วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 422 นักเจรจาฝีปากเอก



ตอนที่  422  นักเจรจาฝีปากเอก


วังปีศาจ
ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธและแม่ทัพใหญ่ตู้หลันผู้ช่วยที่น่าเชื่อถือของเขา กำลังปรึกษากันถึงสถานการณ์ปัจจุบัน  พวกเขาได้รับข่าวว่าราชาเฮยอวี้ประกาศสงครามกับต้าเซี่ย

เนื่องจากราชาเฮยอวี้มีพลังมากที่สุดในแดนอเวจีไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีให้กับเขา  อาจกล่าวได้ว่านักรบวิบัติของราชาเฮยอวี้เกือบทั้งหมดมาจากแดนอเวจี  จากมุมมองของแดนอเวจี  นี่ถือเป็นการหักหน้าเป็นการส่วนบุคคล  ถ้านักรบวิบัติเหล่านี้มาจากขุมนรกคุกโลหิตของจ้าวปีศาจบารุธ  เขาคงยอมไม่ได้
การบุกรุกรานอาณาจักรต้าเซี่ยของราชาเฮยอวี้ครั้งนี้คงเตรียมการเอาไว้ก่อนแน่นอน
บางทีจื้อจุนคงรู้วิธีเข้าแดนสวรรค์และอาจจากไปได้ทุกเมื่อ
เป้าหมายปัจจุบันของราชาเฮยอวี้ก็คือกำจัดอันตรายที่แฝงอยู่ในทวีปมังกรทะยาน   ขณะเดียวกันก็จะรับเอามรดกของจักรพรรดิอวี้  จุดที่สำคัญที่สุดก็คือควบคุมแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ
ทุกคนรู้ว่าเหล่านักสู้ต่างก็ไล่ล่าหาความลับของแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ
นักสู้ปราณก่อกำเนิดทุกคนสงสัยกันว่าทำไมจื้อจุนถึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก  กล่าวกันว่านางได้รับพลังจิตวิญญาณนักสู้ในตำนานจากภายในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ
แดนล่มสลายแห่งทวยเทพในทวีปมังกรทะยานเป็นที่ซึ่งเหล่านักสู้ต่างก็ต่อสู้เพื่อให้ได้เข้าถึง  และสถานที่นี้ยังถูกเชื่อมโยงไปยังต้นกำเนิดของดินแดนต่างๆ
ขอเพียงผ่านเข้าไปในทางผ่านโบราณในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพได้  ก็จะสามารถเข้าไปยังทวีปอื่นได้
ส่วนวิธีอื่นๆ ก็ทำโดยปฏิบัติตามกฎของหอทงเทียน  การเข้าทวีปอื่นจะต้องมีคนจากทวีปนั้นคอยแนะนำ... ในเงื่อนไขนี้จึงไม่มีใครสามารถรุกรานทวีปอื่นได้  พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทางผ่านโบราณเป็นสะพานเชื่อมแรกที่อำนาจต่างๆ ได้สร้างขึ้น
เพื่อจะหยุดยั้งพลังอำนาจของแดนอเวจีไม่ให้ส่งกองกำลังเข้ามารุกราน  ราชาเฮยอวี้ส่งจดหมายลับถึงบารุธและตู้หลัน  จดหมายที่ยื่นข้อเสนอว่า ตราบใดที่ปีศาจจากแดนอเวจีไม่เข้ามาแทรกแซง  อย่างนั้นเขายินดีจะบอกความลับเข้าแดนสวรรค์ให้ สิ่งอื่นที่ราชาเฮยอวี้เสนอให้ก็คือ หลังจากเขาเข้ากับพันธมิตรปราณก่อกำเนิด  เขาจะช่วยให้แดนปีศาจได้รับการยอมรับ อีกทั้งดินแดนและสิทธิ์ของพวกเขาจะคืนให้กับจ้าวปีศาจ
ในระยะเวลาสั้นๆ ราชาเฮยอวี้ต้องการทำงานร่วมกัน
อย่างน้อยที่สุดเขาต้องการให้บารุธ, ตู้หลันและนักสู้จากแดนปีศาจคนอื่นๆ ไม่เข้ามายุ่มย่ามกับการรุกรานทวีปมังกรทะยานของเขา  สำหรับเหตุผลนี้ เขาไม่ลังเลที่จะเปิดเผยความลับของแดนสวรรค์
 “สำหรับเรื่องนี้  ข้าไม่อาจวางเงื่อนไขใดๆ ได้เลย  จะดีที่สุดหากฝ่าบาทจะตัดสินใจด้วยตนเอง!  แม่ทัพใหญ่ปีศาจตู้หลันประสานมือคำนับ
 “.....”  ราชันย์จ้าวปีศาจยังคงนิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน
การตัดสินใจเป็นเรื่องที่ง่ายมาก  คำเดียวก็คงเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม  ผลที่ตามมาของเรื่องนี้สามารถแยกสถานการณ์การปกครองออกเป็นสองส่วน  นี่ไม่ใช่สถานการณ์ชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย  ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถนำพาให้แดนปีศาจตกต่ำก็อาจเป็นได้  จะสร้างผลประโยชน์ในสถานการณ์นี้ได้มากที่สุดอย่างไรนั้น บารุธก็ยังปวดหัวอยู่
ทันใดนั้น กลิ่นผิดปกติปรากฏขึ้นในวังปีศาจ
ศัตรู!
ผู้ที่มาถึงต้องเป็นศัตรูอย่างแน่นอน!
ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธและแม่ทัพใหญ่ตู้หลันมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที  พวกเขาลุกขึ้นยืนและเริ่มเกร็งพลังเตรียมจู่โจมต่อต้านกลิ่นผิดปกติ
 “มารยาทพื้นฐานของชาวแดนปีศาจไม่ดีเอาเสียเลย  นี่คือวิธีทักทายสหายเก่าหรือ?”  เงาร่างหนึ่งวาบมาจากภายนอก  ก่อนที่องครักษ์จะได้ทันรู้ตัว เงาร่างนั้นก็มาปรากฏอยู่หน้าโรงวินิจฉัยของบารุธแล้ว  บุรุษหนุ่มคนหนึ่งกำลังยิ้มสดใสเหมือนตะวันฉายแสงไม่สนใจท่าทีเตรียมโจมตีของบารุธและตู้หลัน  เขาเข้ามาข้างในด้วยท่าทีองอาจกล้าหาญ จากนั้นเดินส่ายอาดๆ ไปที่เก้าอี้และนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์  เขามีท่าทีผ่อนคลายพอใจเหมือนกับนั่งอยู่ในห้องทำงานตัวเอง
 “คุณชายสามตระกูลเย่ว์?  เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”  บารุธไม่ห่วงว่าเย่ว์หยางจะเข้ามาโปรยเสน่ห์ให้นางสนมและธิดาของเขา เพราะมาตรฐานความงามของชาวปีศาจและมนุษย์นั้นแตกต่างกัน  เด็กมนุษย์ผู้นี้ไม่เหมือนชายงามเผ่าปีศาจที่สูงสิบเมตร มีเปลวไฟออกจากร่าง มีเกล็ดเหมือนปลา  เกี่ยวกับการมาถึงของเย่ว์หยาง บารุธคิดได้ทันทีว่าเจ้าเด็กนี่ มาที่นี่ในฐานะคนกลางเจรจา
 “ท่านเข้าใจผิดแล้ว  ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ  ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยท่าน!  เย่ว์หยางเคยดูเรื่องสามก๊กมาก่อน  เขารู้ว่าผู้เจรจาที่เก่งกาจจะต้องพูดครอบงำฝ่ายตรงข้ามให้ได้เสียก่อน  มิฉะนั้นการสนทนาจะดำเนินต่อไปไม่ได้
 “ช่วยเราน่ะหรือ?  ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม?  สำหรับข้าแล้ว ดูเหมือนว่าฝ่ายที่ตกอยู่ในอันตรายก็คือทวีปมังกรทะยานนะ!  หลังได้ยินแล้ว  แม่ทัพใหญ่ตู้หลันแค่นเสียงทันที
 “ท่านคิดว่าต้าเซี่ยจะถูกกำจัดหรือ?”  เย่ว์หยางยังผ่อนคลายมาก เหมือนกับว่ากำลังนั่งกินติ่มซำยามราตรี
 “มันจะถูกทำลายแน่นอน”  บารุธกล้าพนันกับเย่ว์หยาง
 “อย่างนั้น ท่านคิดว่าราชาเฮยอวี้สามารถฆ่าข้าได้หรือเปล่า?”  เย่ว์หยางถามอีกครั้ง
 “........” บารุธและตู้หลันมองหน้ากันเอง  ขณะที่พวกเขาไม่มั่นใจจริงๆ ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไง
แม้ว่าราชาเฮยอวี้จะแข็งแกร่ง  แต่เจ้าเด็กนี่ก็ยิ่งไม่ธรรมดา  จุดสำคัญที่สุดก็คือเจ้าเด็กนี่ได้รับการปกป้องจากอสูรเพลิงที่แข็งแกร่งจนคาดไม่ถึงสองตน  แม้ว่าจะผ่านไปนานแล้ว  แต่แรงกดดันแทบตายนี้ยังคงกระจ่างอยู่ในความทรงจำของบารุธและตู้หลัน  ไม่ว่าราชาเฮยอวี้จะแข็งแกร่งเพียงไหน  แต่จะฆ่าเย่ว์หยางให้ได้คงเป็นเรื่องตลก  ไม่เพียงแต่อสูรเพลิงทั้งสองเท่านั้น  แม้แต่อสูรประหลาดที่สามารถหลบหนีไปจากผนึกของพวกเขาได้ก็ยังแข็งแกร่งเหลือประมาณ  เมื่อมันกลับคืนสู่ความแข็งแรงดังเดิม ก็คงส่งผลกระทบถึงราชาเฮยอวี้แน่นอน
 “สำหรับตอนนี้  ข้ายอมรับว่าข้าไม่สามารถจะเอาชนะราชาเฮยอวี้ได้  อย่างไรก็ตาม  หลังจากผ่านไปหนึ่งปีจะเป็นยังไง? หรืออาจจะผ่านไปสักสิบปี?  พวกท่านก็รู้ประวัติพัฒนาการความก้าวหน้าของข้าดีและยังเข้าใจถึงความรวดเร็วในการพัฒนาของข้าด้วย  ท่านคิดว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากันหลังจากผ่านไปสักสิบปี ระหว่างข้ากับราชาเฮยอวี้?  อาจจะเสมอกันได้ไหม?  หรือใครจะเป็นผู้ชนะ?  ถ้าต้าเซี่ยถูกทำลายล้าง  ข้าจะพารุ่นผู้เยาว์ไปซ่อนตัว  หลังจากนั้นสิบปี เราจะกำจัดราชาเฮยอวี้และฟื้นฟูต้าเซี่ย  เรื่องนี้ท่านคิดว่าไง?  ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธผู้มีปรีชาและแม่ทัพใหญ่ตู้หลันผู้ภักดี  พวกท่านควรจะรู้ว่าจื้อจุนคือผู้แนะนำของข้า  ต่อให้นางเข้าแดนสวรรค์ไปแล้วก็ตาม  นางก็คงจะพาข้าไปกับนางด้วยแน่นอน.. ยิ่งกว่านั้น มารกฎฟ้าคือสหายสนิทของข้า  และจักรพรรดินีราตรีก็มีมุมมองที่ดีต่อข้า  ตราบใดที่เทียนหลัวและวังปีศาจมหาอำนาจทั้งสองนี้ร่วมมือกับเรา  ทวีปมังกรทะยานจะไม่ล่มสลายในเงื้อมมือศัตรูแน่นอน”  เย่ว์หยางไม่เคยนำทัพออกรบมาก่อน  แต่เขาสามารถเป็นตัวกลางเจรจาได้อย่างแน่นอน
 “วังมารจะไม่ร่วมมือกับเจ้าอย่างเด็ดขาด!  คำพูดของบารุธเท่ากับขัดขวางทางเขา
 “ใช่แล้ว  ไม่ว่าเจ้าจะสนิทสนมกับมารกฎฟ้ามากแค่ไหน  แต่ผู้คุมกฎของวังมารที่แท้จริงก็ยังเป็นมารสัมฤทธิ์ฟ้า  ยิ่งกว่านั้นผู้ก่อตั้งวังมารทั้งสามไม่มีทางตกลงใจช่วยเหลือต้าเซี่ย  เพราะพวกมันเป็นพวกหนีทัพจากต้าเซี่ยและเทียนหลัว  ความไม่พอใจของพวกมันสูงเทียมฟ้า  ความแค้นของพวกมันลึกกว่ามหาสมุทร  เป็นไปได้ยังไงที่พวกมันจะช่วยเจ้า?”  แม่ทัพใหญ่ตู้หลันคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ทวีปมังกรทะยานดี  ดังนั้นเขาจึงตีเข้าที่จุดอ่อนของข้อโต้แย้งของเย่ว์หยาง
 “พวกท่านเข้าใจผิดกันหมด  เข้าใจผิดมหันต์เสียด้วย”  เย่ว์หยางตอบโต้ทันทีและใช้เพียงไม่กี่คำก็แย้งคำพูดพวกเขาได้
 “อย่างนั้นหรือ?”  บารุธรู้สึกว่า เจ้าเด็กนี่ไม่เคยยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง ต่อให้ตายก็ตาม  เขายิ้มอย่างใจเย็นและพูด “เทียบกับแดนอเวจี  วังมารเกลียดเจ้ามากกว่า  ถ้าพวกเขาเป็นพันธมิตรกับเจ้า ก็คงเป็นเรื่องตลกแห่งยุค”
 “พวกเขามีความเคืองแค้นแน่นอน  ทว่าก็เหมือนกับพี่น้องทะเลาะกัน  ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายินดีเห็นแผ่นดินเกิดถูกคนนอกยึดครอง  อย่าว่าแต่สายสัมพันธ์ทางสายเลือด ทางวังมารก็คงไม่มีทางให้คนอื่นแตะต้องแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ  ท่านล่ะ  ท่านจะยอมให้ราชาเฮยอวี้ได้รับสมบัติและจิตวิญญาณนักสู้จากแดนล่มสลายแห่งทวยเทพและกลายเป็นจื้อจุนอีกคนหนึ่งหรือ?  ราชาเฮยอวี้ไม่ใช่จื้อจุน  จื้อจุนไม่เคยยุ่งเรื่องราวของคนอื่น  ยอมปล่อยให้แดนอเวจีได้เติบโตกล้าแข็ง  แต่ราชาเฮยอวี้จะทำแบบเดียวกันหรือเปล่า?  ถ้าเขายื่นมือมาครอบครองที่นี่  ที่แห่งแรกที่จะถูกล้มล้างก็คือแดนอเวจีของท่าน”  คำพูดของเย่ว์หยางปลุกบารุธและตู้หลันให้ตื่น
 “เจ้าล้อเล่นแล้ว  ราชาเฮยอวี้จะโจมตีเราได้ยังไง?”  บารุธไม่กังวลเรื่องนี้  เผ่าพันธุ์ปีศาจไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์มนุษย์  พวกเขายอมตายดีกว่ายอมจำนน  พวกเขาไม่มีวันยอมแพ้แม้จะถูกฆ่าก็ตาม  ยิ่งกว่านั้นเมื่อเทียบกับกองทัพของราชาเฮยอวี้และกองทัพของแดนอเวจีแล้ว  อย่างน้อยก็เท่ากับหนึ่งต่อหนึ่งล้าน  ไม่มีทางเทียบได้โดยประการทั้งปวง
 “ถ้ากองทัพของราชาเฮยอวี้โจมตีแดนอเวจี  ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำในขันไปสาดลงในทะเลเพลิง  พวกเขามีแต่จะขุดหลุมฝังศพให้ตัวเอง”  แม่ทัพใหญ่ปีศาจตู้หลันยังมีความมั่นใจมาก
 “การบุกโจมตีแดนอเวจีไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน  อย่างไรก็ตาม จะเป็นยังไงถ้าเขามาตามลำพังและจู่โจมทำร้ายท่านผู้เป็นจ้าวปีศาจ?  ท่านจะเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในแดนอเวจีและอุดอู้รวมกันอย่างนี้ตลอดไปหรือ?  ถ้าท่านไปหอทงเทียน  ราชาเฮยอวี้ก็จะจู่โจมทำร้ายท่านในทุกที่  แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?  ถ้าท่านยินดีจะเป็นเต่าที่เอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง  อย่างนั้นข้าคงไม่มีอะไรจะพูดต่อ”  เย่ว์หยางผายมือ
 “แม้ว่าราชาเฮยอวี้โจมตีทวีปมังกรทะยานก็ตาม  ก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเขาจะเข้าแดนล่มสลายแห่งทวยเทพได้  ทั้งไม่ได้หมายความว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก”  ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธปฏิเสธแข็งขัน
 “ท่านพูดถูก  ข้าแค่ตั้งข้อสมมติฐานเท่านั้น.. หกพันปีที่แล้ว  ราชาเฮยอวี้เป็นมือขวาของจักรพรรดิอวี้  ในที่สุดเขาทรยศจักรพรรดิอวี้และสมคบคิดกับสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์  เพราะเหตุนี้  จักรพรรดิอวี้จึงใช้ชีวิตตนเองผนึกสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ไว้  ท่านควรจะทราบเรื่องนี้ดี  อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้สามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้ตื่นขึ้นและออกจากวังเทพจักรพรรดิอวี้ไปแล้ว  บางทีท่านคงยังไม่ทราบเรื่องนี้...”  เย่ว์หยางยิ้มและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
 “สามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์น่ะหรือ?”  บารุธและตู้หลันมองหน้ากันเองพลางขมวดคิ้ว
 “นามของสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ก็คือหมิงเย่ว์กวง, ซิวคงและจิ่วเซียว  ด้วยพลังของพวกเขา  พวกเขาสามารถใช้แค่เพียงนิ้วเดียวก็ฆ่าท่านได้  แน่นอน เนื่องจากพวกเขาเพิ่งทำลายผนึกออกมาได้  พวกเขาจึงยังอ่อนแออยู่มาก  ต่อให้เป็นเช่นนี้ก็ตามที  พวกเขาก็ยังเอาชนะคุณชายผู้นี้ได้ในสภาพที่น่าเสียดาย  แค่เพียงเพราะข้าใช้เครื่องมือเทพที่จักรพรรดิอวี้ทิ้งไว้ จึงขับไล่ให้พวกเขาหนีไปได้”  เย่ว์หยางพูดเหมือนกับว่าเขาพบเพื่อนคุยขณะไปเดินจ่ายตลาด  สีหน้าของเขายังสงบ ขณะที่นัยน์ตาของเขาฉายแววภาคภูมิใจในตนเอง  สีหน้าเช่นนี้ทำให้คนอื่นอยากทุบตีเขายิ่งนัก  ถ้าบารุธและตู้หลันไม่มีความข่มกลั้นมากพอ ก็อาจทำเช่นนั้นไปแล้ว
 “จักรพรรดิอวี้ทิ้งเครื่องมือเทพไว้ให้เจ้างั้นหรือ?”  ตู้หลันและบารุธต่างก็อิจฉากันทั้งสองคน  โชคของเจ้าเด็กนี่ช่างเหลือเชื่อจริง  เขาได้เครื่องมือเทพมาได้ง่ายๆ อย่างไรกัน?
 “จริงๆ แล้วข้าสามารถนำออกมาให้พวกท่านดูได้นะ  อย่างไรก็ตามมีของอยู่สามชิ้น  ข้าเอาออกมาแสดงให้พวกท่านอิจฉาก็ได้  คนหนุ่มรูปงามเปี่ยมความกล้าหาญอย่างข้าไม่ตระหนี่อยู่แล้ว  อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่วันมานี้  ข้าเพิ่งเอามันออกมาฟาดกบาลของจักรพรรดิชื่อตี้โดยไม่ได้เจตนา  จักรพรรดิชื่อตี้ที่แต่เดิมอัปลักษณ์อยู่แล้วกลายเป็นตือโป๊ยก่ายไปเลย  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของพวกท่าน  ข้าตัดสินใจเก็บไว้ห่างๆ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมดีกว่า”  เย่ว์หยางเหยียดขา
 “จักรพรรดิชื่อตี้....”  บารุธและตู้หลันถึงกับตกตะลึง  พวกเขาเคยอ่านเรื่องราวจักรพรรดิชื่อตี้ในบันทึกโบราณของแดนอเวจี  คนผู้นี้เป็นฆาตรกรบ้าคลั่งผิดธรรมและชั่วร้ายมาก  ครั้งหนึ่งเขาเคยสังหารหมู่ในวังปีศาจแดนอเวจีมาบ้างแล้ว  เขาไม่ได้ทำตามสามัญสำนึกใดๆ  แค่ฆ่าเพื่อความพึงพอใจของตนเท่านั้น  เขายังน่ากลัวกว่าจักรพรรดิอวี้ผู้แข็งแกร่งเสียอีก
 “เขาหนีไปได้แล้ว  นอกจากนี้ เขายังมีนางสนมเผ่าปีศาจอยู่กับเขาด้วย”  เย่ว์หยางแสดงสีหน้าประหลาดใจ คล้ายจะถามว่า “พวกท่านไม่รู้เรื่องหรือ?”
 “เจ้าทำร้ายเขาหรือ?”  ตู้หลันเลียบเคียงถาม
 “ความจริง เขาทำร้ายข้าจนบาดเจ็บมากกว่า  ขณะนั้นซุ่นเทียนและองค์ชายเงาดำก็อยู่ที่นั่นด้วย  เจ้าบัดซบทั้งสองโจมตีทำร้ายข้านายน้อยผู้นี้จากทั้งสองด้านและเกือบจะสังหารข้าได้  โชคดีที่ข้าผู้นี้มีโชคและพลังที่ดี”  เย่ว์หยางแกล้งไอสองครั้ง เพื่อแสดงว่าเขาได้รับบาดเจ็บภายในยังไม่หายดี
 “เจ้าสามารถหลบหนีได้ภายใต้การรุมจู่โจมจากจักรพรรดิชื่อตี้, ซุ่นเทียนและองค์ชายเงาดำได้หรือ?”  เมื่อบารุธได้ยินเช่นนี้  เขาอดประหลาดใจไม่ได้
 “ก็ไม่ถึงกับเป็นการหลบหนี  ต้องเรียกว่าอุบายถอนถอย”  เย่ว์หยางคัดค้านไม่พอใจว่า ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธเลือกใช้คำไม่เหมาะสม
 “จักรพรรดิชื่อตี้ก็ออกมาด้วยหรือ...”  ตอนนี้แม่ทัพใหญ่ตู้หลันรู้สึกว่าหอทงเทียนเป็นเหมือนบ่อโคลน  ราชาเฮยอวี้ผู้ทรยศหักหลังนี้น่ากลัวมากอยู่แล้ว  ตอนนี้จักรพรรดิชื่อตี้ยังหลุดออกมาอีก  คนผู้นี้ยังมีระดับพลังที่เหนือกว่าราชาเฮยอวี้  เขาเป็นระดับจักรพรรดิที่อยู่ในระดับเดียวกับจักรพรรดิอวี้  ราชาเฮยอวี้เป็นแค่เพียงขุนพล  เขายังด้อยกว่าจักรพรรดิชื่อตี้แน่นอน
 “ไม่มีปัญหา  ข้าตัดแขนและขาของเขาอย่างละข้างและฟาดกะโหลกศีรษะของเขาแตก  คงต้องใช้เวลาปีครึ่งกว่าจะฟื้นฟูได้  ท่านยังคงมีเวลาใช้ชีวิตสบายๆ อีกหนึ่งปี  ค่อยๆ สนุกกับชีวิตเถอะ  ข้าพูดเรื่องที่ต้องพูดไปหมดแล้ว  ขออำลา”  เย่ว์หยางแกล้งทำทีจากไป
 “ช้าก่อน, โปรดรอสักครู่”  แม่ทัพใหญ่ปีศาจเกลี้ยกล่อมทันที
 “ข้ารู้สึกว่าเราจำเป็นต้องหารือกันเรื่องการรุกรานที่น่ากลัวของราชาเฮยอวี้  เรื่องเช่นนี้ไม่ชอบธรรมแน่นอน  เรายอมรับไม่ได้”  คำพูดชอบธรรมและเกียรติยศของบารุธแทบทำให้เย่ว์หยางเป็นลม ก็ราชันย์จ้าวปีศาจแห่งแดนอเวจีอย่างท่านไม่ใช่เหรอ ที่ชอบรุกรานโดยขาดความชอบธรรมมากที่สุด?  แล้วยังมีหน้ามาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น  อย่างไรก็ตาม เวลาของตัวกลางเจรจามาถึงแล้ว  การเจรจาต่อรองยังต้องดำเนินต่อไป  ดังนั้นเรายังจากไปไม่ได้
 “เรียกฮาซิน, กรุนและจ้าวปีศาจอื่นๆ มาด้วย ข้ารู้สึกว่าเราควรวางความเกลียดชังของพวกเราไว้ชั่วคราวแล้วหันหน้าร่วมมือกัน”  เย่ว์หยางเสนอ
 “ร่วมมือกัน...” บารุธและตู้หลันรู้สึกห่อเหี่ยวใจ
อะไรเป็นความแตกต่างระหว่างการพูดคุยเรื่องร่วมมือกันกับเจ้าเด็กนี่และขอให้เราช่วยต่อต้านสิ่งที่เขาสนใจ?
ราชาเฮยอวี้และจักรพรรดิชื่อตี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันได้ง่ายๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จักรพรรดิชื่อตี้  ไม่เพียงแต่แดนอเวจีเท่านั้น  แม้แต่หอทงเทียนก็จะพลอยตกอยู่ในอันตรายไปด้วย  อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางเด็กผู้มาใหม่ก็ไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นได้  ขณะที่เขายังอายุเยาว์ ก็มีความสำเร็จมากมายแล้ว ก่อกวนวังปีศาจ  สู้กับผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์  เล่นงานจักรพรรดิชื่อตี้จนยับเยิน  หลบหนีมาได้ภายใต้การโจมตีกระหนาบของซุ่นเทียนและองค์ชายเงาดำ  จากตรงนี้เห็นได้ว่าถ้าเจ้าเด็กนี่มีความเพียบพร้อม อย่างน้อยเขาจะได้เป็นจักรพรรดิอวี้คนใหม่แน่นอน
เกี่ยวกับเรื่องของเขา แดนอเวจีไม่มีช่วงเวลาที่ดีกับเขา
คำถามก็คือ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือในตอนนี้ เจ้าเด็กนี่คงปิดบังความรู้สึกที่ยากลำบาก  จากนั้นโลกปีศาจก็จะต้องพบกับเวลาที่ยากลำบากในอนาคตแน่นอน
ที่ถูกที่ควร เจ้าเด็กนี่กำลังทำสิ่งที่ยากลำบากอย่างแท้จริง  อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่ตัดการร่วมมือกับเจ้าเด็กนี่ ทำไมเขาจะต้องนอบน้อมคำนับให้เย่ว์หยางด้วย ในเมื่อเย่ว์หยางเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือจากเขา
ไม่ว่าจะเป็นบารุธหรือตู้หลันพวกเขามีแรงกระตุ้นให้เย่ว์หยางอึดอัดใจตาย
ในที่สุด พวกเขาก็ยอมทนอดกลั้น
เย่ว์หยางถือโอกาสตีเหล็กขณะที่ยังร้อน “ท่านจ้าวปีศาจผู้มากปัญญา  ความลับเรื่องแดนสวรรค์เป็นเรื่องหลอกเด็ก  ถ้าราชาเฮยอวี้เอาเรื่องนี้มาล่อหลอกท่าน  ก็เหมือนกับใช้ขนมหวานมาหลอกล่อเด็ก  แม้แต่คนไอคิวติดลบก็ยังรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง  ถ้าเชื่อเขาก็เหมือนกับเชื่อว่าหมูแก่ๆ สามารถปีนต้นไม้ได้!  แดนสวรรค์ไม่ได้เป็นเรื่องลับอะไรมาก  เพียงแต่พวกท่านในปัจจุบันนี้ยังอ่อนแอเกินไป  ถ้าท่านมีความแข็งแกร่งพอ  อย่างนั้นคุณชายผู้นี้จะพาพวกท่านเดินทางไปที่นั่น ไปกิน ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างอิสระ  ยิ่งกว่านั้น นี่อะไรอยู่บนโต๊ะของท่าน?  อ้อ..เป็นอักษรรูนสวรรค์ที่ไม่สำคัญอะไร ท่านยังไม่รู้จักมันเลย  ข้าอายแทนท่านจริงๆ  ข้านึกไม่ออกเลยว่าท่านกลายเป็นราชันย์จ้าวปีศาจได้ยังไง... ข้าจะบอกท่านให้ก็ได้  ตัวอักษรรูนนี้จะช่วยเสริมสร้างและปรับเปลี่ยนร่างของเผ่าพันธุ์ปีศาจให้ดีขึ้น  วันนี้ข้ากำลังอารมณ์ดีมาก  ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่เปิดเผยเรื่องนี้กับคนหยิ่งผยองแน่  ข้าไม่ใช่คนเข้มงวดนัก  จำเป็นด้วยหรือว่าข้าจะต้องบอกพวกท่านว่าข้ามีอสูรในตำนานอยู่ตนหนึ่ง?”
ราชันย์จ้าวปีศาจบารุธและแม่ทัพใหญ่ปีศาจตู้หลันเหงื่อออกพร่างพรู  พวกเขาคิดกันเองว่า ใครบ้างที่ไม่รู้จักฮุยไท่หลาง?
ยิ่งกว่านั้น  ถ้าเจ้ามีอสูรในตำนานเพียงตัวเดียวก็ดีไป  แต่เจ้ามีอสูรในตำนานมากมาย  ดังนั้นเจ้าไม่ยอมเสียพื้นที่ทำสัญญากับฮุยไท่หลางและเก็บพื้นที่เอาไว้ทำสัญญากับอสูรในตำนานสาวสวยเท่านั้น
ทั้งสองแอบแช่งชักหักกระดูกอยู่เงียบๆ  ในที่สุดพวกเขาก็อดทนต่อแรงกระตุ้นที่จะเอาชนะเย่ว์หยาง  พวกเขามองหน้ากันและกัน  จากนั้นตัดสินใจแจ้งจ้าวปีศาจฮาซิน, กรุนและคนอื่นๆ ให้ทราบ
เพียงเท่านี้ มนุษย์คนแรกและแดนอเวจีก็ร่วมเป็นพันธมิตรกัน
แม้ว่าสัญญานี้จะเป็นความลับและจำกัดแค่เย่ว์หยางและผู้ปกครองแดนปีศาจไม่กี่คน  แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ฝีปากสาริกาลิ้นทองของเย่ว์หยางมิได้ด้อยไปกว่าพลังของอสูรในตำนานเลย

19 ความคิดเห็น:

Renmaster กล่าวว่า...

โดนข่มซะมิดเลย ราชาปีศาจ ^^ ขอบคุณนะครับ

ปารมี กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

sarinnan กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

นายหนอนไหมปีนป่ายต้นรัก กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

ohmmanee กล่าวว่า...

ตอนนี้สนึุกค่ะ ตลกอีกครั้ง กล่อทจนยอม

chonlakan กล่าวว่า...

5555ฮามากตอนนี้

Pochinki กล่าวว่า...

คำพูดมึงนี่คมคายเกิ๊นนนน #ขอน้องเสี่ยวเหวินหลี่น้อยให้ข้านะท่าน

Lucky กล่าวว่า...

ไงล่ะๆ โดนเฮียเย่ว์หยางกรูหางานให้แล้วไม๊ละ

แค่ผ่านมา กล่าวว่า...

เสียชาติเกิดปีศาจหมด

Unknown กล่าวว่า...

สักสาริกาลิ้นทองแน่ๆ
วัดไหนคะ เยเย่ บอกด่วน
จะไปสักบ้าง อิ อิ

Freerious กล่าวว่า...

555555+ สนุกครับ

Nopanser Kung กล่าวว่า...

5555+ แหม่ๆ มาเจรจาเหมือนมาบังคับเลยนะ ถ้าเอ็งไม่ช่วยตู ในอนาคตพวกเอ็งลำบากแน่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นการเจรจาที่แบบบิเอิ่มมมม พี่แก่พูดเองเออเองจบ

Unknown กล่าวว่า...

ไงละ สกิลปากของพี่สามสุดยอดไหมละ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณมากคับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

8lek8 กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น