ตอนที่ 1000 เมืองไป๋เหอ
เฒ่าขี้เมา?
เมืองไป๋เหอ ดินแดนใจกลางภูมิภาคสวนสวรรค์
เมืองไป๋เหอเป็นเมืองที่สร้างอยู่บนผิวน้ำใจกลางเขตที่มีการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างจักรพรรดิเสิ่นกวง
จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและจักรพรรดิฟู่โฉวทั้งสามฝ่ายมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว
เป็นเรื่องแปลกที่แม้ว่าไฟสงครามไม่เคยมอดดับลงมานานเป็นพันปี
แต่เมืองไป๋เหอมีกฎที่แปลกประหลาด
ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ใช้กำลังในเมืองไป๋เหอ
และนักรบใดก็ตามที่เข้ามาในเมือง จะถูกถอดสถานะออกจากสนามรบ
ในเมืองนี้คนที่โกรธเกลียดกัน สามารถนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันได้ แต่ทันทีที่พวกเขาออกไปจากเมือง
พวกเขาจะเผชิญหน้าและเข่นฆ่ากันและกัน
ในเมืองน้ำแห่งนี้แม้แต่เจ้าเมืองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสงครามนองเลือด
และระบายความโกรธได้ นั่นต้องบอกว่าเป็นปาฏิหาริย์
เมืองไป๋เหอกล่าวกันว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในภูมิภาคสวนสวรรค์
แต่แม่น้ำไป๋เหอที่อยู่นอกเมือง
ความจริงเป็นดินแดนที่น่ากลัวที่สุดในภูมิภาคสวนสวรรค์
ไม่ทราบว่าที่นั่นมีทหารและนักผจญภัยถูกฝังไว้มากมายเพียงไหน กระดูกคนตายสุมกองทับ หากมิใช่เพราะแม่น้ำไป๋เหอลึก
เกรงว่าคงกองพะเนินสูงเท่าภูเขากลายเป็นที่ลือชื่อในภูมิภาคสวนสวรรค์
ตราบเท่าที่คนที่เคยไปเมืองไป๋เหอ จะเข้าใจว่าแม่น้ำไป๋เหอไม่ใช่แม่น้ำ
แต่เป็นทะเลที่มองแทบไม่เห็นฝั่ง
พื้นที่หนึ่งในสามของภูมิภาคสวนสวรรค์จมอยู่ใต้ทะเลสาบ
เพราะผิวทะเลมักจะมีหมอกสีขาวเป็นทางและมีหมอกลับที่ยาวเป็นทาง
นั่นจึงเป็นที่มาของเมืองไป๋เหอ “แม่น้ำขาว”
ความลึกของแม่น้ำไป๋เหอนั้นเกินกว่าจะหยั่งถึงได้ แม้แต่ทวีปที่จมลงก็หายไปจนมองไม่เห็น
นั่นมีเมืองเกือบพันเมือง เหลือแต่แนวเขามองเห็นได้ ยอดเขาโผล่ให้เห็นกลายเป็นเกาะน้อย
พอเหลือให้คนรุ่นหลังได้สร้างเมืองอยู่บนผิวน้ำ
ในบรรดาเมืองเหล่านั้น มีเมืองไป๋เหอรวมอยู่ด้วย
เมฆหมอกยาวจนสุดสายตา ปรากฏเรือสินค้ากำลังแล่น
เนื่องจากเรือกินน้ำลึก และมีขนาดใหญ่ใครๆ
มองเห็นก็รู้ว่านี่คือเรือเสบียงซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ฝ่ายใด เพราะข่าวว่าจักรพรรดิเสิ่นกวงและจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วตาย
จักรพรรดิฟู่โฉวเนรเทศตนเอง
ภูมิภาคสวนสวรรค์ดูเหมือนจะถูกควบคุมโดยสตรีที่ไม่มีชื่อเสียงเรียกว่าเทียนฟา และตอนนี้มีสถานการณ์ที่สับสน
จึงอนุญาตให้เรือสินค้าชักธงลงได้
แม้ว่าเจ้าเมืองก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านายตายหรือยังอยู่
จะสู้เพื่อเขาต่อไปหรือไม่
น่าขันหรือไม่?
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองไป๋เหอ พวกท่านปลอดภัยแล้ว!”
ผู้เฒ่าเถี่ยเหมาประจำการอยู่ที่ท่าเรือตะวันออก
เขายกเชือกเหล็กใหญ่และพันรอบหลักอย่างชำนาญ
คนงานท่าเรือเป็นพวกแรกที่เข้ามาทักทายและอำนวยความสะดวกให้คนนอก
นี่คือกฎของเมืองไป๋เหอ
ธรรมเนียมนี้สืบทอดกันมาหลายพันปีจนเป็นลักษณะเฉพาะของเมืองไป๋เหอ
เฒ่าเถี่ยเหมาถือเป็นคนงานที่ดีที่สุดในที่นี้
เขาทำงานที่นี่มาหลายร้อยปีแล้ว
เขารู้เรื่องราวทุกอย่าง
กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งเขาเคยขึ้นเรือของเสิ่นกวง,
เฟิ่นนิ่วและฟู่โฉว สามจักรพรรดิแดนดิน ไม่เคยมีใครอื่นได้รับเกียรติขนาดนี้
“โอว, นายผู้เฒ่า ขอทิปด้วย” เฒ่าเถี่ยเหมารับเงินมาตามปกติและพบว่าเจ้าอ้วนเผ่าคางคกดึงถุงเงินเล็กๆ
ออกมาและยักไหล่ด้วยท่าทางแปลกๆ
“ดูเหมือนว่าท่านต้องการข้อมูลลับสุดยอดจากปากข้าสินะ!”
“ข้าแค่ถามปัญหาสามข้อง่ายๆ
หลังจากถามแล้วก็จบกัน
ตราบเท่าที่เจ้าตอบตามตรง
ไม่ว่าเจ้าจะตอบได้หรือไม่ เงินถุงนี้จะเป็นของเจ้า” พ่อค้าเผ่าคางคกยิ้ม
เขาแกว่งถุงเงินล่อเฒ่าเถี่ยเหมา
เฒ่าเถี่ยเหมารอมองดูอีกฝ่ายมีบุคลิกท่าทางของผู้ประสบความสำเร็จ
จากนั้นเขาเปลี่ยนท่าทีทันที “ขออภัย ข้าขอปฏิเสธได้ไหม?”
นี่เป็นลูกไม้ตลกของพ่อค้าต่างถิ่น
สหายของเขาที่ได้พบเห็นก่อนหน้านั้นมีขนทั้งตัวเหมือนกอริลลา
ชอบทุบอกตนเองทำให้อดหัวเราะอย่างมีความสุขไม่ได้
“พ่อค้าต่างถิ่น เลิกลองใจพวกเราได้แล้ว
อยู่ต่อหน้าท่านเถี่ยเหมา เงินทองไม่มีประโยชน์
เจ้าคิดว่าเขาจะยอมแพ้และเป็นผู้รับใช้เพื่อเงินเจ้าหรือ? เขาแค่ยอมแพ้ต่อสุราชั้นดีของโลก
มีแต่หนอนสุราเท่านั้นที่เอาชนะเขาได้ ฮ่าฮ่าฮ่า...”
บุรุษอีกคนหนึ่งมีตาอยู่บนศีรษะเหมือนกุ้งโบกแขนผอมๆ
ของเขาแนะนำอย่างจริงจัง “ไม่ต้องพูดมาก
คนต่างถิ่น ในเมืองไป๋เหอเจ้าสามารถทำอะไรก็ได้
แม้ว่าเจ้าจะบ้าเงินทอง เจ้าก็สามารถหาเงินจากกระเป๋าทุกคนได้
และข้าเองก็ไม่มีอะไรเลย อย่างไรก็ตาม
เจ้าไม่ควรจะรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เกินไป...”
“ถูกแล้ว
ข้าพยายามเตือนเจ้าด้วยความปรารถนาดี
นายผู้เฒ่า! ที่นี่คนเขลาจะปลอดภัยที่สุด!” เฒ่าเถี่ยเหมาพูดจบก็หัวเราะ
“เป็นอย่างนี้นี่เอง!” ปรากฏว่าเจ้ากบอ้วนไม่โกรธ และยังยิ้มได้
แต่องครักษ์ที่อยู่ข้างเจ้ากบอ้วนมีสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
เจ้ากบอ้วนจั๊ดด์โบกมือ
“ฟงจี, จินหวิน กลับไปบอกคุณชายและภรรยาว่าเรามาถึงเมืองไป๋เหอแล้ว
มีคนออกมาจากห้องโดยสารอยู่ก่อนแล้ว
เป็นเย่ว์หยางและมารกฎฟ้า ราชันย์ปีศาจใต้ซึ่งคลุมหน้าด้วยชุดยาว หลิวเย่ยังคงอยู่ในชุดเดิมที่คุ้นเคย นางอยู่ด้านหลังเย่ว์หยาง
ดวงตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ
มองดูทุกอย่างด้วยความสงสัย
ใครที่ไม่รู้จัก
อาจจะเข้าใจผิดคิดว่านางคือสาวใช้ของเย่ว์หยาง
เจ้ากบอ้วนก็คือจั๊ดด์ผู้จัดการผลประโยชน์ใหญ่แน่นอน
เขาคือผู้ดูแลการเงินและผลประโยชน์อันดับหนึ่งของเย่ว์หยาง
และมีความเชี่ยวชาญมากกว่าเปากู่
องครักษ์ที่อยู่ด้านหน้าก็คือฟงจีและจินหวิน ตามด้วยจงกวน
เฮยถูและไป๋หม่ากลุ่มสามสหายที่ยอมจำนนไปก่อนหน้านั้น
ฮัวปันและเฟยหวงประจำการอยู่ที่ห้องโดยสารซ้ายขวา
แม้แต่สองพี่น้องกระทิงเถื่อนก็สามารถเดินทางร่วมด้วย
ขอเพียงแต่มีอาหารให้กินมีเหล้าให้ดื่มพวกเขาจะไม่เคลื่อนไหวโดยพลการ แม้เมื่อเทียบฮุยไท่หลางเจ้าหมาจอมตะกละ สองพี่น้องกระทิงเถื่อนก็ไม่สามารถควบคุมตนเองได้อย่างพวกมัน มันเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ยอดเยี่ยม เมื่อเย่ว์หยางออกมา
มันก็ติดตามออกมาทันทีไม่ยอมพลาดโอกาสแสดงความภักดี
“คุณชาย!
ทำไมท่านไม่นั่งเกี้ยวออกมา
ที่นี่กว้างใหญ่มาก”
เจ้ากบอ้วนจั๊ดด์ แม้ว่าจะไม่ใช่สุนัข แต่จมูกไวมาก เขาสูดกลิ่นอากาศที่นี่ตามปกติ
นอกจากได้กลิ่นน้ำเค็มแล้ว ยังแฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
เหมือนกับสนามรบที่เต็มไปด้วยเลือดผู้คนตายหลายพันคน
แม้ผ่านไปหลายวัน แต่กลิ่นก็ยังอยู่
เย่ว์หยางยังคงเงียบ
เขาใช้จักษุญาณทิพย์ตรวจดูแล้ว จึงเข้าใจได้
กลิ่นคาวเลือดไม่ได้มาจากแม่น้ำไป๋เหอนี้ แต่มาจากเมืองไป๋เหอ
กลิ่นคาวเลือดแบบนี้ไม่ใช่ฆ่าหมูและฆ่าแพะ แม้ว่าจะมีการปกปิดไว้บ้าง
แต่ส่วนใหญ่เป็นเลือดมนุษย์
เย่ว์หยางแน่ใจเรื่องนี้
“น่าจะเป็นการใช้เลือดบูชายัญ” นางเซียนหงส์ไม่ได้พูดจากปาก
แค่พูดผ่านสายแพรเชื่อมใจกับเย่ว์หยางและราชันย์ปีศาจใต้บอกความรู้สึกของนาง
“ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วเมืองไป๋เหอจะเป็นถ้ำเสือวังมังกร
ไม่ได้สงบสุขเหมือนดังคำเล่าลือจากตำนาน! ใช้เลือดบูชายัญ? ใช้เลือดบูชายัญเพื่อเปิดประตูอะไร? ตำหนักน้ำหรือโบราณสถานอื่น?” ราชันย์ปีศาจใต้ไม่ใช่พวกกินเจมังสวิรัติ
ต้องทราบว่านอกจากเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแล้ว
นางคือองค์หญิงแห่งเผ่าภูตบูรพาผู้งดงามจับตามากที่สุด
“อาจเป็นการก่อเรื่องของผู้ที่โกรธแค้นกับการตายของจักรพรรดิเสิ่นกวง
จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและการออกไปจากภูมิภาคสวนสวรรค์ของจักรพรรดิฟู่โฉว ถ้ามีความเกี่ยวข้องกันระหว่างเมืองไป๋เหอและตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์
ก็ไม่มีอะไรที่ทำได้
พวกเขาควรจะรู้ว่าจ้าวสุริยาวางแผนจัดการจักรพรรดิแดนดินทั้งสาม แต่พวกเขาไม่ใช่บริวารของจ้าวสุริยา....หลังจากจ้าวสุริยาดำเนินการตามแผนมาจนถึงบัดนี้
ข้าว่าพวกเขาเป็นบริวารของจ้าวสุริยาแน่
ข้าเกรงว่าการใช้เลือดบูชายัญไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเขาแล้ว
คนเหล่านี้จะมีสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าตำหนักน้ำใหม่ชางหลงหรือไม่
ก็ยังไม่แน่ชัด ลองเข้าไปดูกัน
แค่คนงานท่าเทียบเรือก็ซ่อนพลังปราณฟ้าระดับหกได้แล้ว
นี่นับเป็นสถานที่น่าครึกครื้น!” เย่ว์หยางสวมหน้ากากเงินใหม่ปกปิดสถานะ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาเพียงสื่อสารทางใจกับนางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้ก็เพียงพอแล้ว
สำหรับหลิวเย่ นางรู้ตัวว่าควรทำตัวเป็นผู้น้อยดีกว่า
เพราะนางมีจิตใจบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเกินไปจึงไม่สามารถซ่อนความคิดของนางได้ คนอื่นเพียงแต่มองหน้านางก็เข้าใจได้ ดังนั้นไม่บอกนางย่อมเป็นการดีที่สุด
และคอยจัดให้นางช่วยลงมือในเวลาที่เหมาะสม
เย่ว์หยางไม่ได้ไปดูเฒ่าเถี่ยเหมาขี้เมา
แค่เดินนำหน้ากลุ่มออกมาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามทั้งนางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้ทั้งคู่เข้าใจความหมายยอดฝีมือซ่อนกายตามที่เขาพูดถึง
นี่คือตาเฒ่าขี้เมา
เจ้ากบอ้วนจั๊ดด์เป็นผู้เชี่ยนชาญในการทำธุรกิจ เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นยอดฝีมือซ่อนพลัง
ในกลุ่มผู้คุ้มกันมีแต่เพียงจินหวินตาผู้มีฉายาว่าตาไฟ
มองดูเฒ่าเถี่ยเหมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย เขาส่ายหัวเล็กน้อยแล้วก็เลิกสงสัย
แม้แต่นางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้ก็ยังมองออกว่าเฒ่าเถี่ยเหมาซ่อนพลังไว้
เพียงแต่ประเมินพลังได้ไม่ชัด
ผู้คุ้มกันอย่างจินหวินสามารถมองออก ไม่อย่างนั้นเขาจะได้ฉายาว่าตาไฟหรือ!
เย่ว์หยางและพวกที่กำลังกรอกเหล้าเข้าปากวางขวดเหล้าในมือทันที
ดวงตาที่แสดงอาการเมามายกลายเป็นสุขุมลุ่มลึกและมองตามหลังนางเซียนหงส์ฟ้าเขม็งเหมือนประเมินอะไรบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น พ่อค้ากลุ่มเล็กๆ
คนแบบนี้นำเรือสินค้าเข้าออกทุกวันอยู่แล้ว”
บุรุษตาโตร่างเหมือนกุ้งมังกรถาม
“นอกจากสตรีคนกลางที่แข็งแกร่งอยู่บ้าง
คนอื่นที่เป็นระดับปราณดิน ไม่มีอะไรต้องพูด”
มนุษย์กอริลลาไม่หยาบคายเหมือนที่แสดงออกเมื่อครู่นี้ แต่กลับดูเหมือนคนที่สุขุมระมัดระวัง
“สตรีคนกลางแข็งแกร่งมากกว่าข้าแน่นอน” เฒ่าเถี่ยเหมาแค่นเสียง “สำหรับเด็กหนุ่มมีพลังทั่วไปไม่ค่อยแข็งแกร่ง เจ้าเด็กหนุ่มหน้าหล่อกินแต่ข้าวอ่อน แต่ข้ารู้สึกผิดปกติเล็กน้อย ก่อนที่เรื่องสำคัญเหล่านี้จะประสบความสำเร็จ
ทุกคนต้องแบ่งบทบาทอย่าปล่อยให้เกิดปัญหาในเวลานี้
ถ้าเจ้ามีโอกาสก็ควรส่งคนไปสอดแนมคนกลุ่มนี้
ถ้าพวกเขามาทำธุระจริงๆ อย่างนั้นเราก็ยินดีต้อนรับ ถ้ามาทำอย่างอื่น
ก็ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด...”
“ส่งฝูโหย่วไปเป็นคนนำเที่ยว เจ้าเด็กนั่นฉลาดและมีไหวพริบ” มนุษย์กุ้งแนะนำ
“ข้าหวังว่าคนเหล่านี้เป็นนักธุรกิจพ่อค้าที่แท้จริง!”
เฒ่าเถี่ยเหมาถอนหายใจเล็กน้อยดวงตาที่แวววาวของเขาหมองประกายลง
ความโกรธลดลง และเขากลับไปเป็นเฒ่าขี้เมาและกรอกสุราที่ยังเหลือเข้าปากต่อ
ในที่ไกลออกไป
มีเรือสินค้าหลายลำแล่นเคียงกันฝ่าหมอกควันเข้ามายังเมืองไป๋เหอ
เฒ่าเถี่ยเหมาโบกมือ
ทุกคนกลับไปเป็นกลุ่มขี้เมาและรีบเข้ามาทักทายคณะเดินทาง “ยินดีต้อนรับสู่เมืองไป๋เหอ! พวกท่านปลอดภัยแล้ว!”

7 ความคิดเห็น:
ขอบุณครับ
ขอบคุณครับ
อันตรายเกิ้น
ใจจ้า
ตาเย่ว์เนี่ยะนะ พลังอ่อนด้อย555
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น