เจ้าไปจับจ่ายซื้อของข้างล่างก่อน  ข้าจะไปพบสหายเก่าสักสองสามคน  ถ้าเป็นไปได้ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักพวกเขาสักหน่อย”  อาจารย์ใหญ่ต้องการนำเย่ว์หยางไปที่ชั้นบนสุดของห้องโถงกลาง  แต่เย่ว์หยางยังไม่เต็มใจจะเปิดเผยตัวตนของเจ้าของปราสาทไดมอนด์สตาร์และพยายามบ่ายเบี่ยง

อาจารย์ใหญ่คิดว่าเขาต้องการศึกษาหุ่นบินในลักษณะไม่เป็นบุคคลสำคัญ แต่เขาเกรงว่าคนอื่นจะแย่งศิษย์รักที่เขาภูมิใจไป หลังจากที่เขาพบความจริง

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ยืนยัน

สำหรับเย่ว์หยางนั้น เขาต้องการฟังความปรารถนาของบัณฑิตพันปีเพื่อสอนบทเรียน   อาจารย์ใหญ่ก็พยายามอย่างดีที่สุด  และถ้าเป็นไปได้เขาอยากขอให้บัณฑิตพันปีมาสอนเย่ว์หยาง... เจ้าเมืองใบทองอยู่กับผู้มีอำนาจหลายคน

เขาเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมสัมมนา

ก็เหมือนกับการกล่าวเปิดงานตามปกติ แรงบันดาลใจที่น่าหลงใหล คำพูดระลึกถึงอดีตและมองไปถึงอนาคตข้างหน้า  ดูเหมือนว่าเย่ว์หยางจะง่วงนอนกับคำพูดเหล่านี้ในการสัมมนาอย่างเป็นทางการของโลกเก่าของเขา  แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นแบบแผนทางการ  เย่ว์หยางบางครั้งก็ดีใจ เขาเป็นเด็กหมกมุ่นเก็บตัวก่อนจะข้ามโลกมาที่นี่  คนที่ไม่ใช่ข้าราชการได้ยินได้ฟังคำพูดที่ว่างเปล่าคงรู้สึกรำคาญ  แต่ก็เป็นจริง นั่นเป็นชีวิตที่ทรมานที่สุด  หลังจากข้ามโลกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุนอู๋โหย่วจักรพรรดิต้าเซี่ยผู้มีความสุขุมรอบคอบ ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ในกิจการของเขา หรือจักรพรรดิเทียนหลัวผู้เอาแต่เก็บตัวอย่างเกียจคร้านก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสที่พูดจาไร้สาระ.. เมื่อคำพูดจบลงก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างอบอุ่น

ถัดจากนั้นเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำ  หลายๆ คนตั้งใจฟังด้วยความสนใจ เมื่อดูหน้าแต่ละคน เย่ว์หยางเบื่อจนหาวแล้วหาวอีก

ต่อมาเป็นคำกล่าวของตัวแทนบางคนเช่น ตัวแทนนักเรียนยอดเยี่ยมผู้พเนจรแดนฟ้า คุณชายจินฉี บุตรคนที่สี่ของเจ้าเมืองใบทอง

ผู้เกิดใหม่ที่กล่าวขานกันว่าได้คิดค้น หุ่นรบแม่เหล็ก

เย่ว์หยางเริ่มคิดว่าจินฉีผู้นี้นับว่าไม่เลว สามารถคิดค้นหุ่นรบแม่เหล็ก ใช้พลังในสนามรบได้ ประมาณว่าไม่ด้อยไปกว่าหุ่นรบล่องหนที่จอมปีศาจไคเทียนพัฒนา  ตอนกลางเย่ว์หยางถามเกี่ยวกับหุ่นรบแม่เหล็กซึ่งอาจารย์ใหญ่กลับดูถูกอย่างคาดไม่ถึง  อย่างไรก็ตามผู้สร้างหุ่นรบแม่เหล็กที่แท้จริงเป็นคนอื่น ไม่ใช่จินฉบุตรคนที่สี่ของเจ้าเมืองใบทอง

เมื่อได้ยินเรื่องภายในแล้ว เย่ว์หยางรู้สึกทันทีว่าเขาไม่ต้องเสียเวลากับจินฉผู้นี้มากแล้ว

มิน่าเล่าอาจารย์ใหญ่ถึงได้ดูถูกดูแคลนคนหลอกลวงผู้นี้

อย่างไรก็ตาม เขายังคิดถึงมัน

คนงี่เง่าอย่างจอมปีศาจไคเทียนสะสมความรู้มาเป็นหมื่นปีได้พัฒนาหุ่นรบล่องหน ใครกันที่พัฒนาหุ่นรบแม่เหล็ก?  จินฉีจะเทียบได้กับจอมปีศาจไคเทียนและจีอู๋ลี่ได้ไหม  แม้แต่จงหัวผู้เป็นเจ้าตำหนักแสง และกัปตันคุ้กผู้เป็นจักรพรรดิแดนดินของแดนสวรรค์ ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมากจะพัฒนาหุ่นรบที่ไม่แคยมีมาก่อนในหุบเขามนุษย์  อัจฉริยะผู้ร้ายกาจไม่ธรรมดาเดินทางมาถึงแล้วและมีอยู่คนเดียวผู้ได้รับมรดกความรู้และอักขระรูน ผ่านด่านสิบสองนักษัตร เข้าถึงโลกพฤกษาในบันไดสวรรค์ ได้รับแกนพลังงานอักขระรูนโบราณขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยภูมิปัญญานับไม่ถ้วน เย่ว์หยางได้มาถึงแล้ว

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็คงไม่สามารถทำได้อย่างเด็กหนุ่มจากโลกอื่นแน่

นอกจากนี้ เย่ว์หยางยังได้รับประสบการณ์สองเท่าจากนางพญาเฟ่ยเหวินหลี และพี่สาวของแม่สี่ผู้ประสบความสำเร็จในหุบเขามนุษย์!

 “ทำไมเจ้าหยาบคายเสียมารยาทจริงๆ?  เมื่อคนสำคัญกำลังพูด เจ้าไม่มีความเคารพ เจ้าละเมิดข้อปฏิบัติพื้นฐานที่มิอาจยกโทษให้ได้  จงใจทำพฤติกรรมที่ไม่ดีทำให้คนอื่นเสียสมาธิ  ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าเป็นขุนนางได้อย่างไร  บางทีเจ้าอาจเป็นนักต้มตุ๋นที่ฝีมือต่ำได้แต่ลอกเลียนแบบขุนนาง!” นักเรียนชั้นยอดที่ยืนอยู่ข้างเย่ว์หยางเป็นนักเรียนชั้นยอดของเมืองเปลวอาทิตย์คาดว่าเป็นสหายสนิทกับจินฉีแห่งเมืองใบทอง เมื่อเห็นเย่ว์หยางหาวเรื่อยๆ เขารู้สึกรำคาญมาก ถ้าไม่คำนึงถึงสถานภาพอันสูงส่งของตนเองเขาจะจับเย่ว์หยางโยนออกไปข้างนอก

 “นักเรียนสอบตก?”  เย่ว์หยางแค่ใช้หางตามอง

เย่ว์หยางพูดว่านักเรียนสอบตกก็คือผู้ที่ไม่สามารถเข้าสู่สิบอันดับแรกในพิธีประเมินคะแนนชีวิตของผู้มาใหม่

ถ้ามาตรฐานนี้นำไปใช้กับทหารรับจ้าง พวกเขาคงไม่สนใจ

สามารถสำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้น สิบอันดับแรกที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เมื่อเทียบกับแรงกดดันในชีวิตจริง พวกนี้เลื่อนลอยเหมือนเมฆ

ขุนนางชนชั้นสูงไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะผู้มีสถานะสูงส่ง พวกเขาไม่สามารถทำได้ดีหลังจากเข้าร่วมพิธีประเมินชีวิต  พวกเขาจะไม่ลาออก ไม่มีแรงกดดันต่อการเอาชีวิตรอด ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม แค่อยู่แต่ในโรงเรียน เหมือนหนอนข้าว ห้องของเย่ว์หยางมีพวกซ้ำชั้นครั้งแล้วครั้งเล่าและได้ติดสิบอันดับยอดเยี่ยมโดยตรงก็มี

หากเป็นผู้เกิดใหม่จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าเป็นลูกหลานรุ่นหลังของผู้เกิดใหม่ในหุบเขามนุษย์  พวกเขาจะไม่มีทางคิดเรื่องออกไป  บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเกียรติยศศักดิ์ศรีและสถานะในสังคมในอนาคต

เย่ว์หยางรังเกียจฝ่ายตรงข้ามที่สอบตก  เหมือนกับอีกฝ่ายมีบาดแผลแล้วเอาเกลือทาบาดแผลอีกฝ่าย

เป็นการโจมตีทางจิตใจประเภทหนึ่งทำให้คนรู้สึกเจ็บปวดได้!

ขุนนางอย่างเจ้าเป็นตัวอะไร

ใครกันที่ควรแสดงความหยิ่งยโสเช่นนั้น?

ไม่มีปัญญาติดสิบอันดับแรก จะต่างอะไรกับคนสามัญ?

 “วิเศษมาก เจ้าคนเกิดใหม่, เจ้าไก่อ่อน เจ้าถนัดทักษะอะไร!  ถ้าเจ้าไม่สามารถชนะการแข่งขันประเมินชีวิตใหม่เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติอยู่ในวงการขุนนางชนชั้นสูง  ไม่เช่นนั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์หัวเราะเยาะการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่องซึ่งต้องอดทนต่อการเยาะเย้ยที่ร้ายกาจจากจอมวายร้ายทั้งหลาย”  ตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์เถียงกลับ

 “ไม่ว่าจะพูดสวยหรูขนาดไหนก็มิอาจปิดบังความจริงที่ว่า เจ้าสอบตกในพิธีประเมินคะแนนชีวิตและจบการศึกษาไม่ได้” เย่ว์หยางย้อนอีกฝ่ายหนึ่ง

 “เจ้ากำลังจงใจหาเรื่องทะเลาะใช่หรือไม่?”  นักเรียนซ้ำชั้นของเมืองเปลวอาทิตย์โกรธ

 “ข้าแค่อยากจะบอกว่าในเมื่อเจ้าเป็นคนดัง อย่าทำตัวเหมือนสุนัขบ้าเที่ยวกัดคนอื่นโดยไม่ยั้งคิด”  เย่ว์หยางไม่ได้ชายตามองด้วยซ้ำ  “ไม่ฉลาดเลยนะ ยั่วโมโหคนที่ไม่ควรยั่ว หวังว่าเจ้าจะมีความรู้พอไม่กลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะ”

 “ข้าคร้านจะเถียงกับเจ้าที่เหมือนกับคนโกหก”  ตัวแทนนักเรียนเมืองเปลวอาทิตย์พยายามอดกลั้นความโกรธ

 “นอกเหนือจากการแสดงไอคิวที่ต่ำเตี้ยติดดินแล้ว เจ้ายังทำอะไรอื่นได้อีก?”  คิดจะหาเรื่องเย่ว์หยางหรือ? จะลองดีเด็กที่มาจากโลกอื่น? นั่นเท่ากับหาที่ตาย เจ้าเด็กจากโลกอื่นมีประสบการณ์ความรู้จากอินเตอร์เน็ตมากมาย แค่นี้เขายังไม่จริงจัง เพราะคู่ต่อสู้อ่อนหัดเกินไป  ถ้าเอาจริงคาดว่าอีกฝ่ายคงเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ด

 “เฮอะๆ! ตัวแทนนักเรียนจากเมืองเปลวอาทิตย์รู้สึกเหมือนอยากกระอักโลหิต

 “นักเรียนท่านนี้ ข้าไม่รู้ว่าเป็นผู้เกิดใหม่มาจากไหน?  ข้าฉีมู่จากเมืองจันทร์เงิน ขอทำความรู้จักกันได้ไหม?”  ในกลุ่มคนมีเด็กหนุ่มชุดไหมที่ให้ความรู้สึกไม่ธรรมดา ก้าวออกมาทักทายเย่ว์หยาง เขามีสีหน้าปรารถนาดี และดูเหมือนให้ความสนใจเย่ว์หยางต้องการคบเป็นสหาย

 “อะแฮ่ม, คุณชายโปรดอย่าทำอะไรที่รบกวนเราได้ไหม?”  นักเรียนตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์มีคนรูปร่างสันทัดอยู่คนหนึ่งแต่เป็นคู่หูที่ไม่กระตือรือร้นเสียเลย เขาพยายามเตือนฉีมู่แห่งเมืองจันทร์เงินอย่าเป็นสหายกับเย่ว์หยาง  โดยเฉพาะเย่ว์หยางกับเขาเข้ากันไม่ได้  ต่อไปจะกลายเป็นใกล้ชิดสหายผู้ทรยศไป

 “ข้าฉีมู่เป็นผู้ใหญ่แล้ว และข้าตัดสินใจทำเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่ต้องรอคำแนะนำจากคนอื่นอีกต่อไป”  บุรุษชุดไหมส่ายหน้า เขาหัวเราะยักไหล่อย่างมีเลศนัย

 “อย่างน้อยจะไม่คำนึงถึงมิตรภาพเก่าพันธมิตรสี่คุณชายแห่งแสงจริงๆ หรือ?”  นักเรียนตัวแทนของเมืองเปลวอาทิตย์มีสีหน้าโกรธอยู่บ้าง

 “ทุกคนต่างก็เป็นมิตรกัน!  บุรุษหนุ่มชุดไหมฉีมู่ยังคงยิ้ม

 “ก็ได้! ข้าหยางผิงจะเลิกคบกับเจ้า ทุกคนต่างไปทางใครทางมัน”  นักเรียนตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์โกรธ เขาแยกกับสหายอีกคนหนึ่งขณะเดินออกไป เขาหันกลับมามองเย่ว์หยางเหมือนกับว่าต้องการจดจำคนที่ทำให้เขาพบสถานการณ์ร้ายเอาไว้

เมื่อเห็นสหายโกรธเคือง บุรุษหนุ่มฉีมู่ได้แต่ยิ้ม

มีสหายที่ดูคล้ายสตรีอยู่ข้างหลังเขา เขากระซิบถาม  “เสี่ยวมู่!  ทำอย่างนี้จะดีหรือ?”

ฉีมู่บุรุษหนุ่มชุดไหมส่ายหน้า “สี่คุณชายพันธมิตรแสงสว่างไม่ใช่ของหยางผิง  ถ้าพี่ชายของเขาหยางฉวนพูดอย่างนั้น ก็คงเป็นเรื่องดี เขาเป็นแค่ลูกชายรอง”  เขาหันหน้าไปทักทายเย่ว์หยาง และแนะนำสหายของเขาให้เย่ว์หยางรู้จักราวกับเป็นสหายเก่า  “นี่คือคุณชายหมิงจูจากหุบเขามณีแห่งเมืองมณี  แม้จะดูเรียบร้อยเหมือนสตรีแต่พอลงสนามต่อสู้ เป็นคนน่ากลัวเหมือนกับคนบ้า เขาเป็นผู้ชนะเลิศใหม่ที่น่าภูมิใจ  เขาเป็นบุตรของผู้ชนะเลิศในรายการศึกแข่งขัน 108 หุ่นรบที่ใหญ่ที่สุด เขาสร้างสถิติที่เร็วที่สุดในการแข่งขัน แม้ว่าข้าจะมีชื่อเสียงอยู่เล็กน้อยในหุบเขามนุษย์  แต่ไม่ใช่คู่ต่อสู้คุณชายหมิงจูในการดวลตัวต่อตัว”

หลังจากได้ฟังแล้วเย่ว์หยางเงยหน้ามองบุรุษหนุ่มที่ดูเหมือนสตรีขึ้นๆ ลงๆ จากนั้นยิ้ม  “ถ้าเจ้าสวมชุดสตรีจะไม่มีใครจำเจ้าได้เลยว่าเจ้าเป็นบุรุษ”

ใบหน้าของบุรุษหนุ่มรูปงามแดงก่ำ  หน้าของเขาเหมือนหยกที่ย้อมสีแดง เขากำหมัดแน่นจากนั้นก็คลายหมัด  ดวงตาที่งดงามเหมือนสตรีมองดูเย่ว์หยาง  “ไปกันเถอะ, เจ้าไร้มารยาทมาก  ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเจ้าเป็นคนใหม่ หยิ่งยโสเกินไป ข้าจะท้าเจ้าสู้แน่!

เย่ว์หยางรีบยกมือทันที  “ก็ได้ ข้าขอโทษ!

บุรุษหนุ่มรูปงามนามหมิงจูได้ยินแล้วยังคงโกรธมาก  “คำขอโทษของเจ้าไม่มีความจริงใจ!

 “ไม่มีคำขอโทษที่จริงใจ แต่ยังไงก็ยังเป็นคำขอโทษ”  เย่ว์หยางเล่นปากเล่นคำ

 “เจ้า เจ้า....” บุรุษหนุ่มหมิงจูโกรธจัดจนพูดไม่ออก

 “น่าสนใจ เจ้าโง่หยางผิงไม่เป็นปัญหา  แต่ข้าไม่เคยเห็นใครกล้าเสียมารยาทกับคุณชายหมิงจู ข้าต้องบอกว่าความกล้าของเจ้านั้นไม่เบาเลย  นักเรียนใหม่ที่น่าสนใจ เจ้าชื่ออะไร? มาจากไหน? อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร? ข้าอยากรู้ว่าอาจารย์แบบไหนที่สามารถสอนศิษย์ให้กล้าหาญและอารมณ์ขันได้  คุณชายฉีมู่ยังหัวเราะต่อ

 “ตอนนี้ข้าขอเก็บเป็นความลับชั่วคราวก่อน!  เย่ว์หยางโบกมือลาทั้งสอง  “ในโลกนี้ มีบางเรื่องพูดไปแล้วคงไม่สนุก ต่อให้เจ้าไม่พูดก็ตาม เจ้าจะรู้เมื่อถึงเวลาที่ควรรู้”

 “เฮ้ เจ้าลึกลับมากนักหรือ? แค่ชื่อก็บอกไม่ได้หรือยังไง?”  ฉีมู่จ้องมองเขา

 “เขาไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย!  หมิงจูบุรุษหนุ่มรูปงามตัดสินใจสะบั้นสัมพันธ์กับเย่ว์หยางโดยตรง

หลังจากเย่ว์หยางเดินออกไป ทั้งสองคนมองหน้ากันเองอีกครั้ง

บุรุษหนุ่มหมิงจูขมวดคิ้ว

ถ้าบุรุษทั่วไปขมวดคิ้วอย่างนั้น คาดได้ว่าจะกลายเป็นสีหน้าที่น่าอายทันที  มันน่าเกลียดเท่าที่เป็นไปได้  แต่คุณชายหมิงจูผู้นี้ไม่ใช่ การขมวดคิ้วของเขาไม่น่าเกลียดแม้แต่น้อย ที่น่าแปลกก็คือเขาขมวดคิ้วได้งามกว่าสตรีเสียอีก

ฉีมู่ก็ขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนอมบอระเพ็ดเป็นเวลานาน ทันใดนั้นเขาปรบมือ  “คิดว่าเจ้าเด็กนี่ เราเคยพบเห็นมาก่อนไหม?”

หมิงจูปฏิเสธทันที  “เป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยพบเจอเขามาก่อน!

ฉีมู่ถาม “ถ้าอย่างนั้นทำไมข้ารู้สึกว่าคุ้นๆ?”

หมิงจูแค่นเสียงทันที “คุ้นหรือ? เจ้าแน่ใจหรือ? เจ้าแน่ใจว่ากลิ่นโง่ จะไม่เหมือนกันใช่ไหม?”

8 ความคิดเห็น:

Bibibi กล่าวว่า...

หมิงเยว์กวงหรือเปล่า

Deils(of)darK กล่าวว่า...

หมิงจู = หมิงเยว์กวง หรือป้าวเน้อถึงได้คุ้นๆเหมือนเคยเจอ

manit กล่าวว่า...

ใจจ้า

BJ กล่าวว่า...

น่าจะเป็นพี่น้องแส่หมิง

zen zen กล่าวว่า...

ไม่ไช่หมิงเย่กวงแน่นอนเพราะหมิงเย่กวงเป็นผู้หญิง

เอีย กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
เอีย กล่าวว่า...

สปอยยใช่หมิงเยกวง 100/จากคนที่ดำมา รักกันด้วยนะได้จูบกันด้วยเเต่ไม่สมหวังกันเพราะเค้ากลายเป็นเทพ ก้เลยถูกวาปไปอีกมิติเพื่อฝึก....หลังจากนั่นจนจบก้ไม่ได้เจอกันเลยเพราะผู้เเต่งตัดจบ(จะโดนลบหรือด่าเพราะสปอยไหมนี่!!!)

chay กล่าวว่า...

น่าจะใช่ๆ ลุ้นๆ

แสดงความคิดเห็น