ตอนที่ 629 ใครจะควบคุมโชคชะตาได้?
เมื่อเย่ว์หยางพบเย่ว์หวี่
เขาพบว่านางกำลังร้องไห้สะอื้นอยู่ในอ้อมอกแม่สี่
หลิวเย่และเป่าเอ๋อก็อยู่ด้วยเช่นกัน และกำลังลอบปาดน้ำตาพวกนางอย่างเงียบๆ
แม้แต่หนูน้อยเย่ว์ซวงผู้ซุกซนก็นั่งอยู่บนตักของเย่ว์ปิงอย่างว่าง่ายไม่ส่งเสียงดัง ดวงตาของเธอมองดูทางนั้นทีทางนี้ที
เธอไม่เข้าใจความหมายของความตาย
เมื่อเห็นว่าทุกคนร้องไห้
เธอก็ร้องไห้ตามบ้าง
อย่างไรก็ตาม เธอเบื่อจากการร้องไห้
และไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องร้องไห้ด้วย
เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นนิ่งเงียบอยู่ในพื้นที่ พวกเขาต้องการจะพูดปลอบใจพวกนาง
แต่ไม่รู้จะพูดยังไง
ดังนั้นพวกเขาได้แต่เพียงอยู่เงียบๆ
เมื่อเย่ว์หยางเห็นพวกเขา
เขาค่อนข้างประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าเพียงเวลาฝึกฝนไม่กี่วัน พวกเขาทุกคนเข้าถึงระดับปราณก่อกำเนิดกันหมดแล้ว เย่คง
เจ้าอ้วนไห่และองค์ชายเทียนหลัวเกือบจะถึงขั้นปราณก่อกำเนิดระดับสอง เสวี่ยทันหลางไปไวที่สุด เขาถึงชั้นปราณก่อกำเนิดระดับสองแล้ว เย่ว์หยางไม่ต้องสอนพวกเขา
พวกเขาก็สามารถเข้าถึงระดับปราณก่อกำเนิดกันหมด ทำให้เย่ว์หยางประหลาดใจเรื่องนี้มาก
ดูเหมือนว่าความสามารถตามธรรมชาติและสายเลือดจะเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง
การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และพลังของความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญกว่า.. ไม่ว่ายังไงก็ตาม
ตั้งแต่เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ สามารถเอาชนะอุปสรรคนี้ได้ การฝึกฝนในอนาคตของพวกเขาจะทำได้ง่ายมากขึ้น
เย่ว์หยางมีความรู้สึกว่ามนุษย์เข้าถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดเป็นเรื่องยากกว่านักสู้ปราณดินในแดนสวรรค์บรรลุถึงระดับนักสู้ปราณฟ้าเสียอีก
การเข้าถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดเป็นเหมือนกับการเข้าประตูสู่ท้องพระโรง ถ้าใครไม่สามารถย่างเท้าเข้าประตูได้ พวกเขาก็ไม่สามารถได้รับการเปิดเผยตัว
ทันทีที่พวกเขากลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาในการก้าวหน้าต่อไปในอนาคต...
ถ้าเย่ว์ซานไม่ได้ตายในการต่อสู้และถ้าเย่ว์หยางไม่รีบเร่งกลับมาปลอบเย่ว์หวี่ เย่ว์หยางอาจจะให้คำแนะนำบางอย่างกับเย่คง
เจ้าอ้วนไห่และพวกที่เหลือเพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าสู่ระดับต่อไป
“พี่เสี่ยวซาน!” เย่ว์ซวงตาไวขณะที่เธอมองเห็นเย่ว์หยางตั้งแต่อยู่ข้างนอกประตู เธอกระโดดออกจากอ้อมแขนพี่สาวและโถมตัวเข้าหาเขาทันที เธอกระโดดเข้าอ้อมกอดเย่ว์หยาง
ทำตาแดงและเริ่มเบะปากทำท่าจะร้องไห้
วันนี้ไม่ง่ายสำหรับเธอจริงๆ กับการพยายามทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายตลอดทั้งวัน ทุกคนเอาแต่ร้องไห้ทำให้เธออึดอัดใจมากจนไม่กล้าซุกซนทำลายบรรยากาศ
เธอคิดว่าเธอคงทำผิดพลาดอะไรบางอย่าง
“โอ๋...อย่าร้อง,
ซวงเอ๋อเป็นเด็กดีนะ!” เย่ว์หยางเช็ดน้ำตาและหอมแก้มเธอและช่วยเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหลอีกครั้ง
“อืม!” เด็กหญิงใจอ่อนกับคำชมของเย่ว์หยางอยู่แล้ว เธอจะรู้สึกภูมิใจเมื่อเขาชมเธอและจะยิ้มให้เขาทันที
เย่ว์หวี่เงยหน้ามองและเห็นว่าเย่ว์หยางกลับมาแล้ว
ทันใดนั้นความเศร้าท่วมทับใจนาง
นางผละออกจากอ้อมแขนแม่สี่และโถมเข้าหาและกอดน้องชายไว้แน่นพลางร้องเสียงดัง บิดาของนางจากไปแล้ว ตอนนี้นางเหลือแต่เพียงน้องชายที่เกื้อหนุนนาง
ความจริงนางไม่จำเป็นต้องพอใจกับชีวิตของนางมากนัก
ตราบใดที่บิดาของนางสุขภาพดีขึ้นและน้องชายนางยังคงแข็งแกร่งขึ้น นางไม่มีความปรารถนาอื่น อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงช่างโหดร้าย
บิดาของนางผู้เคยทรยศตระกูลมาก่อน ได้รับอภัยจากสมาชิกตระกูล เขาได้ตายไปพร้อมกับราชาเฮยอวี้...
ตอนนี้ นางมีแต่เพียงน้องชายเท่านั้น
หลิวเย่เช็ดน้ำตาและรำพึง “เขาเพิ่งเล่านิทานให้ข้าฟังในตอนเช้านี้เอง
ในตอนบ่าย เขาตายได้ยังไง!”
แม่สี่ยืนขึ้นและกอดทั้งเย่ว์หวี่และเย่ว์หยางทั้งคู่ นางไม่อาจปลอบใจทั้งสองด้วยคำพูดได้ แต่นางต้องการบอกพวกเขาว่า
แม้ว่านางจะไม่แข็งแกร่งเพียงพอ
นางจะอยู่กับพวกเขาเสมอในเวลาที่พวกเขาต้องการนาง
ลุงใหญ่และลุงสามตายในการต่อสู้
แม้แต่สามีของนางก็ถูกคนฆ่า
อย่างไรก็ตามครอบครัวยังมีนาง...
ตราบใดที่นางยังคงอยู่ด้วย พวกเขาก็ยังมีครอบครัว!
“พี่รอง
อย่าโศกเศร้าไปเลย นั่นเป็นทางที่ลุงใหญ่เลือกแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นไม่เร็วก็ช้า เราไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้ นอกจากนี้ไม่สำคัญว่าเราจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ
ศัตรูของเราก็ยังจะมาสู้กับเราอยู่ดี
สิ่งที่เราสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือเช็ดน้ำตาของเราซะ และสานภารกิจของรุ่นผู้ใหญ่ของเรา เรายังต้องไปต่อและสร้างเส้นทางของเราด้วยพลังของเรา!”
เย่ว์หยางเช็ดน้ำตาที่หน้าของเย่ว์หวี่
หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นนางมีน้ำตานองหน้า
โชคชะตาจะไม่ลดความทรมานของนางแค่เพียงเพราะนางใจดี
ความจริงตราบเท่าที่พวกเขาเกิดอยู่ในตระกูลเย่ว์ ล้วนเกิดขึ้นในท่ามกลางวังวนการสู้รบ พวกเขาไม่สามารถไม่หนีไปจากชะตากรรมนี้ได้
ตอนแรก
เย่ว์หยางไม่เข้าใจว่าทำไมตระกูลที่ไม่สำคัญอย่างตระกูลเย่ว์จึงได้มีแผนการและการสมคบคิดกันมากมาย
ทำไมจะต้องมาพบกับการสู้รบมากมาย..
ความจริงไม่ใช่เพราะเขาเป็นจากโลกภายนอก
มันเริ่มมาก่อนหน้านี้มากแล้ว สิบห้าปีที่แล้ว เมื่อเย่ว์ชิวตาย หรือแม้แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อภูตอัจฉริยะเย่ว์กงฟื้นฟูตระกูลเย่ว์ด้วยวิชาหุ่นของเขา หรือแม้แต่เมื่อหลายพันปีก่อนนั้น
เมื่อตระกูลเย่ว์ถูกจัดตั้งครั้งแรกโดยบรรพบุรุษแห่งตระกูลเย่ว์.. ตั้งแต่นั้น พวกเขาก็พบกับชะตากรรมนี้
ประวัติศาสตร์ตระกูลเย่ว์ทั้งหมดสร้างขึ้นจากการสู้รบกับศัตรูจากรุ่นต่างๆ
ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงการพัวพันในการสู้รบเหล่านี้ได้
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือขอบเขตการมีส่วนร่วมของพวกเขา
ถ้ามีใครสืบสาวประวัติศาสตร์ลึกลงไปอีก อาจจะไปได้ไกลกว่ายุคนางเซียนดอกหนามตั้งแต่สามพันปีก่อน ยุคจักรพรรดิอวี้เมื่อหกพันปีที่แล้ว
หรืออาจเป็นยุคของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเมื่อหมื่นปีที่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นโดยผ่านประวัติศาสตร์ของนักรบนับไม่ถ้วน โชคชะตาได้ก่อขึ้นผ่านจังหวะของโชคชะตาที่ต่อเนื่องที่ดูเหมือนมิอาจคาดเดาได้นี้
ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้
เว้นแต่มีคนที่สามารถควบคุมชะตากรรมได้
เย่ว์หยางหลับตาและสูดหายใจลึก
เขารู้สึกได้ถึงแขนที่ไร้แรงของเย่ว์หวี่และแขนที่คอยประคับประคองและมุ่งมั่นของแม่สี่ เขารู้สึกได้
เขารู้สึกพวกนางอย่างลึกซึ้งขณะที่ความคิดนับไม่ถ้วนทะลักเข้ามาในใจของเขา
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เขาถูกส่งเข้ามายังโลกนี้ มันผุดขึ้นมาในใจของเขา
ทำให้เขาตระหนักได้ถึงบางเรื่อง
ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยควบคุมชะตากรรมของตนเองได้ แต่ก็แปลก
ชะตากรรมของเขาดูเหมือนจะดึงดูดเขาให้ควบคุมมัน
บางทีนี่อาจเป็นวัตถุประสงค์ของการส่งเขาเข้ามา บางทีนี่เป็นชะตาที่แท้จริง บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาของเขาก็เป็นได้!
เนื่องจากไม่มีใครสามารถควบคุมชะตากรรมได้ เขาจะพยายามควบคุมมันเอง หลายๆ อย่างที่นางเซียนดอกหนาม,
จักรพรรดิอวี้และนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไม่สามารถทำได้ เขาจะทำให้หมด
นี่อาจเป็นชะตากรรมของผู้มาจากโลกภายนอกอย่างเขา!
เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ เกิดความประหลาดใจ ที่เย่ว์หยางหลับตาจมอยู่ในความคิดพลันมีแสงสีรุ้งครอบคลุมตัวทันที
แสงเริ่มต้นอย่างเลือนราง แต่ค่อยๆ สว่างขึ้นช้าๆ
พลังที่มองไม่เห็นชนิดหนึ่งดูเหมือนจะคลุมไปทั้งพื้นที่
ในสายตาของพวกเขา
เย่ว์หยางดูเหมือนจะกลายเป็นยักษ์ผู้สามารถเขย่าสวรรค์และโลกได้ด้วยการขยับมือและขาของเขาเท่านั้น
แน่นอนว่าร่างของเย่ว์หยางไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดนัก เหมือนกับพลังรหัสโบราณแต่ยังไม่สมบูรณ์ รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นพลังที่เป็นของเย่ว์หยางโดยสมบูรณ์
คล้ายกับพลังจิตที่อี้หนานใช้ระหว่างสู้กับนักสู้ปราณฟ้า อย่างไรก็ตาม มันให้ความรู้สึกลึกลับและยากจะหยั่งถึง
ทุกคนไม่สามารถขยับได้
เหมือนกับว่าพวกเขาตกลงไปในทะเลโฟมนุ่ม
ทุกคนรู้สึกสะดวกสบายและไม่ต้องการขยับเลยแม้แต่น้อย แม้แต่เย่ว์หวี่ที่กำลังร้องไห้ก็ยังหยุดสะอื้น
และอาบอยู่ภายในแสงรุ้งที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับพื้นที่พลังจิต
มีเพียงแม่สี่ที่กำลังลูบหัวเย่ว์หยาง
ราวกับว่านางเข้าใจสถานการณ์ของเย่ว์หยาง ดังนั้นนางจึงต้องการลูบศีรษะเขาเพื่อปลอบใจ
มีแต่ความรักที่สะท้อนอยู่ในดวงตานาง
นั่นคือท่าทางที่อบอุ่นที่สุดและนุ่มนวลที่สุดที่นางสามารถให้เขาได้
เกี่ยวกับเด็กคนนี้ นางไม่สามารถช่วยเขาได้มาก นางไร้พลังจะช่วยเขา อย่างไรก็ตาม
นางเข้าใจถึงความลำบากยากเย็นของเขา
เย่ว์หวี่สามารถร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกกับเขาได้ เพราะเขาเป็นน้องชายนาง เย่ว์ปิงและเย่ว์ซวงสามารถยิ้มและแบ่งปันความสุขของพวกนางทุกคนกับเขาได้ เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของเขา เย่คง
ไห่ต้าฟู่ เสวี่ยทันหลางและคนอื่นๆ สามารถฝึกฝนอย่างหนักและยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง,
เพราะเขาคือผู้นำกลุ่มของพวกเขา
ผู้อาวุโสรุ่นก่อนสามารถวางใจได้และดูเขาออกไปสู้ เพราะเขาคือความหวังของทุกคน!
มีแต่เขา
เย่ว์หยางเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครแบ่งปันภาระในใจกับเขาได้
เหมือนกับสวรรค์ได้จัดเตรียมชะตากรรมของเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว มันจะเกิดขึ้นกับเขา
ไม่ว่าเขาจะสามารถรับมือได้หรือไม่ก็ตาม
“เป็นเรื่องลำบากสำหรับเจ้าจริงๆ!”
แม่สี่ลูบหน้าของเขาซึ่งกำลังเปล่งประกายสีสัน เขาคือความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาง
ภาพของลูกนางพยายามดิ้นรนต่อสู้กับชะตากรรมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเพื่อนาง
นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการเห็น
แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น
สิ่งเดียวที่นางสามารถให้เขาได้ก็คือ สนับสนุนประคับประคอง
นอกจากกอดปลอบโยนแล้ว นางไม่อาจช่วยอะไรเขาได้เลย
“แม่สี่, ข้าจะไป!”
เย่ว์หยางลืมตาหลังจากนั้นชั่วขณะ
แสงสีรุ้งกลับเข้าไปในตัวของเขา
และทุกคนตื่นจากภวังค์ในขณะนั้น
พวกเขารู้สึกตัวจากความหลงใหลสภาพที่สวยงามสะดวกสบายที่พวกเขาพบในชั่วครู่ก่อนนั้น
เย่ว์หยางพยักหน้าให้แม่สี่และค่อยๆ ปล่อยเย่ว์หวี่
เขาหันกลับมาตะโกนใส่เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นที่ด้านนอกประตู “ไปกันเถอะ การสู้รบครั้งใหม่รอเราอยู่ เราไม่มีเวลาร้องไห้เสียใจอยู่ที่นี่ เราเป็นลูกผู้ชายที่เติบโตกันแล้วทุกคน เราหลั่งเลือดได้ แต่จะไม่ร้องไห้ เราจะสู้ให้หนำใจ!
ไม่สำคัญว่าชะตาเราจะถูกกำหนดไว้หรือว่าเป็นอุบัติเหตุ เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการศึกที่มาถึงเราได้! ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
มาสู้กันจนกว่าจะจบ
สักวันเราจะคว้าชะตากรรมเราไว้ได้แน่นอน”
ฮุยไท่หลางเป็นตัวแรกที่ตอบสนอง
มันบินเข้าหาเขาและยืนอยู่หน้าเขา
จุดประสงค์ที่มันยังอยู่ก็เพื่อเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ที่สุดนั่นเอง
ตามติดมาด้วยเจ้าอ้วนไห่ เย่คงและคนอื่นๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเย่ว์หยางพูดถึงการสู้แบบไหน พวกเขาไม่มีความกลัว
พวกเขาตั้งใจติดตามเขาจนถึงวาระสุดท้ายของโลก ไม่ว่าจะเป็นหอทงเทียนหรือแดนสวรรค์ พวกเขาจะติดตามเขาไป
พวกเขาไม่รู้ว่าอนาคตแบบไหนที่รอพวกเขาอยู่
แต่พวกเขารู้ว่าการติดตามเย่ว์หยางจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา
เย่ว์ปิงกล่าวลามารดาของนาง
นางเองก็เป็นนักรบคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่น้องสาวของเขา!
หลิวเย่ เป่าเอ๋อและคนอื่นๆ
ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจะติดตามเขา..
“เสี่ยวซาน!” เย่ว์หวี่ปาดน้ำตาและตามมากับพวกเขา นางตะโกนปนเสียงสะอื้น “พาพี่รองไปกับเจ้าด้วย พี่สาบานว่าจะไม่เหนี่ยวรั้งเป็นภาระเจ้า!”
เย่ว์หยางมองดูเย่ว์หวี่
เมื่อนางกังวลว่าเขาอาจปฏิเสธนาง นางจับมือเขาไว้
น้ำตานางยังคงทะลักออกมาเป็นสาย
นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจอย่างเมื่อครู่ก่อน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจ
นางจับมือน้องชายไว้และใช้กำลังทั้งหมดไล่ตามฝีเท้าของเขา นางผ่านประตู ผ่านเส้นแบ่งแสงสว่างและความมืด
ผ่านเครื่องกางกั้นในหัวใจนางและวิ่งไปข้างหน้า
ที่เนินเขาไม่ไกลออกไป องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนสะพายดาบเทพจักรพรรดิอวี้อยู่ที่หลังนาง เสวี่ยอู๋เสียถือคัมภีร์โบราณไว้ในมือ เจ้าเมืองโล่วฮัวกับจิ้งจอกเก้าหางของนาง
ไห่อิงอู่ในชุดเกราะจักรพรรดิสมุทรถือง้าวจักรพรรดิสมุทรและมารกฎฟ้าที่ลอยเอนตัวอยู่ในอากาศเหมือนกับเจ้าหญิงนิทรา...
พวกเขาพร้อมจะเผชิญกับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า

23 ความคิดเห็น:
ขอบคุณครับอัพแต่เช้าเลย ได้อ่านจุใจเลยครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ 😍
ขอบคุณจร้า
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากๆครับ สนุกมากๆ
แล้วท่านเย่จะไปตีกับใครละ
ขอบคุณมากๆครับ
ขอบใจจ้า
ขอบคุณครับ
มันจะไปไหนทำอะไร สู้กับใครหว่า (- -*) พวกลูกกระจ๊อก ปราณก่อเเกิด10 ปราณฟ้า1-5 แค่นั้นไม่ใช่หรอ พไอ้พวกหอถงเทียน พี่เย่ ขนสมุนไปตบก็จบแล้วนิ ทำไมต้องเป็นเรืองใหญ่หว่า
รวมพล
น่าจะเป็น คนลึกลับนั้นนะครับที่ถือหนังสือเทพเจ้า พวกนี้โหดน่ะครับพลังระดับพระเอกยังเปิดหนังสือระดับนั้นไมได้เลย มีแต่ปล่อยให้ฟินิกส์ออกมาช่วยเองไม่สามารถเรียกใช้ตามใจได้ แต่คนลึกลับนั้นเหมือนเปิดได้ **ดูตอนที่มันคุยกับราชาเฮยอวี่ตอนก่อนหน้ามันจะตาย ระดับไม่ต่ำกว่าขั้นปรานฟ้า 5-7 แน่ๆๆ แถมน่าจะมีลูกน้องโหดๆ แผนมันสูงอีกน่าจะเตรียมการดีแล้วไม่งั้นไม่ยอมโผล่มาแน่ๆ(อาจไม่แน่ร่างที่มันยึดอาจเป็นร่างของพ่อพระเอกอีกดีไม่ดีฆ่าไม่ได้) ไม่แน่ใจว่ามันคือ ราชาปีศาจโบราณที่มันหนีอออกมาจากผนึกในหอทงเทียนชั้นที่พระเอกมันไปสู้กับลูกมันที่ชื่อราชาพันปีศาจเปล่า แต่มี % ใกล้เคียงน่าจะคนนี้ และหนังสือเทพเจ้า จะของมันเองหรือ ไปแย้งมาจากที่ราชาเฮยอวี่พบหรือเปล่า ถ้าของมันเองแสดงว่าพระเอกเจอ 3 เล่มละ ถ้าฆ่าได้เล่มนี้ต้องให้พักพวกแน่ๆ อีกเล่มด้วย เตรียมปูทางไปตบกับพวกเทพๆในเเดนสวรรค์พวกนั้นอย่างต่ำต้องมีคนมีสักเล่มล่ะ ทักษะแฝงเร้นเงียนไขยากๆโหดๆทั้งนั้น
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ
ศึกใหม่รอชมๆ
ว้าว ไห่อิงอู่ กับ เยว่หวี่ ก็จะไปด้วยรึ ดีดีดีดี!
ขอบคุณครับ
รวมพลไปกินหมูกระทะแล้วก็กัล จบ
Thx
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น