วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ตอนที่ 1075 สั่งซื้อ



ตอนที่  1075  สั่งซื้อ

การประชุมสัมมนาในเมืองใบทองไม่เหมือนงานเลี้ยงประชันความงาม


แต่ค่อนข้างคล้ายกับงานแสดงสินค้ามากกว่า

ในหุบเขามนุษย์ผู้มีชื่อเสียงและนักเรียนที่ได้รับเชิญจากทั่วโลกจะนำผลิตภัณฑ์พิเศษของตน หรือผลิตภัณฑ์พิเศษมานำเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  การประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนประเภทนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการแลกเปลี่ยนกันและกันพร้อมกับมองหาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

เมืองไม้เงินมีผลิตภัณฑ์ที่พิเศษที่มีชื่อเสียงที่สุด นั่นก็คือใบเมเปิลเงินที่ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยายาเสพติด

เมืองไม้เงินตั้งชื่อตามใบเมเปิลเงินนี้

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอย่าง

ในพื้นที่ปราสาทไดมอนด์สตาร์ที่เย่ว์หยางเป็นเจ้าของ  อัญมณีอะเมทิสที่ขุดได้จากเหมืองไม่มีพบเจอในที่อื่น หากเขานำเสนอครั้งใหญ่นั่นจะเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับการประเมินคะแนนชีวิตในอนาคต  นักเรียนหลายคนชมชอบอวดตนเองในการสัมมนาแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการพัฒนาของพวกเขา... “บารอนไตตัน!  ท่านไม่แสดงผังรูนของท่านหน่อยหรือ?” ฟ่านซื่ออี้ยิ้มขณะพบเจอเย่ว์หยาง

“บารอนเพิ่งจะเข้าโรงเรียน!  ผลงานของเขาคงจะยังไม่สมบูรณ์”  ชายชราเคราดำหยอกเขาเล่น

“เหรอ? งั้นก็คงไม่มีงานมาอวด”  ฟ่านซื่ออี้ทำเป็นเผลอตะโกนดัง  เขาหวังว่าทุกคนในห้องประชุมสัมมนาจะได้ยินคำพูดของเขา และทำให้เย่ว์หยาง เจ้าปราสาทไดมอนด์สตาร์ได้รับความอับอาย

“เจ้ามาทำงานที่นี่หรือ?” เย่ว์หยางยิ้มเล็กน้อย  “เจ้าคิดว่าลูกค้าที่จ่ายเงินอย่างไม่เห็นแก่ตัวเพื่อช่วยเหลือนักเรียนจะได้รับความนิยมมากขึ้นได้อย่างไร?”

“เฮอะ!  ฟ่านซื่ออี้สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

เขาเป็นคนฉลาดจะไม่เข้าใจความหมายนี้ได้อย่างไร?

เย่ว์หยางบอกว่ารถม้าและม้าล้วนใช้หลอกลวงเอาเงิน  เขาฟังแล้วรู้สึกไม่ดีในใจ ทว่าก็ช่วยอะไรไม่ได้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่สามารถห้ามอีกฝ่ายมิให้ใช้เงินในการประชุมสัมมนาได้?  ในหุบเขามนุษย์ถ้ามีเงินและสถานะ ใครจะห้ามอะไรได้?  หากเย่ว์หยางเป็นเพียงทหารรับจ้างธรรมดา หรือนักธุรกิจธรรมดา  ฟ่านซื่ออี้ยังสามารถใช้อำนาจบางอย่างข่มเย่ว์หยางได้และขับไล่ออกจากการสัมมนาโดยตรง  แต่เย่ว์หยางมีศักดินาเป็นบารอนครอบครองปราสาทไดมอนด์สตาร์ และมีเขตแดนปกครอง.. ฟ่านซื่ออี้เป็นคนรุ่นเก่า สถานะที่แท้จริงเมื่อเทียบกับเย่ว์หยางแล้วด้อยกว่ามาก

ปรากฏว่าเจ้าเมืองไม้เงินต้องการเอาเปรียบปราสาทไดมอนด์สตาร์ ฟ่านซื่ออี้โห่ร้องตามเขาหวังมีส่วนร่วมดื่มน้ำแกง (หวังผลประโยชน์ที่เหลือ)

ตอนนี้เจ้าเมืองไม้เงินและจงหัวบุตรชายคนที่สิบยอมสละการแสวงหาผลประโยชน์จากปราสาทไดมอนด์สตาร์เขาไม่ยุ่งกับการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ และยังมีความตั้งใจจะดูแลเขา

“ไตตันน้อย, นี่เงินหนึ่งพันผลึกสวรรค์  หากเจ้าต้องการซื้ออะไร ก็ซื้อได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”  อาจารย์ใหญ่กำลังจะออกไปสมทบกับสหายเก่าสองสามคน  ก่อนจะออกไปเขาส่งบัตรใบหนึ่งให้เย่ว์หยางนักเรียนที่น่าภาคภูมิใจของเขาได้ใช้ในงานสัมมนา  อาจารย์ใหญ่กังวลว่านักเรียนที่เขาภาคภูมิใจจะรังเกียจในการใช้เงิน แต่เขาก็แนะนำไว้ก่อน

“ขอบคุณอาจารย์ใหญ่” ถ้าเป็นความประพฤติตัวเรียบร้อยในโรงเรียนเย่ว์หยางคงได้รางวัลนักเรียนมารยาทดีเด่น

“บัดซบ..”  ฟ่านซื่ออี้เห็นเช่นนั้น เขาอยากเอาศีรษะโขกกำแพง

เขาไม่เคยเห็นอาจารย์ใหญ่เป็นแบบนี้มาก่อน

ปกป้องทะนุถนอมนักเรียน นี่ยังให้เงินอีกพันผลึกสวรรค์  เป็นไปได้อย่างไร?

พันผลึกสวรรค์  หมายความว่ายังไง? เขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่กงสุล และเป็นบุคคลสำคัญในเมืองไม้เงิน  แต่รายได้ประจำปีของเขารวมทั้งเงินเดือนปกติ และเงินสีเทาต่างๆ ก็ยังไม่มากเกินกว่านี้

ตอนนี้รายได้ของเจ้าหน้าที่กงสุลต่อปี ยังไปไม่ถึงจำนวนมหาศาล ยังไม่เท่ากับเงินที่เจ้าเด็กนี่ได้รับ

นี่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!

ฟ่านซื่ออี้รู้สึกว่าถ้าเขาเป็นเทพผู้ลงโทษตามกฎสวรรค์ เขาจะใช้สายฟ้าฟาดเจ้าเด็กนี่จนตาย

“เงินมากมายขนาดนี้ ข้าควรซื้ออะไรดี? บางครั้งมีเงินมากเกินไปก็น่ารำคาญ!  เย่ว์หยางล้วงตั๋วเงินออกมาและสะบัดต่อหน้าฟ่านซื่ออี้  ฟ่านซื่ออี้โมโหแทบกระอักเลือด   เจ้าเด็กบ้านี่ไม่รู้ได้รับเงินมาได้ยังไง?  เจ้ามีความสุขนักหรือที่ได้ยั่วโมโหคนอื่น?  ถ้าไม่ใช่เพราะในหุบเขามนุษย์ห้ามใช้กำลังสู้ ฟ่านซื่ออี้คงปล้นทรัพย์แน่

“อาจารย์ใหญ่ใจดีจริงๆ!  ชายชราเคราดำมองดูอย่างอิจฉา

นอกจากนี้ เขายังเข้าใจในตอนนี้แล้วว่าทำไมเจ้าเมืองไม้เงินและบุตรคนที่สิบจงหัวถึงได้เปลี่ยนทัศนคติมาสนับสนุนบารอนไตตันแทนที่จะเอาชนะช่วงชิงปราสาทไดมอนด์สตาร์แบบลับๆ เหมือนเมื่อก่อน  แน่นอนว่าเจ้าของปราสาทไดมอนด์สตาร์คนเก่า ไม่เพียงแต่ออกไปจากปราสาท นอกจากนี้นางยังทิ้งเครือข่ายความสัมพันธ์ไว้ให้บุตรของนาง  ทุกคนดูแลเขาเป็นอย่างดีรวมทั้งอาจารย์ใหญ่ผู้เข้มงวด

บุคลิกแบบนี้ ถ้าเจ้าเมืองไม้เงินเป็นศัตรูกับเขาก็คงแปลก

ชายชราเคราดำพบเจอเค้าเงื่อน

เขาอดชื่นชมในใจไม่ได้  ตั้งแต่บารอนไตตันรับตกทอดปราสาทไดมอนด์สตาร์ ทำไมไม่พัฒนาตนเองให้สมบูรณ์แบบ

คงเป็นการดีกว่า ถ้าเขาจะติดต่อกับเจ้าปราสาทที่มีอำนาจ สถานะและอนาคตมากกว่าสหายในระดับเดียวกัน... แทบจะในทันที ชายชราเคราดำอยู่ในแถวเดียวกับฟ่านซื่ออี้กงสุลชุดแดง?  นี่ไม่ใช่ที่ทำกันตลอดชีวิต  แต่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทุกห้าปี จะเทียบกับบารอนผู้มีศักดินาและอำนาจตลอดชีวิตได้อย่างไร?   สำหรับบทบาทอย่างเจ้าปราสาทไดมอนด์สตาร์มีอนาคตไร้ขีดจำกัด  อย่าว่าแต่เจ้าเมืองและเจ้าชายเลย  ราชาก็อาจจะเป็นได้ ตอนนี้ลงทุนภายในไปก่อนอาจได้ผลประโยชน์ในอนาคตเป็นพันเท่านอย่างมิต้องสงสัย

“บารอนไตตัน!  ถ้าท่านไม่คุ้นเคยกับการประชุมสัมมนา  ข้ามีคนรับใช้ใกล้ชิดคนหนึ่งเป็นคนฉลาด ข้าจะให้นางคอยรับใช้ท่านทุกที่ดีไหม?”  บุรุษเคราดำตัดสินใจใช้แผนนางงามยกสาวใช้งดงามให้คนหนึ่ง  นี่เป็นหนึ่งในแผนการสร้างพันธมิตรที่ดีที่สุดของพวกชนชั้นสูง

“ขอบคุณในความมีน้ำใจของท่าน  แต่ต่อไปข้ายังต้องให้ความสนใจกับการเรียนมากขึ้น”   เย่ว์หยางปฏิเสธ

“ถูกแล้ว เมื่อการประเมินผลคะแนนชีวิตของท่านบารอนจบลง ข้าจะร่วมแสดงความยินดีกับท่านบารอนทันที  ถึงเวลานั้นท่านอาจเลื่อนฐานันดรเป็นไวเคานต์ หรือแม้แต่ระดับเอิร์ล”  ชายชราเคราดำหัวเราะไม่ถือสาคำปฏิเสธของเย่ว์หยาง  เขาเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย เขาเห็นด้วยเช่นกันว่าบารอนหนุ่มไตตันเป็นเป้าหมายของโรงเรียนแน่นอน มิฉะนั้นอาจารย์ใหญ่คงไม่มอบเงินให้บารอนหนุ่มใช้จ่ายถึงพันผลึกสวรรค์ไว้ใช้จ่ายอย่างมีความสุข

“ขอบคุณความมีน้ำใจของท่านอีกครั้ง  ข้ามีเรื่องต้องออกไปข้างนอก แล้วค่อยกลับมาคุยกัน!  เย่ว์หยางยิ้มและกล่าวคำอำลา

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฟ่านซื่ออี้รู้สึกอึดอัดเหมือนคนท้องผูกมาสิบวัน และไม่สามารถกลั้นเอาไว้ต่อไปได้  เขาถามชายชราเคราดำ “เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม จำเป็นต้องประจบมากถึงขนาดนั้นหรือ?  แม้ว่าเราจะอยู่ในกลุ่มงานที่ต่างกัน แต่เราก็เป็นสหายกันเสมอ วันนี้เจ้าไม่ช่วยเข้าข้างข้า แต่กลับหันไปเข้าข้างเจ้าเด็กนั่น”

“ฟ่านซื่ออี้ เจ้าสามารถเลือกคนคบได้จริงๆ ไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่ในเส้นทางเดียวเสมอไป”  ชายชราเคราดำเหมือนนักการเมืองเจนเวที รอยยิ้มของเขาไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะถูกดุก็ตาม

“ก็ได้, เรามาคอยดูกันต่อไป!  ฟ่านซื่ออี้โมโห นี่เขามีเหตุผลของการเป็นคนทรยศด้วยหรือ?

“ไม่ส่งละนะ”  มองดูผิวเผินชายชราเคราดำยิ้ม แต่ในใจส่วนลึกเขาดูถูกการกระทำของฟ่านซื่ออี้  คนที่โง่คือเจ้าไม่ใช่หรือ? ทำไมเขาถึงต้องเป็นอริกับบารอนไตตันเพราะเห็นแก่หน้าเล็กน้อย?  แม้แต่คนตาบอดก็ยังมองออกว่าอนาคตของเด็กหนุ่มนี่ถูกปูไว้แล้วเมื่อสิบปีก่อน บทบาทอย่างลอร์ดไม้เงินและบารอนจงหัวมีให้เห็นทั่วไป  เจ้าหน้าที่กงสุลชุดแดงอย่างเจ้าโง่ดีแต่พล่ามก็คงไม่มีอะไร แต่นี่เขาเป็นคนฉลาดปล่อยให้ความริษยาบังตา  รู้ว่าผิดแทนที่จะกลับตัว แต่เขากลับดันทุรังยอมตาย  ทำให้พูดไม่ออกเลยจริงๆ

ถือว่าเป็นธุระของฟ่านซื่ออี้ เอาไข่ไปกระทบหินก็ไม่ต่างอะไรกับหาที่ตาย

แต่เขาจะดึงมิตรสหายไปตายด้วยหรือ?

เราเป็นเพียงพันธมิตรการเมือง ไม่ใช่ญาติพี่น้องที่มีความสัมพันธ์ ต่อให้เขาเป็นญาติพี่น้อง ในกรณีนี้ก็ต้องเลือกคนอื่น นี่เป็นวิถีที่ควรเป็น!

ชายชราเคราดำส่ายหน้าและพิจารณาขึ้นชื่อฟ่านซื่ออี้ไว้ในบัญชีดำ  พันธมิตรการเมืองแบบนี้ดีแล้วที่เลิกคบกันเร็ว มิฉะนั้นจะก่อความผิดพลาดใหญ่ในอนาคต

เย่ว์หยางเดินออกมาที่ห้องนิทรรศการไม้เงินตามลำพัง

ภายในนี้มีห้องจัดแสดงติดบอร์ดรายรอบพื้นที่จัตุรัสกว้างหลายสิบห้อง

ห้องจัดนิทรรศการมีทั้งห้องใหญ่และเล็ก อย่างเช่นห้องจัดแสดงของเมืองไม้เงินมีขนาดใหญ่  ผลิตภัณฑ์พิเศษและหุ่นรบกองซ้อนทับอยู่ข้างใน มีหลายสิบหลายร้อยตัว ยกเว้นที่แสดงอยู่ข้างนอก ภายในห้องโถงยังมีห้องรับรองอำนวยความสะดวกต่างๆ  ห้องโถงนิทรรศการขนาดเล็กโดยทั่วไปจะมีขนาดหนึ่งในสามของห้องโถงจัดแสดงขนาดใหญ่  พื้นที่หนึ่งในห้าจัดไว้ให้กลุ่มการค้าสำคัญ สมาคมคมทหารรับจ้างขนาดใหญ่  พวกเขาจะมีส่วนร่วมในงานแสดงนิทรรศการ ซึ่งแตกต่างจากแวดวงสังคมชั้นสูง

นอกจากนี้ยังมีจัตุรัสกลางใช้จัดเป็นโถงใหญ่

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ในการประชุมสัมมนายังไม่ได้ถูกเปิดเผย จึงไม่ถือว่าเป็นการเปิดประตูต้อนรับอย่างแท้จริง

เย่ว์หยางเดินห่างออกไป และผ่านไปตามห้องโถงนิทรรศการของหลายๆ เมือง  เขาพบว่าผลิตภัณฑ์พิเศษส่วนใหญ่ยังคงจัดวางกับที่ และมีการรวมตัวของหุ่นรบอย่างเร่งด่วน  ไม่มีใครเปิดประตูรับอาคันตุกะเต็มที่ หลังจากเห็นว่าเมืองใหญ่กำลังวุ่นจัดการ เย่ว์หยางให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พิเศษแต่ไม่ได้ซื้อสินค้า

เมื่อยังไม่เปิด แสดงว่าคนอื่นยังไม่พร้อมตั้งราคา และราคาย่อมไม่ถูกอย่างแน่นอน 

เรื่องเป็นเช่นนั้น

นอกจากนี้ยังง่ายต่อการเปิดเผยความต้องการที่แท้จริงของตนเอง

ดังนั้น แม้ว่าเขาจะเห็นสินค้าที่ไม่เลว แต่เย่ว์หยางก็แค่ยิ้มและไม่ถามราคา  เขาไม่ได้พูดคุยถึงคุณสมบัติพิเศษอะไรมากมาย... แน่นอน เย่ว์หยางมีจักษุญาณทิพย์ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาขนาดนั้น

ห้องโถงนิทรรศการใหญ่วุ่นวายครึกครื้น  แต่ยังมีห้องแสดงสินค้าห้องเล็กๆ  หอการค้าหลายแห่งประจำอยู่ด้านหน้าและเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี

นี่คือคือความสัมพันธ์ของพ่อค้านักธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการสัมมนาแลกเปลี่ยน

“ไข่อสูรขายยังไง?”  เย่ว์หยางไปที่ห้องแสดงสินค้าขนาดเล็กที่กลุ่มทหารรับจ้างหลายคนร่วมหุ้นกันเช่า และพบว่าสิ่งต่างๆ ภายในห้องจัดแสดงได้เตรียมการไว้พร้อมอย่างเต็มที่แล้ว รอให้แขกและลูกค้ามาถึงที่หน้าประตู  อย่างไรก็ตามห้องจัดแสดงสินค้าของพวกเขาไม่ได้รับการสนใจเท่าใดนัก เย่ว์หยางเข้าไปข้างในและเห็นว่าผิดปกติเกินไป  ในหุบเขามนุษย์หุ่นรบและอสูรหุ่นที่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้นั้น ได้รับความนิยมที่สุด น้ำพุแห่งชีวิตและเหล้าร้อยบุปผาก็สามารถพัฒนาสถานะบุคคลของพวกเขาได้  อย่างไรก็ตามอาวุธอย่างอสูรและสิ่งของที่ไม่สามารถใช้ความสามารถได้ ในหุบเขามนุษย์นี้แลกเปลี่ยนกันด้วยราคาที่ถูกมาก

หุบเขามนุษย์นั้น มนุษย์มนุษย์มีประโยชน์กว่า

หากอสูรรบมีพลังถึงปราณฟ้าระดับห้า ถูกวางขายไปทั่วทุกที่ไม่ต้องพูดถึงหอทงเทียน แม้แต่ในพื้นที่แดนสวรรค์ อสูรศึกที่หายากทุกคนก็ยังกระตือรือร้นต้องการเป็นเจ้าของ

แต่ในหุบเขามนุษย์  พวกมันไม่มีความสามารถต่างอะไรกับอสูรปีศาจปราณดินกินเนื้อธรรมดา

เพราะอสูรศึกไม่สามารถใช้งานในหุบเขามนุษย์ได้ ไม่ว่ามันจะทรงพลังเพียงไหนก็ไร้ประโยชน์   พวกมันยังสูญเสียการฝึกฝนที่มีกระบวนการซับซ้อน แน่นอนว่าอสูรเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสัตว์เลี้ยงกินเนื้อ หรือให้กำเนิดลูกอสูรปราณดินเอาไว้ขายทำเงิน  หรือจะพูดให้ชัดก็คือในหุบเขามนุษย์ มังกรดำปราณฟ้าระดับห้าราคายังถูกกว่าหมูน้ำมันชั้นปราณดินระดับสามมาก  ยังถูกกว่ากระต่ายหิมะขนยาวหรือหนูตะเภาบุปผาปราณดินระดับหนึ่งเสียอีก

หนูตะเภาบุปผาเลี้ยงง่ายให้ลูกมากมาย ให้ผลผลิตเป็นเนื้อจำนวนมาก นอกจากนี้ยังใช้ให้มันช่วยกินต้นถั่วอีกด้วย

ในหุบเขามนุษย์มีถั่วชนิดหนึ่งเรียกว่าถั่วทองคำแดง

มันแข็งมาก

มีเพียงหนู กระต่ายไม่กี่ชนิดที่สามารถย่อยมันได้ครึ่งหนึ่ง

ถั่วทองคำแดงที่ย่อยครึ่งหนึ่งนี้ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการหมักเหล้า.... ในหุบเขามนุษย์...เขาไม่รู้ว่าพวกทหารรับจ้างและสามัญชนอาศัยการเลี้ยงหนูตะเภาบุปผาให้ช่วยกินถั่วทองคำแดง และขายพ่อค้าใช้หมักเหล้าเพื่อเลี้ยงชีวิตพวกเขา

มังกรดำปราณฟ้าระดับห้าทำเช่นนี้ได้หรือ?

มังกรดำเป็นสัตว์จอมตะกละ

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือกระต่ายหิมะขนยาว  กระต่ายชนิดนี้มีขนงอกยาวตลอด สามารถตัดขายได้ทั้งปี แม้ว่าคุณภาพจะไม่เท่าขนสัตว์สีขาวอย่างดีที่สุด  แต่ขนของมันงอกเร็ว มีอัตราการรอดชีวิตและง่ายต่อการเลี้ยงดู  แต่นี่ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับมังกรดำปราณฟ้าระดับห้ามิใช่หรือ?

ส่วนหมูปีศาจที่ผิวของมันเป็นน้ำมัน สามารถฆ่ามันเพื่อเอาเนื้อได้ตอนที่มันโต

ดังนั้นในสภาพแวดล้อมพิเศษของหุบเขามนุษย์ อสูรโดยเฉพาะอย่างยิ่งอสูรรบ ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมของมัน

ไข่อสูรที่เย่ว์หยางสอบถามเป็นไข่อสูรชนิดต่อสู้กองซ้อนกันอยู่ที่มุมห้องไม่รู้ว่าอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้วโดยไม่มีใครสนใจ  ในไข่กองนั้นส่วนใหญ่มีคุณภาพสูงกว่าระดับทองทั้งนั้น เกือบทั้งหมดเป็นอสูรปราณฟ้า

การเลี้ยงมังกรดำปราณฟ้าระดับห้า ก็แค่ขายเลือดมังกรทำเงินเท่านั้น  แต่ก่อนที่จะขายเลือดมังกรได้  คาดว่ามังกรดำคงอดอาหารร่างกายผ่ายผอม

นอกจากนี้ ไข่มังกรดำฟักแล้ว กว่าจะเป็นมังกรดำเต็มวัย แค่ร้อยปี พันปียังเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นถ้าจะมีเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่าอสูรปราณฟ้าก็คือ ไข่ของอสูรปราณฟ้าที่ไม่ได้รับความสนใจนี้ เว้นแต่เป็นไข่ระดับสูง  อาจประสบกับชะตานำมาเป็นไข่อสูรปราณฟ้าต้มเป็นอาหาร

“นี่...ไข่อสูรเหล่านี้ไม่ใช่สำหรับใช้ปรุงเป็นอาหารชั้น ทั้งหมดเป็นไข่อสูรนักสู้”  ทหารรับจ้างผู้ทำการต้อนรับได้ยินเสียงแล้ว ทำหน้าขมขื่นเหมือนอมบอระเพ็ด เย่ว์หยางต้องการซื้อ และเขาไม่กล้าขายเพราะกลัวว่าเย่ว์หยางจะหันกลับมาทันทีที่ออกไป  เด็กตระกูลขุนนางอย่างเย่ว์หยางสวมชุดไหมกินอาหารอย่างดี เขาไม่กล้าโกงต่อให้กล้ากว่านี้ร้อยเท่าก็ตาม

“อสูรศึกไม่ได้แบ่งชั้นออกเป็นตามองค์ประกอบธาตุ ชั้นของนักสู้ และชั้นพิเศษใช่ไหม?”  เย่ว์หยางยิ้ม

“ขอรับ, เป็นเช่นนั้นแน่นอน  แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วเราจะเว้นชั้นองค์ประกอบธาตุและชั้นระดับพลัง  อสูรเหล่านั้นไม่มีการค้าขายในตลาด และชั้นสำหรับนักสู้ถูกแบ่งเป็นประเภทรบ เป็นประเภทกินเนื้อและไม่กินเนื้อ  โดยทั่วไปอสูรศึกพิเศษจะได้รับความนิยมมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักสู้ผู้ครอบครองคัมภีร์อัญเชิญ”  ทหารรับจ้างที่ทำการต้อนรับรีบอธิบายโดยเร็ว  เขาพูดกับเย่ว์หยาง  “ถ้าท่านชอบเชิญเข้ามาดูได้ได้เลย  เรามีของมากมาย และคงมีบางอย่างเป็นที่สนใจของท่าน”

“แม้ว่าข้าจะไม่ได้ขาดแคลนไข่อสูร แต่มองดูหายนะและความสิ้นเปลืองของดีๆ อย่างนี้ ก็ไม่อาจทนได้เช่นกัน”  เย่ว์หยางรู้สึกว่าถ้าไข่อสูรปราณฟ้าเหล่านี้ถูกนำกลับไปที่หอทงเทียน คาดว่าคงทำให้กลุ่มราชาต่างๆ คลั่งจนแทบเป็นบ้า

“ท่านต้องการซื้อจริงๆ หรือ?”  ดวงตาของทหารรับจ้างผู้ทำหน้าที่ต้อนรับโตยิ่งกว่าตาวัว ปากอ้าค้างจนยัดกบเข้าไปได้ทั้งตัว

“เสนอราคามา ถ้าเหมาะสม ข้าจะเหมาหมด” เย่ว์หยางรู้สึกว่าถ้าเป็นไปได้เขาจะตรวจของที่อีกฝ่ายเก็บไว้ในที่เก็บของให้หมด

“อา อย่างนั้น ท่านเอาจริงหรือ?  ต้องการจะซื้อจริงๆ หรือ? เอาอย่างนี้ โปรดให้ ห้าผลึกสวรรค์ ไม่ ไม่ .. สามผลึกสวรรค์ เหมาหมดนี่เลย.. ท่านจะว่าอย่างไร?”  ทหารรับจ้างที่ทำหน้าที่ต้อนรับกลัวว่าเย่ว์หยางจะหันหลังกลับ เขาจึงรีบลดราคา  เขากังวลกลัวว่าเย่ว์หยางจะตบหน้าเขาเหมือนกับพวกขุนนางที่มีชื่อเสียง

“ครั้งต่อไปข้าจะสั่งซื้อ 50 ผลึกสวรรค์  ข้าหวังว่าพรุ่งนี้เช้าข้าจะสามารถเห็นไข่อสูรปราณฟ้าสายนักสู้ กองอยู่ข้างหน้าข้า”  เย่ว์หยางตบไหล่ทหารรับจ้างผู้ทำหน้าที่ต้อนรับทำให้อีกฝ่ายหนึ่งปลื้มปิติ “ฟังให้ดี ถ้าเจ้าสามารถทำได้ตามที่ข้าสั่งไว้  ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอีกห้าผลึกสวรรค์”

“อ๊า...” ทหารรับจ้างพนักงานต้อนรับล้มหมดสติ และไม่รู้ว่าเย่ว์หยางจากไปเมื่อใด

ในใจของเขายังได้ยินคำสั่งของเย่ว์หยางก้องวนเวียนตลอด ฟังให้ดี ถ้าเจ้าสามารถทำได้ตามที่ข้าสั่งไว้  ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอีกห้าผลึกสวรรค์

ห้าผลึกสวรรค์ ต่อให้เขาทำงานหนักตลอดทั้งปีก็ยังทำรายได้ไม่ถึงครึ่งห้าผลึกสวรรค์  แต่วันนี้เขาได้ยินจากปากคุณชายผู้สูงศักดิ์ว่า เขาจะรางวัลให้ห้าผลึกสวรรค์ นี่เป็นความจริงหรือ?!

8 ความคิดเห็น:

oBABYVOXo กล่าวว่า...

เอาให้หมด กวาดให้เรียบ 555++

BJ กล่าวว่า...

มีตั้ง1000

ïиƒïиï†ч гє†гч กล่าวว่า...

นี่มันร้านสำหรับอัพเกรดกองทัพของไอ้สามชัดๆ 5555

Unknown กล่าวว่า...

ทีนี้หอทงเทียนพัฒนาแข็งแกร่งขึ้นอีกบาน

l3ell_Zaa กล่าวว่า...

แต่มเลย

Popcorn กล่าวว่า...

เอาไข่ไปต้มๆ

manit กล่าวว่า...

ใจจ้า

chay กล่าวว่า...

มันขนออกไปได้ใช่ปะ..ไหมคนอื่นไม่ขนออกไปขายละ

แสดงความคิดเห็น