วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 379 จะฆ่าเจ้าให้ได้!



ตอนที่  379  จะฆ่าเจ้าให้ได้!
หญิงสาวที่ถือมีดเตรียมจะเอาก้อนหินทุ่มหัวเย่ว์หยาง  นางตระหนักได้ว่าเย่ว์หยางนอนอยู่บนพื้นอย่างเซื่องซึม  ดูเหมือนเขาตายแล้ว
นางกลัวมากจนมือสั่น  ก้อนหินในมือนางร่วงแทบจะทับเท้าของนาง
นางเตะร่างเย่ว์หยางเพื่อพิสูจน์ว่าเขาตายจริงๆ “เฮ้, เจ้าตายจริงๆ เหรอ?”
 
 “โอว...ท่านไตตันที่น่าสงสาร..”  เจ้ากบอ้วนจั๊ดด์ร้องไห้ขณะที่พุ่งเข้ามาหาเย่ว์หยาง  ฝีมือการแสดงยังยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเย่ว์หยางที่แกล้งเป็นร้อยเท่า  ต่อให้ดารานักแสดงยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ก็ยังแสดงได้ไม่ดีเท่ากับเขา  เนื่องจากการแสดงที่น่ากลัวของจั๊ดด์  เด็กสาวที่ถือมีดเริ่มตื่นตระหนกขณะที่นางพยายามปรับตนเอง  “ข้าไม่ได้ทำให้เขาตายนะ  ไม่ใช่ข้าจริงๆ  ข้าต้องการแค่ขู่ให้เขากลัว  ใครจะรู้กันว่า ที่นี่มีนักฆ่าแฝงตัวอยู่จริงๆ? ตอนนี้ช่วยเขาไม่ได้จริงๆ เหรอ? ข้าไม่มีพลังรักษา ไม่มีอสูรสายเยียวยา  ใครก็ได้ มาช่วยทีสิ!
ความจริง นางมาคิดหาทางช่วยเหลือเอาในตอนนี้  แสดงว่านางเชื่องช้าพอๆ กับไดโนเสาร์  แต่โชคดีที่นางดูแล้วไม่แย่เหมือนกับมองไดโนเสาร์  เพราะยิ่งมองดูนางมากเท่าใด ก็ยิ่งดูน่ารักมากเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง พี่น้องเซี่ยผู่และทอเรนที่ล้อมตัวนักฆ่าพลางบุกจู่โจมอย่างดุเดือด
มือสังหารมิได้มีพลังเท่ากับคนทั้งสาม  แต่เขาเอาตัวรอดได้เก่งมาก  เขาสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีทำร้ายได้ทั้งหมด นอกจากพี่น้องเซี่ยผู่ที่ไม่มีพลังพอจะต้านเขาได้
มีกองกำลังเข้ามาช่วยเหลือหลังจากนั้นไม่นาน
บุรุษสองคนซึ่งมีพลังคล้ายๆ กับพี่น้องเซี่ยผู่โจมตีเข้ามาจากด้านข้างอุโมงค์ ขณะที่พวกเขาต่อยใส่โกเล็มที่เชื่องช้าส่งผลให้มันปลิวกระเด็น  ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายมีพลังพอกัน บวกกับทักษะของนักลอบสังหาร
 “นี่คือของขวัญจากเซี่ยเหอเจ้านายข้า  หวังว่าพวกเจ้าจะชอบ หึหึ!  นักฆ่าถือโอกาสในช่วงวุ่นวายสับสนเรียกอสูรหมอกเพื่อช่วยให้ตนเองหลบหนีได้สะดวก
 “ไม่ต้องไล่ตามมันอีกต่อไปแล้ว...”  เซี่ยผู่รู้ว่าพวกเขาไม่มีทางเอาชนะได้ ถ้าพวกเขายังไล่ตามต่อไป
คู่ต่อสู้สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจปรารถนา  ทั้งที่ถูกโกเล็มสองตัวล้อมไว้ทั้งที่มียามมากกว่าร้อยคน
พวกเขายังจะทำอะไรได้อีก  ต่อให้พวกเขาตามจับนักฆ่านั้นได้?
ความจริงพวกเขาหลงกลติดอยู่ในกับดักของศัตรูตั้งแต่ก่อนเริ่มต่อสู้
 “การลุกฮือของพวกทาสเป็นเพียงเครื่องมือที่น่าสงสารที่ต้องสละตัวเองหว่านความขัดแย้งระหว่างนักสู้ปราณก่อกำเนิดไตตันและเซี่ยเหอ หนึ่งในสามผู้นำ  ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร  พวกเขาก็ไม่อาจหนีพ้นจากความตายไปได้  การเจรจาต่อรองกลายเป็นแผนการที่ฟุ่มเฟือย ความหวังและแผนที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือหลบหนี พี่น้องเซี่ยผู่มองหน้ากันและกันและพยักหน้า  เซี่ยผู่แฝดผู้พี่พูดว่า “ท่านไตตันน้อยถูกทำร้ายโดยฝีมือนักฆ่าคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของเราตั้งแต่แรก  ถ้าท่านไตตันรู้เรื่องเข้า  เขาคงจะโกรธมากและเราคงไม่สามารถต้านทานความโกรธจากนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่งได้  ถ้าทำได้ ขอให้รีบไปจากที่นี่ทันที  แต่ถ้าพวกเจ้าไม่อาจจากไปได้เนื่องจากผูกพันกับครอบครัว  ก็ขอให้ไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ อย่าให้ผู้ใดรู้ว่าพวกเจ้าอยู่ที่นี่  ขณะที่มีการเปลี่ยนแผน ข้ากับน้องยินดีจะแบกรับผลของการกระทำทั้งหมด  รีบไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป”
พอได้ยินเช่นนั้น  พวกยามที่จับกลุ่มกันอยู่ร้อยคนเริ่มปั่นป่วน  บางส่วนก็วิ่งหนีไปทันที
หลังจากพวกเขาจากไปแล้ว  พวกที่ยังเหลือก็กังวลมากยิ่งขึ้น
จากนั้นกลุ่มคนมากกว่าสิบก็วิ่งหนีไปด้วย
แม้ว่าบางคนจะยังคงมีมารยาทพอกล่าวคำอำลาพี่น้องเซี่ยผู่ก่อนจะถอนหายใจจากไป  บางพวกก็หนีออกไปโดยไม่หันกลับมามองเลย  พวกเขาทิ้งอาวุธไว้ด้วยความกลัวว่านักสู้ปราณก่อกำเนิดจะมาเมื่อใดก็ได้
พวกยามโดยรอบ มีทอเรนเป็นหัวหน้าหันมามองพี่น้องเซี่ยผู่กับพวกทาสที่ยืนตัวสั่น  จากนั้นเขากล่าวว่า “เซี่ยผู่ เซี่ยเอ่อ  ไปพร้อมกับเราเถอะ  พวกที่รั้งอยู่ที่นี่จะต้องตายแน่นอน  นี่ไม่ใช่ความผิดของเรา  แม้แต่คนตาบอดก็เห็นว่ามันเป็นกับดัก  ความโกรธกริ้วของนักสู้ปราณก่อกำเนิดสุดที่คนอย่างพวกเราจะทนรับได้!
 “ถ้าไม่มีคนอยู่ที่นี่เพื่อแบกรับผลของการกระทำ  ข้าเกรงว่าทุกคนที่นี่จะสูญเสียชีวิตกันหมด  มีบางคนต้องรับผิดชอบ  เราสามารถจากไปได้  แต่คนงานที่นี่ทำไม่ได้ เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ที่นี่  เราสัญญาไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือพวกเขา  ดังนั้นข้ากับน้องจะอยู่ที่นี่เพื่อรักษาสัญญาต่อไป” เซี่ยผู่บุรุษหน้าบากโบกมือ “ไปเสียเถอะ  เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพราะเรา  ท่านไตตันน้อยถูกสอบสังหาร และเราช่วยเขาไม่ทัน  ทั้งยังปล่อยให้นักฆ่าหลบหนีไปได้  เรื่องนี้ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ”
 “งั้นข้าขอให้เจ้าโชคดี!” ทอเรนนำคนส่วนหนึ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว  เขากลัวว่าถ้าเขาชักช้า ไตตันใหญ่นักสู้ปราณก่อกำเนิดอาจมาถึงได้ทุกเมื่อ
 “พี่....” เด็กสาวถือมีดเพิ่งรู้สึกตัวจากอาการตกใจ
 “เจ้าก็ไปด้วยเถอะ, ไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”  เซี่ยผู่สั่ง “กลับไปแผ่นดินกู่ฟง และอย่ากลับมาที่หอทงเทียนอีก!
 “ไม่” เด็กสาวที่ถือมีดหลั่งน้ำตาเป็นสายพลางร้องไห้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าพี่ไม่มาด้วยกันทั้งหมดพร้อมข้า ข้าก็จะไม่จากไปด้วยเช่นกัน  ข้าทิ้งท่านทุกคนแล้วหนีกลับไปบ้านตามลำพังไม่ได้ ข้าสัญญากับแม่ไว้แล้วว่าเราจะฝึกฝนตนเองอยู่ในหอทงเทียนด้วยกัน และกลับบ้านพร้อมกัน”
 “เจ้าช่างโง่จริง, นี่ไม่ใช่เวลาเอาแต่ใจ  ถ้าเจ้าไม่ไป  เราจะตายที่นี่กันทั้งหมด” พี่รองเซี่ยเอ่อเงื้อมือด้วยความโกรธ ขณะที่เตรียมจะตีน้องสาว
 “อย่าตีนาง!  พี่ใหญ่เซี่ยผู่ผลักมือเซี่ยเอ่อออกห่างขณะที่เขายิ้มให้น้องสาวที่น้ำตาไหลพราก “ถ้าท่านไตตันผู้ใหญ่เป็นคนมีเหตุผล  เขาก็คงไม่ฆ่าเรา  และเรายินดีจะทำงานให้เขาเพื่อตอบแทนเขา  ดังนั้นเราจะได้เห็นแสงตะวันของวันใหม่อีกแน่นอน  ขณะนี้เราออกจากบ้านมาได้หนึ่งปีแล้ว เซี่ยเอ่อกับข้าจะอยู่ทำงานต่ออีก 2-3 ปี เจ้าควรจะกลับไปบ้านตอนนี้ อย่าให้แม่ต้องเป็นห่วงพวกเราเลย”
 “ไม่, ท่านกำลังโกหกข้า, ท่านจะไม่ได้กลับบ้านแน่นอน เจ้าโง่นั้นตายแล้ว ท่านพี่ทั้งสองจะรอดชีวิตอยู่ได้อย่างไร?” เด็กสาวที่ถือมีดร้องไห้
 “รีบจากไปซะ..” เซี่ยเอ่อคนน้องตระหนักได้ว่า ดูเหมือนสถานการณ์ไม่ถูกต้อง ขณะที่เขาตะโกนบอกทาส
เงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนเข้ามาหาพวกเขาจากระยะไกลอย่างรวดเร็ว
บางคนตระหนักได้ว่าเงาร่างนั้นดูเหมือนไตตันน้อยที่ยังนอนอยู่บนพื้นมาก
พวกเขาสวมหน้ากากทองเหมือนกัน ขนาดเดียวกัน เสื้อผ้าเหมือนกันและยังดูคล้ายกันยิ่งกว่าพี่น้องฝาแฝดเซี่ยผู่เสียอีก  พวกเขาเหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน  แต่พลังแตกต่างจากร่างที่นอนอยู่บนพื้นอย่างมากมาย  ต่อให้คนตาบอดก็เห็นได้ว่าไตตันคนที่สองนี้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดแน่นอน  แค่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เขาก็หอบเอาทาสทุกคนลงไปอยู่กับพื้นเหมือนกับเป็นพายุสลาตัน
เมื่อเขาจ้องมองพี่น้องเซี่ยผู่  พวกเขาหายใจลำบากทั้งที่คิดว่าตนเองก็มีพลัง
หัวหน้าทอเรนและผู้คุ้มกันของเขาที่หนีไปถึงปากทางเข้าถ้ำก็ตะลึงคุกเข่าลงกับพื้นและไม่กล้าขยับไปไหน
ไตตันที่มาทีหลังโบกมือตามปกติ ทำให้หัวเปื้อนเลือดสามหัวกลิ้งมาอยู่แทบเท้าเซี่ยผู่  ทุกหัวตาเบิกโพลงคล้ายกับว่ามิอาจตายตาหลับ  พวกมันคือหัวหน้านักฆ่าและสองผู้สมรู้ร่วมคิดนั่นเอง
แม้แต่จั๊ดด์ก็พลอยตกตะลึงไปด้วย  อย่าว่าแต่พี่น้องฝาแฝดเซี่ยผู่
ทำไมถึงมีท่านไตตันสองคน?
ถ้าจั๊ดด์ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทักษะธรรมชาติของกบ  เขาคงไม่อาจสูดกลิ่นเลือดของไตตันก่อนนั้นและแน่ใจว่าไม่ใช่เลือดมนุษย์  แต่เป็นเลือดมังกร  ถ้าไม่ใช่เช่นนั้นเขาห่วงว่าตนเองคงป่วยแน่
 “ขอคารวะท่านนักสู้ปราณก่อกำเนิด, ข้าขอยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของพวกเรา.. หากท่านจะลงโทษผู้ใด, โปรดลงโทษข้าเถิด, ในฐานะที่ข้าเป็นผู้นำก่อการ” เซี่ยผู่ประสานมือคารวะไตตันคนที่สอง จากนั้นย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อขอโทษ  เนื่องจากเขาย่อเข่าข้างหนึ่ง  เขาจึงส่งสัญญาณให้น้องชายกับน้องสาวเข้าไปรวมกับหมู่คนอีกครั้ง
 “ไม่, ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า, ถ้าไม่ใช่เพราะข้าคอยดันหลังเขาอยู่  เขาก็คงไม่ถูกลอบฆ่า  ถ้าท่านจะฆ่าผู้ใด  อย่างนั้นก็ฆ่าข้าเสียเถอะ” เด็กสาวที่ถือมีดเข้ามาขวางหน้าพี่ชายไว้
 “พวกเราทำทั้งนั้น” ทุกคนหมอบกราบโขกศีรษะกับพื้นทันที  ถ้านางพูดเช่นนั้น  อย่าว่าแต่นางเลย ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จะถูกฆ่า
ไตตันคนที่สองเปลี่ยนท่ายืนเล็กน้อย เปล่งรังสีอำมหิตออกมา
ทุกคนสั่นอย่างควบคุมตนเองไม่ได้  ขณะที่พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้น
ไม่มีผู้ใดคิดจะสู้ตอบโต้นักสู้ปราณก่อกำเนิด  แม้แต่พี่น้องเซี่ยผู่ก็หมดหวัง  จะเอาอะไรไปสู้ หากศัตรูของสามารถฆ่าเขาได้ง่ายดายเหมือนบี้มดด้วยนิ้วเดียว?  ยิ่งกว่านั้น ความจริงสาเหตุที่ทำให้ไตตันน้อยตายก็เนื่องมาจากการลุกฮือของพวกเขา  พวกเขาไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
เด็กสาวที่ถือมีดตัวสั่นจนเกือบจะล้มสิ้นสติกับพื้น
ในที่สุด นางขบริมฝีปากและรวบรวมความกล้า  ขณะนางโค้งตัวให้เล็กน้อยแต่ดูน่ารักกล่าวว่า “ถ้าฆ่าข้าแล้วท่านหายโกรธ  ก็เชิญเลย  ข้ายินดีชดเชยชีวิตเจ้างี่เง่านั่นด้วยความตายข้า” นางตะโกนเสียงลั่น
 “ว่าใครวะ..งี่เง่า?” เย่ว์หยางลุกขึ้นยืนตัวตรง ขู่ขวัญเด็กสาวที่ถือมีดจนทำอะไรไม่ถูก
 “จะ..เจ้าไม่ตายหรือ?” เด็กสาวประหลาดใจ
 “โอย” เย่ว์หยางตระหนักว่าปฏิกิริยาของนางไม่เหมือนกับผู้หญิงธรรมดา ทำให้รู้สึกว่าการล้อเล่นนางน่าสนใจยิ่งนัก
 “อย่างนั้นรีบบอกพี่ชายเจ้าว่าเจ้าไม่ตาย และขอให้เขาอย่าฆ่าเราเลย!  แต่ข้าคิดว่าเจ้าถูกแทงที่อกไม่ใช่เหรอ? แล้วยังปลอดภัยอยู่ได้ยังไง?” หญิงสาวที่ถือมีดเพิ่งสังเกตพิรุธออก ขณะที่นางจ้องมองดูเขา  เพราะเกราะหนังมังกรบินที่เย่ว์หยางสวมอยู่ไม่ฉีกขาด และยังไม่มีเลือดพุ่งออกมาด้วย?  เซี่ยผู่และเซี่ยเอ่อมองหน้ากันและกันขณะที่พยักหน้าให้กัน  พวกเขาไม่ได้มีความรู้สึกช้าเหมือนน้องสาวของพวกเขา  พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าเป็นอุบายเช่นกัน
ท่านไตตันใหญ่รู้ว่ามีคนวางแผนอยู่หลังฉาก  แน่นอนว่าเขาขอให้น้องชายดำเนินแผนการนี้ด้วยกัน
ในที่สุดทุกคนก็ติดกับ
แรงจูงใจและแผนการทั้งหมดถูกท่านไตตันใหญ่เปิดเผย  และความตายของไตตันน้อยทำให้ทาสทั้งหมดตกอยู่ในสถาการณ์เสียเปรียบ  แม้ว่าไตตันใหญ่จะไม่เป็นไร  แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องเป็นแรงงานชดเชยให้เขาอีกนานแค่ไหน  ดูเหมือนว่าไตตันใหญ่ไม่ต้องการฆ่าทาสที่ลุกฮือก่อการ  เขาคงต้องการให้พวกเขาเป็นทาสต่อไป
มิฉะนั้น ต่อให้ทุกคนมีร้อยชีวิต ก็ต้องตายกันทั้งหมด
ไตตันคนที่สองซึ่งมาในภายหลัง ความจริงก็คือปีศาจเงาคนคู่ที่เย่ว์หยางเรียกออกมาโดยใช้พลังของหน้ากากเจมินี่  ซึ่งมีพลังครึ่งหนึ่งของเย่ว์หยาง  ทว่าไม่มีใครสามารถบอกได้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขา
เย่ว์หยางไม่เคยเปิดเผยความจริง  ขณะที่เขาต้องการสร้างความรู้สึกให้พวกเขาเข้าใจผิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคู่ต่อสู้ของเขา
ฝ่ายตรงข้ามจะรู้สึกลำบากมากขึ้น  ถ้าเขายังมีความคิดที่ว่ามีไตตันอยู่สองคน
ปีศาจเงาเจมินี่แตะไหล่ของเย่ว์หยางเบาๆ ขณะที่มันหายวับไปทันที  เหมือนตอนที่มันมา  มันไวจนไม่มีใครทันรู้ตัว
เย่ว์หยางยังคงแกล้งเป็นตัวร้ายอีกต่อไป “พวกที่ทิ้งสหาย, พี่น้อง ไปเสียเถอะ คนขลาดเขลาที่หนีเอาตัวรอดในช่วงวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นยาม ไม่ว่าจะเป็นทาสกรรมกร เชิญไปได้เลย  สำหรับพวกเจ้าทุกคนเนื่องจากความผิดพลาดที่ก่อขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คว้าคอเสื้อข้าและดุด่าข้า  เจ้ารู้ว่าจะต้องกลายเป็นอะไรเมื่อด่าข้า?  พวกเจ้าทุกคนจะต้องเป็นคนงานของข้า ต้องทำงานหนักไปอีกร้อยปี  เงินจากการทำงานหนักของพวกเจ้าถือว่าเป็นการชดใช้ให้ข้า”
 “นะ..นี่ไม่ยุติธรรมเลย,  พวกเขาสามารถจากไปได้ แต่เราต้องอยู่ต่อ”  ยามคนหนึ่งเดินออกมาและขอร้องอย่างอ่อนน้อม “ข้าต้องการจะจากไปเช่นกัน”
 “งั้นก็ไปได้เลย” เย่ว์หยางเตะเขาจนลอยขึ้นไปในอากาศ “ใครก็ตามที่ต้องการจากไป ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!  เขาตวาด
พอได้ยินว่าพวกเขาสามารถเป็นอิสระได้โดยไม่คำนึงถึงการกระทำที่ผ่านมา  พวกยามและทาสพากันกรูออกไปอยู่ด้านหลังของทอเรนหัวหน้ายาม
แม้ว่าพวกเขาจะถูกระบุว่าเป็นคนทรยศต่อพี่น้องและอ่อนแอก็ตาม  แต่ก็คงคุ้มค่าถ้าพวกเขาสามารถได้รับอิสรภาพอีกครั้ง  เรื่องอื้อฉาวในป้อมสายฟ้าและพฤติกรรมอย่างการหักหลัง, ทอดทิ้ง เห็นแก่ตัว การอาละวาดทั้งหลายแหล่มีอยู่มากมายในป้อมสายฟ้า  เรื่องอื่นๆ อย่างความยุติธรรม, คุณธรรมและการเสียสละตนเองเป็นสิ่งที่หาได้ยาก
นอกจากทาสอีกพันคนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระได้หลังจากออกไปจากเหมือง และยามอีก 2-3 คนผู้ภักดีต่อพี่น้องเซี่ยผู่  คนที่เหลือล้วนแยกตัวจากไป
และพวกที่ยังอยู่ บางพวกก็อยากจะไป แต่ถูกจำกัดด้วยเหตุผลบางประการ
การออกไปหมายถึงการอดตาย  เพราะพวกเขาไม่มีอะไรอื่นทำได้นอกจากขุดเหมืองแร่  พวกเขาไม่มีฝีมืออย่างอื่น  อาจจะน่าสมเพชที่ว่าพวกเขารั้งเป็นแรงงานอยู่ที่นี่  แต่นี่คืองานที่พวกเขาทำมาตั้งแต่ในอดีตไม่ใช่หรือ?  ชื่อนั้นอาจจะแตกต่างกัน  บางทีไตตันน้อยผู้นี้อาจใจดียิ่งกว่าแอนตัน เช่นทำให้ทุกคนได้มีอาหารกินก็ได้
เป็นผู้ใช้แรงงาน มีอาหารเต็มท้อง ก็สมควรพอใจแล้ว
พวกเขาจะคาดหวังอะไรกับรางวัลและส่วนแบ่งเล่า?
 “ไปปล่อยท่านเหยียนเจิ้งได้”  เยว์หยางสั่งพี่น้องเซี่ยผู่ก่อน  แต่หลังจากนั้นก็หันไปทางเด็กสาวที่ถือมีด “เจ้าจะต้องเป็นสาวใช้ของข้า นับแต่นี้ไป กลับไปกับข้า”
 “ไม่!” ภาพที่ตัวนางเองถูกล่ามโซ่ที่คอ  ขณะที่วายร้ายเย่ว์หยางเฆี่ยนนางพาเดินไปตามถนนแว่บขึ้นมาในความคิดนาง  “ข้าจะไม่เป็นสาวใช้ของคนรวยแต่ขี้เกียจอย่างเจ้า  ฝันไปเถอะ  ข้ายอมตายดีกว่าเป็นสาวใช้ให้คนลามกอย่างเจ้า  ถ้าเจ้ากล้าเข้ามาใกล้ข้า ข้าจะฆ่าตัวตาย”
 “ท่านไตตัน, สตรีนางนี้ทั้งหยาบและกระด้าง นางไม่เหมาะจะเป็นสาวใช้เลยแม้แต่น้อย  ข้ามีสาวลูกครึ่งเอลฟ์ที่หน้าอ่อนแต่หุ่นเร่าร้อนอยู่คนหนึ่ง  นางไม่เพียงแต่ว่าง่ายและยินยอมตามเท่านั้น  นางยังเก่งงานบ้านทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานครัว เย็บปักถักร้อย  ถ้าให้นางคอยปรนนิบัติท่านในชีวิตประจำวัน ข้ามั่นใจว่าจะทำให้ท่านพอใจแน่นอน”  จั๊ดด์รีบแนะนำสตรีที่ดีที่สุดของเขาต่อเย่ว์หยางและสาบานสำทับว่าสาวลูกครึ่งเอลฟ์นั้นยังเป็นพรหมจรรย์  ตามความเห็นเขา  เด็กคนนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาทั้งชีวิต  ดังนั้นนางจึงไม่เคยพบบุรุษจริงๆ มาก่อน และนางกำลังรอให้เย่ว์หยางเปิดโลกทัศน์ให้นาง
หน้าเด็ก..อกโตเหยอ? (ภาษาวัยรุ่นยุคเก่าว่า หน้าประถม  .....มหาวิทยาลัย)
ความจริงเย่ว์หยางไม่ได้รู้สึกแปลกกับ หญิงสาวผู้เหมือนเป็นครูของเขา โซระ อาโออิ (ดาราเอวี) ผู้กุมหัวใจของเหล่าหนุ่มๆชาวโอตาคุทั้งมวล (บุรุษผู้หมกมุ่นเก็บตัว)  รวมทั้งตัวเขาด้วย
อย่างไรก็ตาม สาวลูกครึ่งเอลฟ์หน้าเด็กอกโต เมื่อโตขึ้นแล้วจะกลายเป็นอะไร?
เย่ว์หยางรีบพยักหน้าทำท่าทางลามก “ก็ดีเหมือนกัน, ยัยเด็กนั่นสมองก็น้อย อกก็เล็ก เรียกความสนใจจากข้าไม่ได้เลย  ไปดูสาวลูกครึ่งเอลฟ์กัน  แล้ว..นางหน้าเด็กอกโตจริงหรือเปล่า?”
เด็กสาวที่ด้านข้างโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ  อกแบนนับว่าเป็นปมด้อยของนางแล้ว เจ้าตัวร้ายนี่ ยังทำตัวเหมือนเอาเกลือละเลงบนแผลนางอีก
 “ข้าจะฆ่าเจ้า” เด็กสาวถือมีดโถมตัวเข้าหาเขา  นางตั้งใจว่าจะต้องฆ่าเจ้าคนลามกให้ได้

24 ความคิดเห็น:

rojer c กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

rojer c กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Lucky Power กล่าวว่า...

55555 จะฆ่าว่าที่สามีรึจ้ะน้องกระดาน

Ohm Manee กล่าวว่า...

อิอิ นิสัยจริงๆ

Art กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Pipat Montatip กล่าวว่า...

ขอบคุณมากคับ

neng2006 กล่าวว่า...

555+ ขอบคุณมากครับ จบด้วย "ข้าจะฆ่าเจ้า" มาสองตอนล่ะ ไม่เห็นได้ลงมือสักที

ปารมี กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

ปารมี กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

toom1567 กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

dongna min กล่าวว่า...

เสดแน่ๆ...แม่เสือร้าย5555

dongna min กล่าวว่า...

เสดแน่ๆ...แม่เสือร้าย5555

นายหนอนไหมปีนป่ายต้นรัก กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ สนุก

DIMON UDOMSINPRASERT กล่าวว่า...

ในที่สุดสาวน่ารำคาญก็โผล่ออกมา สงสัยคนเขียนต้องการนิสัยที่แตกต่างจากบรรดาเมียๆ

Kriengkrai Dachadamrongpanich กล่าวว่า...

ขอบคุณคับ

งำงำ มีดบิน กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

UanNy กล่าวว่า...

เหน็บจุดอ่อนตลอด 55

Al2arAGi KOyoMI กล่าวว่า...

พี่เย่เรานี่ย้ำจังเลยอกกระดานเนี่ย5555

ศิริรัตน์ สุวรรณฤกษ์ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

nopanser kung กล่าวว่า...

อุแหม่ๆ ดูเหมือนเย่ว์หยางเราจะมีสาวที่ถูกใจเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วสินะนะเนี่ย ~

EIko Eiko กล่าวว่า...

55555เล็กๆไม่สนใหญ่ๆนี่รีบเลยนะ555

เปา กล่าวว่า...

55. ขอบคุณครับ

Pipat Montatip กล่าวว่า...

ขอบคุณมากคับ

แสดงความคิดเห็น

dkl