วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

Panlong ตอนที่ 2-23 ข่าวดี


ตอนที่  2-23  ข่าวดี
ฮิลแมนกำลังยืนอยู่ที่มุมใกล้ประตู  เขาเดินพลางยิ้มพลาง “สถาบันเอินส์มีกฎระเบียบที่เข้มงวด  พวกเขาไม่ให้ข้าเข้าไปข้างใน แค่มียามคนหนึ่งเข้าไปตามหาเจ้า  นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไปเที่ยวข้างนอก”
 “เยล! พวกเจ้าล่วงหน้าไปก่อน  ข้าจะไปสมทบทีหลัง”  ลินลี่ย์หันหน้าไปบอกเขา

เยล, จอร์จและเรย์โนลด์ยิ้มให้ฮิลแมนทุกคน  จากนั้นก็เข้าไปในสถาบันเอินส์
 “ลุงฮิลแมน!  ทำไมลุงมาที่นี่?  ข้าคิดว่าท่านมารับข้าที่นี่หลังจากปิดภาคการเรียนเสียอีก?”  ลินลี่ย์พูดด้วยความสงสัย
 “มาคุยตรงนี้เถอะ”  ฮิลแมนดึงลินลี่ย์มาอยู่ข้างๆ พร้อมกับมีสีหน้าตื่นเต้นแทบระงับไม่อยู่ “ลินลี่ย์!  ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า  เป็นข่าวที่ดีมาก”
นัยน์ตาลินลี่ย์เป็นประกาย
 “ข่าวดีอะไร?”  ลินลี่ย์เอ่ยถามเขา
ฮิลแมนยิ้ม “ลินลี่ย์!  เจ้าจำวันเกิดวอร์ตันน้อยได้ไหม?”
 “แน่นอน วันที่ 3 มกราคม นี่มีอะไรเกี่ยวกับวันเกิดของเขาหรือ?”  ลินลี่ย์ถาม
ฮิลแมนหัวเราะ “เมื่อเดือนธันวาคมนี้  วอร์ตันน้อยอายุเกือบหกขวบ  เมื่อคืนก่อน บิดาของเจ้าทดสอบชะตาเลือดมังกรในตัววอร์ตันในหอบรรพบุรุษ  และผลการทดสอบก็คือ ....ฮ่าฮ่า..”  ฮิลแมนเริ่มหัวเราะอีกครั้ง
หัวใจของลินลี่ย์เต้นถี่ขึ้น
ผลการทดสอบความเข้มของเลือดมังกรก็คือ..
เป็นไปได้ว่า...
ลินลี่ย์ถาม  “ความเข้มข้นของเลือดมังกรในสายเลือดของวอร์ตันน้อยสูงพอไหม?
ฮิลแมนหัวเราะลั่นและพยักหน้า  “ถูกแล้ว  บิดาเจ้ามีความสุขมาก  เขาตื่นเต้นและดื่มฉลองจนถึงเที่ยงคืน  บิดาเจ้าบอกว่าบุตรทั้งสองคือความภูมิใจในชีวิตของเขา  คนหนึ่งเป็นจอมเวทผู้ทรงพลัง และอีกคนหนึ่งเป็นนักรบเลือดมังกร ฮ่าฮ่าฮ่า...”
 “เยี่ยมจริงๆ”
หัวใจลินลี่ย์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ความมุ่งหวังของตระกูลนักรบเลือดมังกรในตำนานที่เก่าแก่ถึงห้าพันปี  เป็นเหตุให้วอร์ตันถูกทดสอบความเข้มข้นของเลือดมังกร ความมุ่งหวังที่แต่ก่อนนั้นลินลี่ย์แบกรับไว้เพียงลำพัง  ยิ่งเป็นความรุ่งเรืองในอดีตของตระกูลเขามีมากเท่าไหร่  ลินลี่ย์ก็แบกรับภาระที่หนักหน่วงมากขึ้นเท่านั้น
แต่ตอนนี้...
ความเข้มข้นของเลือดมังกรของน้องชายเขาเองอยู่ในระดับสูงเพียงพอ  เพียงแค่ฝึกหนักไม่กี่สิบปี  เขาจะกลายเป็นนักรบเลือดมังกรที่โลกรู้จัก
 “ข้ามาที่นี่วันนี้เพื่อบอกข่าวที่น่ายินดีนี้กับเจ้า  บิดาของเจ้าเพิ่งบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่า คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองอู่ซันก็คือข้ากับเขา  เราทั้งสองเป็นนักรบระดับหก!  แต่ความเชี่ยวชาญในระดับของพวกเรานั้น ไม่เพียงพอต่อการชี้แนะพร่ำสอนน้องชายเจ้าเป็นอย่างดี  อีกทั้งวิธีฝึกฝนของตระกูลเจ้าก็บันทึกไว้ไม่ชัดเจน”  หน้าของฮิลแมนเคร่งขรึม  “ดังนั้นบิดาของเจ้าตัดสินใจส่งน้องชายของเจ้าไปศึกษาที่สถาบันโอเบรียนของจักรวรรดิโอเบรียน  ในกองทัพแห่งจักรวรรดิที่ทรงพลังนั้น  ในสถาบันทหารที่ดีที่สุด  น้องชายของเจ้าจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ลินลี่ย์เห็นด้วยเช่นกัน
คนที่มีพละกำลังดิบเถื่อน แต่อ่อนในเรื่องชั้นเชิงประสบการณ์จะถูกมองว่าเป็นแค่เจ้าลิงใหญ่แต่โง่
 “เดี๋ยวก่อน”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้วมองดูฮิลแมน  “ลุงฮินแมน ! ค่าเล่าเรียนในสถาบันโอเบรียนต้องสูงมาก  แม้ว่าพวกเขาจะอนุญาตให้นักเรียนของเขาเรียนฟรี  แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเก็บค่าเล่าเรียนสุดแพงกับนักเรียนนอกจักรวรรดิเป็นแน่”  ลินลี่ย์จำได้ชัดเจนถึงวิธีที่เรย์โนลด์ต้องจ่ายค่าแรกรับเข้าสถาบันเอินส์มากขนาดไหน
ฮิลแมนพยักหน้า  “ค่าเล่าเรียนของสถาบันโอเบรียนนั้นปีละห้าพันเหรียญทอง  บิดาของเจ้าตั้งใจจะให้พ่อบ้านแอชลี่ย์ดูแลวอร์ตันที่นั่น ค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียนที่นั่นสูงมาก  สิบปีก็คงเป็นห้าหมื่นเหรียญทอง”
ห้าหมื่นเหรียญทองเท่ากับมูลค่าของมีค่าทั้งหมดที่ตระกูลบาลุคครอบครอง  ถ้าขายออกไปหมด
 “จริงสิ, ลุงฮิลแมน”
ฮิลแมนมองลินลี่ย์อย่างสงสัย  ขณะที่เขาเห็นลินลี่ย์ดึงบัตรเครดิตเวทออกมาจากกระเป๋า  ฮิลแมนตกใจ “บัตรเครดิตเวทเหรอ?”  ก่อนนี้ เมื่อเขาเป็นทหาร เขาเคยเห็นบัตรเครดิตเวทมาก่อน
 “ลินลี่ย์, เจ้ามีบัตรเครดิตเวทได้ยังไง? แม้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มี”  ฮิลแมนมองดูลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ
ลินลี่ย์ดึงฮิลแมนมาและพูดว่า “ข้าชนะได้บัตรเครดิตเวทนี้มาจากเด็กร่ำรวยที่แพ้การประลองเวทกับข้า  แล้วจึงค่อยไปธนาคารทองสี่จักรวรรดิ”  ตอนนี้ยามเฝ้าประตูทางเข้าสถาบันเอินส์ไม่พยายามกั้นฮิลแมนไม่ให้เดินเข้าต่อไป  เพราะเขาจำลินลี่ย์ที่ออกไปแต่เช้าได้
สำหรับลินลี่ย์  เงินจำนวนมากนี้ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก  ถ้าเขาสามารถใช้ช่วยเหลือครอบครัว ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
….
เมืองอู่ซัน ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลบาลุค
ฮ็อกกำลังใคร่ครวญ
ตั้งแต่ตระกูลของเขาให้กำเนิดทายาทที่มีความเข้มข้นเลือดมังกรเพียงพอ  เขาต้องให้การดูแลอย่างดีที่สุด  แม้ว่าเขาต้องไปขอทานเอง  ก็คุ้มค่าอย่างมิต้องสงสัย
 “ควรจะขายรูปสลักหินที่วางไว้ในห้องนอนให้ใครดี?  ฟิลิปตระหนี่เกินไป  เขาให้ราคาไม่ดี”  ฮ็อกครุ่นคิดไม่หยุด
ค่าเล่าเรียนที่จำเป็นต้องใช้ส่งวอร์ตันไปเรียนที่สถาบันโอเบรียน สูงจนน่าตกใจ คำถามค้างคาใจของฮ็อกในตอนนี้ก็คือ จะขายของๆ ตระกูลยังไงให้ได้ราคาสูง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้น
ฮ็อกหันหน้าไปพูดว่า “ฮิลแมน! กลับมาแล้วหรือ? อื๋อ อะไรอยู่บนบ่าของเจ้า?”
ฮิลแมนโยนถูงที่อยู่บนบ่าลงบนพื้น  ถุงกระแทกพื้นเสียงดังมาก  เห็นได้ชัดว่าหนักจริงๆ
 “ลอร์ดฮ็อก ลินลี่ย์ขอให้ข้านำของนี้มาให้ท่าน”  ฮิลแมนเปิดถุงและเทของทุกอย่างออกมา ถุงสีทองเล็กๆ กองพะเนินย่อมๆ ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งข้างในถุงทองชัดเจน
ถุงทองเหล่านี้ใช้โดยธนาคารทองสี่จักรวรรดิ  แต่ละถุงจะมีเหรียญทองร้อยเหรียญ
 “เหรียญทองเหรอ? มากมายจริงๆ นี่ต้องมีอย่างน้อยหมื่นเหรียญทอง”  ฮ็อกจ้องฮิลแมนด้วยความประหลาดใจ “ฮิลแมน เจ้าบอกว่าลินลี่ย์ขอให้เจ้านำของนี้มาที่นี่ใช่ไหม?”
ฮิลแมนพูดหนักแน่น “รวมแล้วเก้าพันเก้าร้อยเหรียญทอง  ลินลี่ย์ขอให้ข้านำมาให้ท่าน  ที่สถาบันเอินส์ สหายน้อยที่ร่ำรวยคนหนึ่งประลองเวทกับลินลี่ย์และแพ้ สูญเสียเดิมพันหมื่นเหรียญทอง ลินลี่ย์เก็บไว้ในบัตรเครดิตเวท  และตอนนี้เขาถอนออกมาทั้งหมด”
ฮิลแมนจำคำพูดที่ลินลี่ย์พูดกับพนักงานต้อนรับของธนาคารทองสี่จักรวรรดิ “ถอนทั้งหมด”
 “9,900 เหรียญทอง?  ลินลี่ย์น่ะหรือ?”
ฮ็อกจ้องมองกองถุงสีทอง พูดไม่ออกทันที

1 ความคิดเห็น:

แค่ผ่านมา กล่าวว่า...

ร่ำรวย

แสดงความคิดเห็น