ตอนที่ 1005
มีแต่คนหล่อทั้งนั้น
ความจริงซือจิ่วไม่ต้องการดึงบิดามาลงน้ำด้วย
การดึงบิดาเข้ามาเป็นกลุ่มเด็กใหม่
และทุบตีอย่างเมามันเพื่อสร้างความสะใจ ทำให้ซือจิ่วไม่กล้าลงมือ
เขากลัวว่าบิดาของเขาจะไม่สามารถพูดคุยกับจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ได้
เขาจึงคิดแนะนำให้บิดาของเขาเข้าทำงานที่หอการค้าไตตัน
ตอนนี้หอการค้าไตตันยังขาดคนมีฝีมือทางด้านการเงิน ถ้าบิดาของเขายืนยันช่วยเจ้ากบจั๊ดด์ที่งานการค้ายุ่ง
ก็จะสามารถจัดตั้งหอการค้าไตตันสาขาเมืองไป๋เหอได้ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย
ด้วยวิธีนี้บิดาของเขาจะกลายเป็นผู้กลุ่มบริวารของจักรพรรดิอวี้อย่างรวดเร็ว
และสามารถผลักดันเผ่าพันธุ์ตนเองที่ซุ่มซ่อนอยู่ในแดนสวรรค์ให้มีความได้เปรียบอย่างมาก
คาดไม่ถึงเลยว่าเขาไม่มีเวลาทำความเข้าใจกับบิดาให้ชัด
ปล่อยให้บิดาเข้าใจผิด
เถ้าแก่กันฉวนได้รับรู้ความจริงต่อมา
แต่ยังไม่ยอมหายโกรธทันที เขากล่าวอย่างจริงจังห้ามซือจิ่วดึงคนในพวกพ้องในกลุ่มมาเป็นสมาชิกใหม่ในกลุ่มนี้ มิฉะนั้นเขาจะตัดสัมพันธ์พ่อลูก
“ข้าบอกท่านลูเกอร์ แม้ว่าข้าต้องการดึงคนเข้ามาร่วมงานด้วย พวกเขายังไม่สามารถพบเจอคุณชายไตตัน
คงเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับคนที่ต้องการเข้ากลุ่ม” ซือจิ่วฝืนยิ้ม
“เฮ้, ดูสารรูปตัวเจ้าเสียบ้าง!” ถ้าแก่กันฉวนฟังแล้วรู้สึกผิด
หรือว่าลูกเขาบอกว่าเขาไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วม?
เมื่อเขาโมโห เขาต้องการเข้าไปหยิบมีดทำครัว
ในที่สุดเขาเห็นท่านหนานกงเดินเข้ามาฉุดดึงเขาออกมา
เขาตั้งใจว่าในอนาคตจะหาโอกาสคิดบัญชีเจ้าเด็กบ้านี่อีกครั้ง
“ท่านหนานกงอัธยาศัยดีจริงๆ” ซือจิ่วรีบพูดหลังจากคำนับแล้ว
เขาคิดว่าถ้าไม่รีบไปตอนนี้ บิดาของเขาคงเห็นเขาเป็นหมูปรุงอาหารเป็นแน่
“หอทงเทียนตอนนี้กำลังยุ่งมาก
และยังขาดแคลนผู้ช่วยงาน
เย่ว์หยางน้อยเขาต้องการขอให้ท่านช่วย
แต่เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่องานตามปกติของท่าน
เขาจึงขอให้ข้าหนานกงมาช่วยเจรจา...”
ผู้เฒ่าหนานกงและเถ้าแก่กันฉวนพูดถึงงานอย่างเป็นทางการ
“ข้ากันฉวนยินดีมีส่วนร่วมเพื่อความรุ่งเรืองของหอทงเทียน” เถ้าแก่กันฉวนดีใจและยอมรับคำเชิญของผู้เฒ่าหนานกง
“ดีแล้ว เสี่ยวเย่ว์หยางจะกลับมาในภายหลัง
เมื่อท่านกังฉวนสามารถกลับไปเยือนดินแดนมาตุภูมิในหอทงเทียนหรือจะพาเย่ว์หยางน้อยไปปักหลักในแดนสวรรค์ก็ได้ ส่วนในเมืองไป๋เหอ ฐานลับนี้ได้รั่วไหลออกไปแล้วไม่มีประโยชน์จะอยู่ต่อไป
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงมือโดยไม่รู้ตัว ท่านกันฉวนควรเตรียมพร้อมไว้!”
หลังจากผู้เฒ่าหนานกงพูดจบก็ออกมาเตือนเจ้าอ้วนไห่ เย่คงและพวกพ้อง
ให้ใส่ใจระมัดระวังความปลอดภัย อย่าใจร้อน
เพราะจะเกิดความผิดพลาดใหญ่ได้
เจ้าอ้วนไห่อาจจะทำตัวเป็นพี่ใหญ่ต่อหน้าคนอื่น แต่ต่อหน้าท่านหนานกงเขาไม่กล้าหายใจแรง
มิฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและจุนอู๋โหย่วจะสะกิดผิวหนังด้านหนาของเขาได้หรือ
ซือจิ่วได้ยินแล้วก็หน้าแดง
ท่านหนานกงไม่ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับเขาที่นี่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น
เขารู้สึกละอายใจ
เย่ว์หยาง มารกฎฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้ร่วมปรึกษากันถึงแผนการใหม่และรีบกลับกันทันที ครั้งนี้เขากลับไปยังหอทงเทียนชั้นที่หก
ป้อมสายฟ้าและพาหัวหน้ามนุษย์ปลาหมึก ปลาวาฬจาง
มนุษย์ปลาดาบจี๋ฟงและมนุษย์ปลาตีนสุ่ยจุ้ยกับพวกมาด้วย
สองสาว
นางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้มิได้วุ่นวายอะไร พวกนางให้ความร่วมมือแน่นอน
ในเมืองไป๋เหอมีทหารผู้เคยปกป้องหอทงเทียนอยู่หลายแสนคน
เนื่องจากการทรยศ พวกเขาถูกบรรพบุรุษที่อยู่ในหอทงเทียนห่างไกลสาปแช่ง จึงกลายร่างเป็นมนุษย์เงือกกลายพันธุ์โดยคำสาป นี่เป็นเรื่องจริงที่ผ่านมาหลายชั่วอายุคน คำสาปนี้ไม่สามารถกำจัดได้ ด้วยเหตุนี้มนุษย์เงือกกลายพันธุ์จึงใช้คุณสมบัตินี้เพื่อระบุตัวตน หากไม่มีคำสาปแช่งอยู่ในร่าง
แสดงว่าไม่ใช่เผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์
อย่างนั้นก็เป็นคนนอก
มีความเป็นไปได้ว่าเป็นศัตรู... ไม่มีใครสามารถเข้าหาผู้ทรยศเช่นนี้ได้!
อย่างไรก็ตามมนุษย์เงือกกลายพันธุ์เหล่านี้เป็นเรื่องไม่มีใครคาดคิดถึง
ในหอทงเทียนยังมีนักรบบางส่วนที่ถูกผนึก
และสาปให้เป็นมนุษย์เงือกกลายพันธุ์เช่นกัน มนุษย์เงือกกลายพันธุ์เหล่านี้
เย่ว์หยางปล่อยตัวพวกเขาออกมาและกลายเป็นบริวารผู้ติดตามเขา
การใช้หัวหน้ามนุษย์ปลาหมึก
ปลาวาฬจางและมนุษย์ปลาดาบจี๋ฟง เป็นเรื่องยากจะเข้าไปในกลุ่มแกนกลางของผู้ทรยศ
เวลาจะช้าเกินไป
อย่างไรก็ตามหัวหน้ามนุษย์ปลาหมึกถูกขอให้ร่วมแสดงละครกับเย่ว์หยาง
ดังนั้นเรื่องจะง่ายขึ้น... มนุษย์เงือกกลายพันธุ์แห่งเมืองไป๋เหอ
แม้ว่าพวกเขาจะระแวงคนนอก
แต่พวกเขาจะไม่มีทางสงสัยคนของพวกเขาเองและไม่สงสัยหัวหน้ามนุษย์ปลาหมึกซึ่งคล้ายกับพวกเขามาก!
“คล้ายกันมาก”
หัวหน้ากังฉวนพึมพำ ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์หยาง
เขาสงสัยว่าคงจะมีผู้ทรยศปะปนเข้ามาหรือไม่
“เราไม่คล้าย
แต่ศัตรูล้วนต้องคำสาปกันทั้งหมด”
หัวหน้ามนุษย์ปลาหมึกส่ายศีรษะและกล่าว
“เราไม่ใช่แค่ถูกสาปเท่านั้น
แต่ยังถูกผนึกเอาไว้ในสุสานทะเลมาหลายพันปี
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์ไตตัน
เราก็ยังคงถูกผนึกอยู่ในสุสานทะเล และตายไปในนั้น ถ้าเราสามารถทำอะไรเพื่อบรรเทาบาปกรรมในปีนั้น
เราจะมีความสุขมาก
แม้ว่าเราจะกลายเป็นสารรูปอย่างนี้
แต่หัวใจเราไม่เปลี่ยน เราไม่ใช่ปลา
ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เราเป็นมนุษย์!”
“เราจะล้างทุกสิ่งในอดีตด้วยเลือด” ปลาวาฬจางให้คำรับรองกับเย่ว์หยาง
“เลือดจะพิสูจน์ทุกอย่าง” มนุษย์ปลาดาบจี๋ฟงพยักหน้าเคร่งขรึม
“......”
มนุษย์ปลาตีนสุ่ยจุ้ยต้องการพูด แต่เจ้าอ้วนไห่ปิดโอกาส “เจ้าไม่ต้องพูดก็ได้ ไม่ต้องพูดเลย
เราทุกคนรู้แล้วว่าเจ้าจะพูดอะไร!”
“หา, เจ้ารู้จักข้ามากขนาดนั้นเชียวหรือ?” สุ่ยจุ้ยจะไม่ทนกับคำพูดนี้
“ถูกแล้ว รู้ได้ง่ายมาก” เจ้าอ้วนไห่หัวเราะและกล่าว “เจ้าไม่ต้องพูดสักคำ ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร
เพราะเจ้าพูดแต่เรื่องไร้สาระ!”
“เจ้าก็พูดเหมือนกัน!” เย่คงยันเจ้าอ้วนไห่ออกมา
สุ่ยจุ้ย หลี่ชิง หลี่เกอและคนอื่นรุมล้อมกันย่ำใส่เจ้าอ้วนไห่ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นเคยเจนตากันดีอยู่แล้ว ซือจิ่วเด็กใหม่เห็นภาพเช่นนี้รู้สึกอิจฉา
เขาไม่กล้าเข้าไปร่วมทุบเจ้าอ้วนไห่
เจ้าอ้วนไห่ถือเป็นรุ่นพี่ของกลุ่ม อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ฟงจีและจินหวินก็ได้แต่มองดูอยู่ข้างๆ
ด้วยความอิจฉา
เย่คง
เจ้าอ้วนไห่และพวกพ้องแค่วุ่นวายในพวกกันเอง แต่ไม่ส่งผลต่องานรวม
เย่ว์หยางและหัวหน้ามนุษย์ปลาหมึกวางแผนอย่างละเอียด
และเขาทิ้งฮุยไท่หลางไว้ประกันความปลอดภัยให้กับกลุ่ม
เย่ว์หยางพาผู้เฒ่าหนานกงและเถ้าแก่กันฉวนกลับไปยังหอทงเทียนพร้อมกัน...
เพื่อเป็นการรับขวัญชาวหอทงเทียนที่ตกค้างอยู่ในแดนสวรรค์
เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดความคลางแคลงใจของพวกเขาโดยไม่ได้พาพวกเขากลับมา
ขณะที่กลับไปยังทางเข้าชั้นแรกของหอทงเทียน
อาจารย์จิ้งจอก
จุนอู๋โหย่วและตัวแทนเผ่าพันธุ์ในหอทงเทียนทั้งหมดที่ทราบข่าว
ผู้ตกค้างที่ขาดการติดต่อมาอย่างน้อยหกพันปี และพวกเขาได้รับข่าววันนี้
เขาจะมีความดีใจบ้างไหม?
เถ้าแก่กันฉวนเบิ่งตาค้างมองดูหอทงเทียนที่สูงเด่นเป็นสง่า
ในที่สุดเขาอดหลั่งน้ำตาไม่ได้
เขาคุกเข่าลงกับพื้นมือกำธุลีดินสูดดมครั้งแล้วครั้งเล่า
ก็ยังไม่รู้สึกพอใจ
นี่ นี่คือกลิ่นอายของมาตุภูมิเดิม
..มาตุภูมิที่ที่เขาใฝ่ฝันถึง
หลังจากหลงทางอย่างเดียวดายในแดนสวรรค์
ในที่สุดก็ได้กลับมาเสียที
เขากลับมาจนได้...
เมืองไป๋เหอ
ชิงผิงมาถึงสมาคมเหล็กแต่เช้า นางรอเป็นเวลานานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคำสั่งจากเบื้องบน นางคงดูถูกเหยียดหยามเด็กหนุ่มหน้าหล่อที่พบเจอบนรถไฟแล้ว พลังของเจ้าสวะนั่นย่ำแย่จนบอกไม่ถูก
แต่ใส่หน้ากากเงินเพื่อสร้างเสน่ห์ดึงดูดหรือ? ผิดแล้ว
นักสู้ที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนี้
ก็ยังดึงดูดความสนใจของคนได้นับพัน
ที่นี่คือแดนสวรรค์ พลังคือทุกสิ่ง!
ไม่มีพลัง?
ไม่จำเป็นต้องพูดมากเกินไป
คำที่เหมาะใช้เรียกคนเช่นนี้ก็คือ สวะ
ชิงผิงรอสาวน้อยหลิวเย่ แต่นางไม่เห็นบุรุษผู้สวมหน้ากากเงินเมื่อวาน นางแปลกใจและอดถามขึ้นมิได้ “อรุณสวัสดิ์ น้องหลิวเย่! โอว จริงสิ
ทำไมอาจารย์เจ้าถึงไม่มาด้วย?”
“เพราะเขามีงานเข้ามามาก
ดังนั้นก็เลยยุ่งมาก”
หลิวเย่บอกว่าเย่ว์หยางต้องเจรจาธุรกิจสำคัญ
ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะปลีกตัวออกมา
มิฉะนั้นเขาคงมีความสุขที่ได้ออกมา
ชิงผิงไม่สงสัยในครึ่งประโยคหลังนี้
ก็เหมือนอาการกรุ้มกริ่มที่เขาแสดงออกเมื่อวานนี้ ถ้ามีสาวงามเรียกหา ก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่มา ว่าแต่พวกเขาพูดคุยธุรกิจอะไรกันแน่?
“พวกเขาพูดคุยธุรกิจใหญ่อะไรหรือ?” ชิงผิงถามอย่างไม่ใส่ใจ
“แร่สายฟ้า ข้าไม่รู้รายละเอียดมากนัก มีมนุษย์เงือกสองสามคนเข้ามาเจรจาธุรกิจกลางดึก...” หลิวเย่บอกว่านางไม่แน่ใจนัก
“เราไปข้างหน้ากันเถอะ
แค่ทำตามคู่มือและขั้นตอนนี้ ข้าจะพาไปเที่ยวลิ้มลองอาหารและชมสถานที่น่าสนใจในเมืองไป๋เหอ” ชิงผิงเข้าใจว่าควรใช้แนวทางเปิดเผยและลอบเร้นในเวลาเดียวกัน
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าใครส่งไป แต่นางไม่สามารถเปิดเผยเป้าหมายได้
ชิงผิงเปลี่ยนหัวข้อคุย
ไม่มีปัญหากับการรับมือบุรุษหนุ่มหน้ากากเงินที่ดูเหมือนเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม แต่นางจะรับมือหลิวเย่ผู้ไม่มีประสบการณ์ทางโลกอย่างลึกซึ้ง! ชิงผิงรู้สึกว่า
นางมีความสำคัญน้อยเกินไป
ทางกลุ่มน่าจะหางานที่สำคัญกว่านี้ให้นางในอนาคตหรือไม่? ง่ายเกินไปหรือเปล่ากับการให้ไปเดินจับจ่ายใช้สอยกับสาวน้อยผู้นี้
ที่กลัวที่สุดก็คือสาวน้อยผู้นี้ทั้งบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเกินไป
นางแทบไม่อาจหักใจหลอกลวงนาง...
หลังจากเดินทางผ่านไปสองถนน รถไฟก็หยุดที่หน้าคนกลุ่มใหญ่
ในหมู่พวกเขา
คนอ้วนผู้หน้าด้านที่สุดแหวกกลุ่มคนออกมาทันทีที่พบเห็นหลิวเย่ “หลิวเย่!
นึกไม่ถึงเลยว่าจะพบเจอเจ้าคนบ้านเดียวกันที่นี่!”
“คุณชายไห่ก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน!” หลิวเย่คารวะอย่างสุภาพ
“แม่นางคนงามนี้เป็นใคร?” เจ้าอ้วนไห่เมื่อเห็นชิงผิง น้ำลายหกและรู้สึกตัวลอย
“......”
ทันใดนั้นชิงผิงพบว่าหากมีผู้ใดในโลกนี้ที่หน้าด้านยิ่งกว่าบุรุษหน้ากากเงินเมื่อวานนี้
ก็คงเป็นคนอ้วนชั่วร้ายผู้อุกอาจข้างหน้านาง!
ถ้าใครมีลักษณะหน้าตาแบบนี้
แทนที่จะซ่อนตัวอยู่ในบ้านแอบร้องไห้
แต่นี่เขากลับเที่ยวอวดความอัปลักษณ์ไปทั่วโลก น่าเกลียดเกินไปหรือเปล่า? นี่เขาคิดว่าเติบโตขึ้นมาด้วยลักษณะน่ากลัวนับเป็นความสูญเสียของโลกหรือ?
ชิงผิงเกือบจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายหนึ่ง
ในฐานะสายลับที่ผ่านการอบรมฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด
นางแสดงออกได้อย่างคนมีคุณสมบัติครบถ้วน
นางระงับอาการคลื่นไส้แล้วฝืนยิ้ม
แม้ว่านางอยากจะตบหน้าของอีกฝ่าย แต่รอยยิ้มของนางยังดูนุ่มนวล
และมักจะเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆ มีแนวโน้มกระตุ้นให้อีกฝ่ายเขินอาย..
ในอีกด้านหนึ่งนางสังเกตเห็นบุรุษร่างผอมสูงที่หลิวเย่เรียกชื่อของเขาว่าเย่คง
มารยาทของเขาคล้ายกับหลิวเย่มาก
ประเมินดูจากคนกลุ่มนี้พอบอกได้ว่ามาจากถิ่นเดียวกัน
เย่คงผอมสูงนัยน์ตาตี่เหมือนดาบ
เวลาเขาเหลือบมองดูน่าอึดอัดเหมือนมีมีดฟันผ่าน กลิ่นอายของเขาเหมือนกับมีดจริงๆ ผิวหน้าดูแข็งกระด้าง
ชิงผิงรู้สึกว่าคนผู้นี้คือศัตรูที่แข็งแกร่ง
เมื่อเทียบบุรุษหนุ่มหน้ากากเงินเมื่อวานนี้
บุรุษหนุ่มผู้ลึกลับนั้นนางไม่รู้ว่าแข็งแกร่งมากเพียงไหน
แน่นอนว่าดูเหมือนเขาไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเป็นบุรุษผู้เยือกเย็นหยิ่งทระนงมองดูตาของเขาเย็นยะเยือกราวกับตกไปอยู่ในโรงน้ำแข็ง
ทันทีที่เขาปรากฏตัวเหมือนกับอุณหภูมิจะลดลงถึงจุดเยือกแข็ง....
ศัตรู!
ศัตรูแน่นอน!
ถ้าต้องพบเจอศัตรูเช่นนั้น
ต้องฆ่าด้วยความเร็วที่สุด
มิฉะนั้นจะกลายเป็นหายนะ
ชิงผิงมองดูใบหน้าหล่อเหลาของเสวี่ยทันหลาง
นางรู้สึกเสียดาย บุรุษผู้งามสง่าและทรงพลังมากขนาดนั้นจะต้องถูกฆ่าโดยเปล่าประโยชน์
นอกจากนี้ในคนกลุ่มนี้นอกจากเจ้าอ้วนบ้าบอแล้ว บุรุษหนุ่มอีกคนก็ไม่เลว
เป็นคุณชายสุภาพมารยาทนุ่มนวลดูไม่เลว
บุรุษที่สง่างามขนาดนี้เหมาะกับการเลือกเป็นคู่ครองที่สุด...
พลังก็ไม่ด้อยไปกว่าพ่อหนุ่มน้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุด
รูปลักษณ์ก็เหมือนกับมังกรในมวลหมู่มนุษย์อบรมนิสัยมารยาทมาเป็นอย่างดี เทียบกับหนุ่มน้ำแข็งนับว่าดูดีเป็นธรรมชาติมากกว่า เขาเป็นคนมีค่ายิ่งกว่าคนผอมชะลูดเหมือนดาบ
แน่นอนว่า นางได้ยินหลิวเย่แนะนำชื่อของเขาว่าเป็นองค์ชาย!
ชิงผิงเห็นองค์ชายผู้หล่อเหลายิ้มให้นาง
หัวใจนางเต้นแรงจนมิอาจข่มได้ โอวพระเจ้า นี่จะต้องฆ่าบุรุษรูปงามอย่างนั้นหรือนี่
โอว เสียดายจัง
ในเมืองไป๋เหอ
บุรุษหนุ่มทรงพลังมากกว่าพวกเจ้าชาย
แต่หน้าตาพวกเขาดูแย่อัปลักษณ์เกินไป
เมื่อเทียบกับองค์ชายผู้นี้
บุรุษทั่วทั้งเมืองไป๋เหอเป็นเหมือนบุรุษหน้าเสียโฉม ไม่ต้องพูดถึงองค์ชาย
แค่รูปลักษณ์ของพ่อหนุ่มน้ำแข็งก็เหนือกว่าชาวไป๋เหอทั้งหมด
เจ้าอ้วนบ้าหรือเป็นอย่างนั้น
หรือคนผอมตาตี่ก็ยังดูพอรับได้เมื่อเทียบกับบุรุษหนุ่มชาวมนุษย์เงือกทั่วเมืองไป๋เหอ ดูเหมือนเขาชื่อเย่คง ชื่อนี้จำไม่ยาก นับว่าไม่เลว...
พวกเขามาจากไหนกัน? ทำไมถึงหล่อทุกคน?
คนหล่อทั้งสามคน
แต่ละคนก็มีลักษณะดีงามเฉพาะตน แต่ละคนมีลักษณะบุคลิกนิสัยเป็นของตนเอง แม้ในใจจะคิดว่าองค์ชายนั้นดีที่สุด
แต่คงต้องยอมสละอีกสองคน
นางลังเลใจเล็กน้อย
นี่เป็นเรื่องยากจะเลือกจริงๆ ถ้าเลือกได้หมดก็คงจะดี...ชิงผิงว้าวุ่นใจ
ยิ่งคิดใจก็ยิ่งเต้นแรง!
“ในเมื่อเป็นมัคคุเทศก์ที่หลิวเย่จ้างไว้ อย่างนั้นเราก็ร่วมจ้างด้วยกันเลย
เราจะไปจ่ายตลาดด้วยกัน มาเถอะ มา
เก็บเงินกันเลย”
เจ้าอ้วนไห่ยืนอยู่ข้างหลังเสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัว ชิงผิงไม่เห็นด้วยกับการจ้างของพวกเขา ตอนนี้อย่าว่าแต่มีข้ออ้างเลย
แต่นางไม่คิดจะใช้ข้ออ้างแก้ตัว ชิงผิงหญิงสาวเผ่าเงือกไม่เคยเห็นบุรุษหนุ่มหล่อเหลามากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต นางลังเลที่จะจากไป ขณะที่บุรุษหนุ่มหน้ากากเงินผู้ลึกลับเล่า? ตอนนี้เขาไม่มีอะไรผิดปกติ! อย่างไรก็ตาม
เขายังไม่เป็นภัยคุกคาม
ปล่อยให้เขาเจรจาธุรกิจไปก่อน!
“เจ้าโง่,
ยิ่งมัคคุเทศก์สวยมากขึ้นเท่าไหร่
ก็ยิ่งหลอกผู้คนง่ายมากเท่านั้น”
เย่คงคัดค้านการตัดสินใจของเจ้าอ้วนไห่
“สาวน้อยคนนี้เพิ่งมาเป็นมัคคุเทศก์แค่วันแรก
ไม่ใช่พวกคนแก่ที่หลอกพาเข้าไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้า
น้องหลิวเย่สามารถเป็นพยานให้ข้าได้”
ชิงผิงไม่โกรธ แต่อธิบายเบาๆ
“ไม่เป็นไร ตราบใดที่เป็นสาวสวยข้ายินดีเสี่ยง อย่ามาค้านข้าดีกว่า จะตีจะฟันก็เชิญ” เจ้าอ้วนไห่ยิ้ม
พริบตาเขาถูกทุ่มลงไปกองกับพื้น
คนกลุ่มใหญ่รุมล้อมทุบเขาอีกครั้ง ชิงผิงถึงกับตะลึงทำอะไรไม่ถูก
“คุณชายไห่ไม่เคยพบเห็นหญิงงาม...” หลิวเย่พูดขอโทษชิงผิง
“ฮึ” ชิงผิงอยากจะเตะใส่สักสองสามเท้า
แต่เมื่อเห็นว่าองค์ชายเทียนหลัวมองมาทางนาง
นางรีบสำรวมตนเองทันที
“น่าเบื่อ, ไปกันได้แล้ว!” เสวี่ยทันหลางแค่นเสียง
น้ำเสียงเขาหยิ่ง ท่าทางดูเท่ ทำให้หัวใจชิงผิงสั่นไหว
อย่างไรก็ตามบุรุษหน้ากากเงินผุดขึ้นมาในใจนาง
ตอนนี้เขาคงกำลังจะตาย...แน่นอน
ตอนนั้นบุรุษหนุ่มผู้น่ารักคงมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลางดงาม
หน้าของเขาคงมีเสน่ห์
ดวงตาและปากของเขาก็ดูมีเสน่ห์
เป็นเรื่องน่าขันมากเมื่อเอาไปเทียบกับเจ้าอ้วนน่าเกลียด เขาดูดีเกินไป
น่าจะมีคะแนนความดีความชอบเป็นพิเศษถ้ารวบจับหนุ่มน้อยเหล่านี้ไว้ได้ทุกคน
ดูเหมือนว่าจะมีไม่มาก มีแค่เพียงสี่คน...

6 ความคิดเห็น:
เดี๋ยวเจอตัวจริงของเย่ว์หยางเธอคงคลั่งยิ่งกว่านี้แน่นอน55555
ขอบคุณครับ
เจ๊... เลิกมโน
ใจจ้า
ขอบคุณครับ 555
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น