วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 629 ใครจะควบคุมโชคชะตาได้?


ตอนที่  629  ใครจะควบคุมโชคชะตาได้?
เมื่อเย่ว์หยางพบเย่ว์หวี่ เขาพบว่านางกำลังร้องไห้สะอื้นอยู่ในอ้อมอกแม่สี่
หลิวเย่และเป่าเอ๋อก็อยู่ด้วยเช่นกัน และกำลังลอบปาดน้ำตาพวกนางอย่างเงียบๆ

แม้แต่หนูน้อยเย่ว์ซวงผู้ซุกซนก็นั่งอยู่บนตักของเย่ว์ปิงอย่างว่าง่ายไม่ส่งเสียงดัง  ดวงตาของเธอมองดูทางนั้นทีทางนี้ที เธอไม่เข้าใจความหมายของความตาย
เมื่อเห็นว่าทุกคนร้องไห้  เธอก็ร้องไห้ตามบ้าง
อย่างไรก็ตาม เธอเบื่อจากการร้องไห้ และไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องร้องไห้ด้วย
เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นนิ่งเงียบอยู่ในพื้นที่  พวกเขาต้องการจะพูดปลอบใจพวกนาง แต่ไม่รู้จะพูดยังไง  ดังนั้นพวกเขาได้แต่เพียงอยู่เงียบๆ
เมื่อเย่ว์หยางเห็นพวกเขา  เขาค่อนข้างประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าเพียงเวลาฝึกฝนไม่กี่วัน พวกเขาทุกคนเข้าถึงระดับปราณก่อกำเนิดกันหมดแล้ว  เย่คง เจ้าอ้วนไห่และองค์ชายเทียนหลัวเกือบจะถึงขั้นปราณก่อกำเนิดระดับสอง  เสวี่ยทันหลางไปไวที่สุด  เขาถึงชั้นปราณก่อกำเนิดระดับสองแล้ว  เย่ว์หยางไม่ต้องสอนพวกเขา  พวกเขาก็สามารถเข้าถึงระดับปราณก่อกำเนิดกันหมด  ทำให้เย่ว์หยางประหลาดใจเรื่องนี้มาก  ดูเหมือนว่าความสามารถตามธรรมชาติและสายเลือดจะเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง  การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และพลังของความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญกว่า..   ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตั้งแต่เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ สามารถเอาชนะอุปสรรคนี้ได้ การฝึกฝนในอนาคตของพวกเขาจะทำได้ง่ายมากขึ้น
เย่ว์หยางมีความรู้สึกว่ามนุษย์เข้าถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดเป็นเรื่องยากกว่านักสู้ปราณดินในแดนสวรรค์บรรลุถึงระดับนักสู้ปราณฟ้าเสียอีก
การเข้าถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดเป็นเหมือนกับการเข้าประตูสู่ท้องพระโรง  ถ้าใครไม่สามารถย่างเท้าเข้าประตูได้  พวกเขาก็ไม่สามารถได้รับการเปิดเผยตัว
ทันทีที่พวกเขากลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด  จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาในการก้าวหน้าต่อไปในอนาคต...
ถ้าเย่ว์ซานไม่ได้ตายในการต่อสู้และถ้าเย่ว์หยางไม่รีบเร่งกลับมาปลอบเย่ว์หวี่  เย่ว์หยางอาจจะให้คำแนะนำบางอย่างกับเย่คง เจ้าอ้วนไห่และพวกที่เหลือเพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าสู่ระดับต่อไป
 “พี่เสี่ยวซาน!  เย่ว์ซวงตาไวขณะที่เธอมองเห็นเย่ว์หยางตั้งแต่อยู่ข้างนอกประตู  เธอกระโดดออกจากอ้อมแขนพี่สาวและโถมตัวเข้าหาเขาทันที  เธอกระโดดเข้าอ้อมกอดเย่ว์หยาง ทำตาแดงและเริ่มเบะปากทำท่าจะร้องไห้  วันนี้ไม่ง่ายสำหรับเธอจริงๆ กับการพยายามทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายตลอดทั้งวัน  ทุกคนเอาแต่ร้องไห้ทำให้เธออึดอัดใจมากจนไม่กล้าซุกซนทำลายบรรยากาศ เธอคิดว่าเธอคงทำผิดพลาดอะไรบางอย่าง
 “โอ๋...อย่าร้อง, ซวงเอ๋อเป็นเด็กดีนะ!  เย่ว์หยางเช็ดน้ำตาและหอมแก้มเธอและช่วยเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหลอีกครั้ง
 “อืม!  เด็กหญิงใจอ่อนกับคำชมของเย่ว์หยางอยู่แล้ว  เธอจะรู้สึกภูมิใจเมื่อเขาชมเธอและจะยิ้มให้เขาทันที
เย่ว์หวี่เงยหน้ามองและเห็นว่าเย่ว์หยางกลับมาแล้ว
ทันใดนั้นความเศร้าท่วมทับใจนาง  นางผละออกจากอ้อมแขนแม่สี่และโถมเข้าหาและกอดน้องชายไว้แน่นพลางร้องเสียงดัง  บิดาของนางจากไปแล้ว  ตอนนี้นางเหลือแต่เพียงน้องชายที่เกื้อหนุนนาง  ความจริงนางไม่จำเป็นต้องพอใจกับชีวิตของนางมากนัก  ตราบใดที่บิดาของนางสุขภาพดีขึ้นและน้องชายนางยังคงแข็งแกร่งขึ้น  นางไม่มีความปรารถนาอื่น  อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงช่างโหดร้าย บิดาของนางผู้เคยทรยศตระกูลมาก่อน ได้รับอภัยจากสมาชิกตระกูล เขาได้ตายไปพร้อมกับราชาเฮยอวี้...
ตอนนี้ นางมีแต่เพียงน้องชายเท่านั้น
หลิวเย่เช็ดน้ำตาและรำพึง “เขาเพิ่งเล่านิทานให้ข้าฟังในตอนเช้านี้เอง ในตอนบ่าย เขาตายได้ยังไง!
แม่สี่ยืนขึ้นและกอดทั้งเย่ว์หวี่และเย่ว์หยางทั้งคู่  นางไม่อาจปลอบใจทั้งสองด้วยคำพูดได้  แต่นางต้องการบอกพวกเขาว่า แม้ว่านางจะไม่แข็งแกร่งเพียงพอ  นางจะอยู่กับพวกเขาเสมอในเวลาที่พวกเขาต้องการนาง
ลุงใหญ่และลุงสามตายในการต่อสู้ แม้แต่สามีของนางก็ถูกคนฆ่า  อย่างไรก็ตามครอบครัวยังมีนาง...
ตราบใดที่นางยังคงอยู่ด้วย พวกเขาก็ยังมีครอบครัว!
 “พี่รอง อย่าโศกเศร้าไปเลย นั่นเป็นทางที่ลุงใหญ่เลือกแล้ว  การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นไม่เร็วก็ช้า  เราไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้  นอกจากนี้ไม่สำคัญว่าเราจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ศัตรูของเราก็ยังจะมาสู้กับเราอยู่ดี  สิ่งที่เราสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือเช็ดน้ำตาของเราซะ และสานภารกิจของรุ่นผู้ใหญ่ของเรา  เรายังต้องไปต่อและสร้างเส้นทางของเราด้วยพลังของเรา!  เย่ว์หยางเช็ดน้ำตาที่หน้าของเย่ว์หวี่  หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นนางมีน้ำตานองหน้า
โชคชะตาจะไม่ลดความทรมานของนางแค่เพียงเพราะนางใจดี
ความจริงตราบเท่าที่พวกเขาเกิดอยู่ในตระกูลเย่ว์ ล้วนเกิดขึ้นในท่ามกลางวังวนการสู้รบ  พวกเขาไม่สามารถไม่หนีไปจากชะตากรรมนี้ได้
ตอนแรก เย่ว์หยางไม่เข้าใจว่าทำไมตระกูลที่ไม่สำคัญอย่างตระกูลเย่ว์จึงได้มีแผนการและการสมคบคิดกันมากมาย ทำไมจะต้องมาพบกับการสู้รบมากมาย..
ความจริงไม่ใช่เพราะเขาเป็นจากโลกภายนอก
มันเริ่มมาก่อนหน้านี้มากแล้ว สิบห้าปีที่แล้ว  เมื่อเย่ว์ชิวตาย  หรือแม้แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อภูตอัจฉริยะเย่ว์กงฟื้นฟูตระกูลเย่ว์ด้วยวิชาหุ่นของเขา  หรือแม้แต่เมื่อหลายพันปีก่อนนั้น เมื่อตระกูลเย่ว์ถูกจัดตั้งครั้งแรกโดยบรรพบุรุษแห่งตระกูลเย่ว์.. ตั้งแต่นั้น พวกเขาก็พบกับชะตากรรมนี้ ประวัติศาสตร์ตระกูลเย่ว์ทั้งหมดสร้างขึ้นจากการสู้รบกับศัตรูจากรุ่นต่างๆ  ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงการพัวพันในการสู้รบเหล่านี้ได้  ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือขอบเขตการมีส่วนร่วมของพวกเขา
ถ้ามีใครสืบสาวประวัติศาสตร์ลึกลงไปอีก  อาจจะไปได้ไกลกว่ายุคนางเซียนดอกหนามตั้งแต่สามพันปีก่อน  ยุคจักรพรรดิอวี้เมื่อหกพันปีที่แล้ว หรืออาจเป็นยุคของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเมื่อหมื่นปีที่แล้ว  ยิ่งกว่านั้นโดยผ่านประวัติศาสตร์ของนักรบนับไม่ถ้วน โชคชะตาได้ก่อขึ้นผ่านจังหวะของโชคชะตาที่ต่อเนื่องที่ดูเหมือนมิอาจคาดเดาได้นี้
ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้
เว้นแต่มีคนที่สามารถควบคุมชะตากรรมได้
เย่ว์หยางหลับตาและสูดหายใจลึก  เขารู้สึกได้ถึงแขนที่ไร้แรงของเย่ว์หวี่และแขนที่คอยประคับประคองและมุ่งมั่นของแม่สี่  เขารู้สึกได้ เขารู้สึกพวกนางอย่างลึกซึ้งขณะที่ความคิดนับไม่ถ้วนทะลักเข้ามาในใจของเขา  ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เขาถูกส่งเข้ามายังโลกนี้ มันผุดขึ้นมาในใจของเขา ทำให้เขาตระหนักได้ถึงบางเรื่อง  ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยควบคุมชะตากรรมของตนเองได้  แต่ก็แปลก ชะตากรรมของเขาดูเหมือนจะดึงดูดเขาให้ควบคุมมัน  บางทีนี่อาจเป็นวัตถุประสงค์ของการส่งเขาเข้ามา  บางทีนี่เป็นชะตาที่แท้จริง  บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาของเขาก็เป็นได้!
เนื่องจากไม่มีใครสามารถควบคุมชะตากรรมได้  เขาจะพยายามควบคุมมันเอง  หลายๆ อย่างที่นางเซียนดอกหนาม, จักรพรรดิอวี้และนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไม่สามารถทำได้  เขาจะทำให้หมด  นี่อาจเป็นชะตากรรมของผู้มาจากโลกภายนอกอย่างเขา!
เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ เกิดความประหลาดใจ ที่เย่ว์หยางหลับตาจมอยู่ในความคิดพลันมีแสงสีรุ้งครอบคลุมตัวทันที
แสงเริ่มต้นอย่างเลือนราง แต่ค่อยๆ สว่างขึ้นช้าๆ
พลังที่มองไม่เห็นชนิดหนึ่งดูเหมือนจะคลุมไปทั้งพื้นที่
ในสายตาของพวกเขา เย่ว์หยางดูเหมือนจะกลายเป็นยักษ์ผู้สามารถเขย่าสวรรค์และโลกได้ด้วยการขยับมือและขาของเขาเท่านั้น
แน่นอนว่าร่างของเย่ว์หยางไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดนัก  เหมือนกับพลังรหัสโบราณแต่ยังไม่สมบูรณ์  รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นพลังที่เป็นของเย่ว์หยางโดยสมบูรณ์  คล้ายกับพลังจิตที่อี้หนานใช้ระหว่างสู้กับนักสู้ปราณฟ้า  อย่างไรก็ตาม มันให้ความรู้สึกลึกลับและยากจะหยั่งถึง
ทุกคนไม่สามารถขยับได้  เหมือนกับว่าพวกเขาตกลงไปในทะเลโฟมนุ่ม
ทุกคนรู้สึกสะดวกสบายและไม่ต้องการขยับเลยแม้แต่น้อย  แม้แต่เย่ว์หวี่ที่กำลังร้องไห้ก็ยังหยุดสะอื้น และอาบอยู่ภายในแสงรุ้งที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับพื้นที่พลังจิต
มีเพียงแม่สี่ที่กำลังลูบหัวเย่ว์หยาง
ราวกับว่านางเข้าใจสถานการณ์ของเย่ว์หยาง  ดังนั้นนางจึงต้องการลูบศีรษะเขาเพื่อปลอบใจ
มีแต่ความรักที่สะท้อนอยู่ในดวงตานาง
นั่นคือท่าทางที่อบอุ่นที่สุดและนุ่มนวลที่สุดที่นางสามารถให้เขาได้
เกี่ยวกับเด็กคนนี้ นางไม่สามารถช่วยเขาได้มาก  นางไร้พลังจะช่วยเขา  อย่างไรก็ตาม  นางเข้าใจถึงความลำบากยากเย็นของเขา  เย่ว์หวี่สามารถร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกกับเขาได้  เพราะเขาเป็นน้องชายนาง  เย่ว์ปิงและเย่ว์ซวงสามารถยิ้มและแบ่งปันความสุขของพวกนางทุกคนกับเขาได้  เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของเขา  เย่คง  ไห่ต้าฟู่ เสวี่ยทันหลางและคนอื่นๆ สามารถฝึกฝนอย่างหนักและยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง, เพราะเขาคือผู้นำกลุ่มของพวกเขา  ผู้อาวุโสรุ่นก่อนสามารถวางใจได้และดูเขาออกไปสู้  เพราะเขาคือความหวังของทุกคน!
มีแต่เขา เย่ว์หยางเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครแบ่งปันภาระในใจกับเขาได้
เหมือนกับสวรรค์ได้จัดเตรียมชะตากรรมของเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว  มันจะเกิดขึ้นกับเขา ไม่ว่าเขาจะสามารถรับมือได้หรือไม่ก็ตาม
 “เป็นเรื่องลำบากสำหรับเจ้าจริงๆ!  แม่สี่ลูบหน้าของเขาซึ่งกำลังเปล่งประกายสีสัน  เขาคือความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาง ภาพของลูกนางพยายามดิ้นรนต่อสู้กับชะตากรรมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเพื่อนาง นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการเห็น  แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น  สิ่งเดียวที่นางสามารถให้เขาได้ก็คือ สนับสนุนประคับประคอง นอกจากกอดปลอบโยนแล้ว นางไม่อาจช่วยอะไรเขาได้เลย
 “แม่สี่, ข้าจะไป!  เย่ว์หยางลืมตาหลังจากนั้นชั่วขณะ  แสงสีรุ้งกลับเข้าไปในตัวของเขา  และทุกคนตื่นจากภวังค์ในขณะนั้น  พวกเขารู้สึกตัวจากความหลงใหลสภาพที่สวยงามสะดวกสบายที่พวกเขาพบในชั่วครู่ก่อนนั้น
เย่ว์หยางพยักหน้าให้แม่สี่และค่อยๆ ปล่อยเย่ว์หวี่
เขาหันกลับมาตะโกนใส่เย่คง เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นที่ด้านนอกประตู  “ไปกันเถอะ การสู้รบครั้งใหม่รอเราอยู่  เราไม่มีเวลาร้องไห้เสียใจอยู่ที่นี่  เราเป็นลูกผู้ชายที่เติบโตกันแล้วทุกคน  เราหลั่งเลือดได้ แต่จะไม่ร้องไห้  เราจะสู้ให้หนำใจ!  ไม่สำคัญว่าชะตาเราจะถูกกำหนดไว้หรือว่าเป็นอุบัติเหตุ  เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการศึกที่มาถึงเราได้!  ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มาสู้กันจนกว่าจะจบ  สักวันเราจะคว้าชะตากรรมเราไว้ได้แน่นอน”
ฮุยไท่หลางเป็นตัวแรกที่ตอบสนอง มันบินเข้าหาเขาและยืนอยู่หน้าเขา
จุดประสงค์ที่มันยังอยู่ก็เพื่อเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ที่สุดนั่นเอง
ตามติดมาด้วยเจ้าอ้วนไห่ เย่คงและคนอื่นๆ  แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเย่ว์หยางพูดถึงการสู้แบบไหน  พวกเขาไม่มีความกลัว  พวกเขาตั้งใจติดตามเขาจนถึงวาระสุดท้ายของโลก  ไม่ว่าจะเป็นหอทงเทียนหรือแดนสวรรค์  พวกเขาจะติดตามเขาไป
พวกเขาไม่รู้ว่าอนาคตแบบไหนที่รอพวกเขาอยู่  แต่พวกเขารู้ว่าการติดตามเย่ว์หยางจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา
เย่ว์ปิงกล่าวลามารดาของนาง
นางเองก็เป็นนักรบคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่น้องสาวของเขา!
หลิวเย่ เป่าเอ๋อและคนอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจะติดตามเขา..
 “เสี่ยวซาน!  เย่ว์หวี่ปาดน้ำตาและตามมากับพวกเขา  นางตะโกนปนเสียงสะอื้น  “พาพี่รองไปกับเจ้าด้วย  พี่สาบานว่าจะไม่เหนี่ยวรั้งเป็นภาระเจ้า!
เย่ว์หยางมองดูเย่ว์หวี่  เมื่อนางกังวลว่าเขาอาจปฏิเสธนาง นางจับมือเขาไว้
น้ำตานางยังคงทะลักออกมาเป็นสาย
นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจอย่างเมื่อครู่ก่อน  แต่เป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจ
นางจับมือน้องชายไว้และใช้กำลังทั้งหมดไล่ตามฝีเท้าของเขา  นางผ่านประตู ผ่านเส้นแบ่งแสงสว่างและความมืด ผ่านเครื่องกางกั้นในหัวใจนางและวิ่งไปข้างหน้า  ที่เนินเขาไม่ไกลออกไป องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนสะพายดาบเทพจักรพรรดิอวี้อยู่ที่หลังนาง  เสวี่ยอู๋เสียถือคัมภีร์โบราณไว้ในมือ  เจ้าเมืองโล่วฮัวกับจิ้งจอกเก้าหางของนาง ไห่อิงอู่ในชุดเกราะจักรพรรดิสมุทรถือง้าวจักรพรรดิสมุทรและมารกฎฟ้าที่ลอยเอนตัวอยู่ในอากาศเหมือนกับเจ้าหญิงนิทรา...
พวกเขาพร้อมจะเผชิญกับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า

23 ความคิดเห็น:

ท้องฟ้าจะมีความหมาย ถ้ามีคนแหงนมอง กล่าวว่า...

ขอบคุณครับอัพแต่เช้าเลย ได้อ่านจุใจเลยครับ

นายหนอนไหมปีนป่ายต้นรัก กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Paradin กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ 😍

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณจร้า

windwolf กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

gg กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆครับ สนุกมากๆ

Unknown กล่าวว่า...

แล้วท่านเย่จะไปตีกับใครละ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบใจจ้า

Minamoto กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

aloha777 กล่าวว่า...

มันจะไปไหนทำอะไร สู้กับใครหว่า (- -*) พวกลูกกระจ๊อก ปราณก่อเเกิด10 ปราณฟ้า1-5 แค่นั้นไม่ใช่หรอ พไอ้พวกหอถงเทียน พี่เย่ ขนสมุนไปตบก็จบแล้วนิ ทำไมต้องเป็นเรืองใหญ่หว่า

WingF กล่าวว่า...

รวมพล

MAXNY กล่าวว่า...

น่าจะเป็น คนลึกลับนั้นนะครับที่ถือหนังสือเทพเจ้า พวกนี้โหดน่ะครับพลังระดับพระเอกยังเปิดหนังสือระดับนั้นไมได้เลย มีแต่ปล่อยให้ฟินิกส์ออกมาช่วยเองไม่สามารถเรียกใช้ตามใจได้ แต่คนลึกลับนั้นเหมือนเปิดได้ **ดูตอนที่มันคุยกับราชาเฮยอวี่ตอนก่อนหน้ามันจะตาย ระดับไม่ต่ำกว่าขั้นปรานฟ้า 5-7 แน่ๆๆ แถมน่าจะมีลูกน้องโหดๆ แผนมันสูงอีกน่าจะเตรียมการดีแล้วไม่งั้นไม่ยอมโผล่มาแน่ๆ(อาจไม่แน่ร่างที่มันยึดอาจเป็นร่างของพ่อพระเอกอีกดีไม่ดีฆ่าไม่ได้) ไม่แน่ใจว่ามันคือ ราชาปีศาจโบราณที่มันหนีอออกมาจากผนึกในหอทงเทียนชั้นที่พระเอกมันไปสู้กับลูกมันที่ชื่อราชาพันปีศาจเปล่า แต่มี % ใกล้เคียงน่าจะคนนี้ และหนังสือเทพเจ้า จะของมันเองหรือ ไปแย้งมาจากที่ราชาเฮยอวี่พบหรือเปล่า ถ้าของมันเองแสดงว่าพระเอกเจอ 3 เล่มละ ถ้าฆ่าได้เล่มนี้ต้องให้พักพวกแน่ๆ อีกเล่มด้วย เตรียมปูทางไปตบกับพวกเทพๆในเเดนสวรรค์พวกนั้นอย่างต่ำต้องมีคนมีสักเล่มล่ะ ทักษะแฝงเร้นเงียนไขยากๆโหดๆทั้งนั้น

lolay_boy กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

มีตน กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Unknown กล่าวว่า...

ศึกใหม่รอชมๆ

Nopanser Kung กล่าวว่า...

ว้าว ไห่อิงอู่ กับ เยว่หวี่ ก็จะไปด้วยรึ ดีดีดีดี!

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Opajo กล่าวว่า...

รวมพลไปกินหมูกระทะแล้วก็กัล จบ

ZENDINEL กล่าวว่า...

Thx

akekapoj-tee กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น