วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562

เล่ม 18 เทพชั้นสูง - ตอนที่ 12 เข้าแดนยมโลก


เล่ม 18 เทพชั้นสูง - ตอนที่ 12  เข้าแดนยมโลก
ลินลี่ย์ตื่นเต้นมาก  เขารู้สึกว่าใจของเขาแทบระเบิด  เขาไม่เคยตื่นเต้นมากมายอย่างนี้มาก่อน  “ท่านพ่อสามารถฟื้นคืนความทรงจำได้  และกลับมามีชีวิตได้!  รวมทั้งเยล จอร์จ ดิ๊กซี่..”  อารมณ์เศร้าหดหู่ที่เขามีในช่วงไม่กี่วันก่อนหายไปทันที  ลินลี่ย์ตื่นเต้นเหลือจะกล่าว  เขารู้สึกเหมือนกับว่าโลกมีสีสันงดงามขึ้นมาในทันใด

 “อย่ารีบร้อน  พวกเจ้าทุกคนอย่าเพิ่งรีบร้อน”  เบรุตรีบกล่าว
ทุกคนข่มความตื่นเต้นของพวกเขา
 “ข้าแค่พูดคร่าวๆ เท่านั้นเอง” เบรุตรีบกล่าว  “หลังจากคนธรรมดาตาย  วิญญาณของพวกเขาจะเข้าสู่ยมโลกกลายเป็นภูตผี ไม่มีทางที่เทพชั้นสูงจะหาภูตผีซึ่งเดิมเป็นวิญญาณของคนโดยเจาะจงได้  มีแต่มหาเทพทั้งเจ็ดแห่งยมโลกจึงจะหาพวกเขาพบเจอได้!  อย่างไรก็ตาม มหาเทพก็คือมหาเทพ  เจ้าคิดว่าพวกเขาจะช่วยเจ้าเพียงเพราะเจ้าขอให้ช่วยอย่างนั้นหรือ?”
ทุกคนเงียบทันที  ลินลี่ย์รู้สึกว่าหัวใจของเขาตึงเครียดเช่นกัน
มหาเทพมีความสูงส่งมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง  พวกเขามีแนวโน้มว่าจะไม่สนใจต่อคำขอร้องของเทพชั้นสูง
 “ถ้าข้าไม่ลองดู ข้าจะรู้ผลที่ตามมาได้ยังไง?”  ลินลี่ย์รีบกล่าว
ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของเยล จอร์จ ดิ๊กซี่หรือบิดาของเขา  ลินลี่ย์ไม่ยินดียอมแพ้
 “ลองดูเถอะ  บางทีเจ้าอาจจะทำได้สำเร็จ”  เดเลียรีบกล่าวเช่นกัน
เบรุตส่ายศีรษะอย่างจนใจ  “การจะทำเช่นนี้ได้ จะมีปัญหาใหญ่อยู่สองเรื่อง  ประการแรกไปหามหาเทพให้เจอ  ประการที่สองต้องทำให้มหาเทพยินดีช่วยเจ้า  ปัญหาสองข้อนี้เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะได้  ลินลี่ย์!  ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการพบบิดาและพี่น้องของเจ้า  แต่เจ้ารู้หรือว่ามหาเทพยมโลกอาศัยอยู่ที่ใด?”
ลินลี่ย์ตะลึง
มหาเทพอาศัยอยู่ที่ไหน?  นั่นเป็นความลับที่ได้รับการรักษาไว้อย่างดี  อย่างเช่นมหาเทพเรดบุด  แม้ว่าลินลี่ย์จะได้ไปเยี่ยมเทือกเขาอะเมทิสต์  เขาเพียงแต่มารู้ทีหลังว่านั่นเป็นที่พำนักของมหาเทพเรดบุด
 “จะหาที่อยู่ของมหาเทพ.. ต่อให้เจ้าหาตำแหน่งที่ถูกต้องเจอและมหาเทพเกิดอยู่ที่นั่นในเวลานั้น ถ้ามหาเทพไม่ต้องการพบเจ้า   ทำไมมหาเทพจะต้องยอมรับคำขอของเจ้าเองที่เป็นเทพชั้นสูงได้อย่างง่ายๆ ด้วยเล่า?”
 “มันยากเกินไป!
 “ข้าอยากลองดู” ลินลี่ย์พูดอย่างมุ่งมั่น “ไม่ว่ายังไง ข้าจะไม่ยอมแพ้  มีมหาเทพแห่งยมโลกเจ็ดคน   ข้าจะตามหาพวกเขา  ถ้าคนแรกไม่ได้ผล ข้าจะหาอีกคนหนึ่ง”
เบรุตได้ยินเช่นนี้ เขาอดส่ายหน้าไม่ได้
 “เจ้านี่ช่างดื้อดึงจริงๆ”
 “เอาอย่างนั้นก็ได้”  เบรุตพยักหน้า แค่เพียงโบกมือก็มีหนังสือเล่มหนาราวสิบเซนติเมตรปรากฏขึ้น “ลินลี่ย์ !  หนังสือนี้อธิบายถึงยมโลก  เอาไปดูซะ จะช่วยให้เจ้าเข้าใจยมโลกได้ดีขึ้น”
 “ขอบคุณ”  ลินลี่ย์รับหนังสือไว้
ขณะอยู่ในแดนนรก เขาไม่เคยให้ความสนใจกิจกรรมในยมโลก  เขาคิดว่าเขาไม่มีทางจะไปที่นั่น  แต่ใครจะคาดคิดกันเล่าว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้น
 “ถ้าเจ้าจะไปยมโลกให้ได้จริงๆ อย่างนั้นข้าจะแนะนำเจ้าสักเล็กน้อย “เบรุตพูดพลางถอนหายใจ  “นี่ไม่ใช่คำแนะนำจริงจังสักเท่าใดหรอก  ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงจะคิดได้เช่นกัน  เมื่อเจ้าไปพบมหาเทพยมโลก  ก่อนอื่นหาทูตมหาเทพให้พบ.. มีทูตมหาเทพอยู่มากและเจ้าควรจะไปหาพวกเขา  ถ้าเจ้าหาพวกเขาไม่พบ อย่างนั้นเจ้าควรไปพบกับเจ้าครองแคว้น  เจ้าครองแคว้นเหล่านี้อาจรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ใด”
ลินลี่ย์พยักหน้า
แม้ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะหามหาเทพพบโดยผ่านการค้นหาทูตมหาเทพหรือเจ้าครองแคว้น.. แต่ทูตมหาเทพหรือเจ้าครองแคว้นจะยอมบอกเขาหรือ?
 “นำตราที่ข้าให้เจ้าติดตัวไปด้วย”  เบรุตกล่าว  “ที่สำคัญตรานั่นเป็นเครื่องหมายตัวแทนของมหาเทพบลัดริจ  ด้วยตรานั่นบางที่อาจจะทำให้ง่ายต่อเจ้าด้วย”
ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย
ใช่แล้วตรานั่น!  เป็นของที่เบรุตได้รับมาจากมหาเทพบลัดริจ  สิ่งนั้นอาจโน้มน้าวมหาเทพยมโลกให้ฟังสิ่งที่เขาพูดเป็นอย่างน้อย
 “ปู่!  ขอบคุณจริงๆ”  บีบีตาเบิกกว้าง
 “ถ้าข้าไม่ทำอย่างนี้  เจ้าคงจะว่าปู่ขี้เหนียวแน่” เบรุตหัวเราะลั่น
บีบียิ้มกว้าง  ไม่มีข้อสงสัยว่าเขาจะตามไปยมโลกพร้อมกับลินลี่ย์ด้วย
ขอบคุณลอร์ดเบรุต”  เดเลียพูดด้วยความซาบซึ้งเช่นกัน  เบรุตหัวเราะ  “อย่างนั้นก็ดีแล้ว  พวกเจ้ามีแผนของพวกเจ้า  ตอนนี้ข้าจะกลับก่อน  ถ้ามีอะไรอื่นที่เจ้าต้องการก็ไปหาข้าที่ไพรทมิฬ”  หลังจากพูดเบรุตกลายเป็นเงาดำหายลับตาไป
ในกลางอากาศ
เบรุตหันไปมองปราสาทเลือดมังกร  รอยยิ้มลี้ลับปรากฏที่ใบหน้าของเขา  “เป็นอย่างที่ข้าคาดเอาไว้!  เพียงแต่...ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่จะทำตามที่ข้าคาดหวังได้หรือไม่”  และจากนั้นเขาหัวเราะกับตนเองและบินกลับไปที่ไพรทมิฬ
หลังจากได้ทราบข่าวนี้แล้ว ในปราสาทเลือดมังกรอยู่ในสภาพตื่นเต้น  แต่หลังจากนั้นความรู้สึกที่ตามมาคือความกดดัน  จะขอให้มหาเทพช่วยพวกเขา.. นี่เป็นเรื่องที่ยากมาก  ทุกคนกังวลว่าลินลี่ย์จะทำสำเร็จได้หรือไม่  พวกเขายังคงกลัว..ว่ามหาเทพอาจโกรธและฆ่าลินลี่ย์!
 “มหาเทพ..ไม่น่าจะมีนิสัยแปลกประหลาดและโหดร้ายใช่ไหม?”  เวดพูดด้วยความห่วงใย
 “อย่าด่วนสรุป”  เดเลียดุทันที
บีบีหัวเราะด้วยความมั่นใจ  “ไม่ต้องห่วง หลังจากมหาเทพยมโลกเห็นตราของมหาเทพบลัดริจที่พี่ใหญ่และข้ามีอยู่ พวกเขาคงไม่ฆ่าเรา”  บีบีแม้จะมีความมั่นใจอยู่ภายนอกแต่ในใจกระวนกระวายมาก  ที่สำคัญ...มหาเทพยมโลกจะยอมเห็นแก่หน้าของมหาเทพบลัดริจหรือ?
ความจริงอาจจะเป็นไปได้ว่ามหาเทพยมโลกอาจจะมีความแค้นอยู่กับมหาเทพบลัดริจก็ได้
ไม่มีใครแน่ใจได้
 “มหาเทพมองตัวพวกเขาเองว่าอยู่เหนือพวกเรา  ตราบใดที่เราไม่ล่วงเกินพวกเขา  พวกเขาจะไม่ลดตัวมาฆ่าเรา”  ลินลี่ย์พูดอย่างสงบ  “ขณะที่การเดินทางเข้ายมโลกครั้งนี้ มีแต่บีบีกับข้าเท่านั้นที่ไป”  ลินลี่ย์กับบีบีปรึกษาความคิดนี้โดยผ่านการเชื่อมโยงวิญญาณ  ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเดินทางไปยมโลกครั้งนี้
ถ้าเขากับบีบีมุ่งหน้าออกไปกันเอง  พวกเขาอาจไม่มีอะไรต้องกลัว  แต่ถ้าพวกเขาพาคนอื่นไปด้วย.. พวกเขาจะไม่สามารถปกป้องทุกคนได้ในสถานการณ์อันตราย
 “ใช่แล้ว”  เดเลียได้ยินเรื่องนี้และพยักหน้าเช่นกัน
 “บีบี”  แต่นีซไม่ค่อยเต็มใจ
 “เราจะกลับมาในไม่ช้า”  บีบีหัวเราะ เวลานี้ร่างของลินลี่ย์แยกออกเป็นสอง เป็นร่างลินลี่ย์ที่มีผมแดงเหมือนเพลิงเดินออกมา
 “เดเลีย ร่างแยกธาตุไฟของข้าจะรั้งอยู่ที่นี่  และนีซ..ถ้ามีอะไรที่เจ้าต้องการ  เจ้าแค่บอกร่างแยกธาตุไฟของข้า  ข้าจะแจ้งเตือนให้บีบีทราบทันที”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น  ด้วยการปล่อยร่างแยกธาตุไฟไว้การสื่อสารจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
นีซและเดเลียรู้สึกสงบขึ้นบ้าง  มีร่างแยกธาตุไฟของลินลี่ย์อยู่  พวกเขาจะรู้สถานการร์ในยมโลกตลอดเวลา
วันที่สองหลังจากเบรุตแยกกลับมาจากปราสาทเลือดมังกร  และบีบีตัดสินใจออกไปด้วย  แต่ในคืนเดียว  ลินลี่ย์ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับยมโลกจบ และได้รับความเข้าใจพื้นฐานของสถานที่
ยมโลก ภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์
นี่คือภูเขาขนาดใหญ่สูงหมื่นเมตร ทั่วทั้งภูเขาเป็นกระดูกสีขาวโพลน  และโครงกระดูกสีขาวมองเห็นได้อยู่ทั่วภูเขา บนยอดของภูเขามีปราสาทโบราณขนาดมหึมาที่มีสีดำ และมีหมอกสีดำล้อมรอบตลอด  ปราสาทนี้คงอยู่มานานนับปีไม่ถ้วน
บางครั้งอสูรโลหะจะบินออกจากปราสาท มีเสียงดังออกมาจากภายในเช่นกัน
ในแดนนรกจะมีจุดเทเลพอร์ตอยู่เจ็ดแห่ง  แต่ยมโลกมีเพียงสองแห่ง  ภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในนั้น
 “เฮ้, พวกเจ้าทุกคน!  จงยืนอยู่กับที่อย่างว่าง่าย”  นักรบชุดขาวกลุ่มหนึ่งตะโกนบอกตามปกติ
ภายในวงเวทเทเลพอร์ตแสงขนาดใหญ่กำลังส่องแสงพวยพุ่งไปทุกทิศ มีร่างจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นเป็นบางครั้ง  เงาร่างเหล่านี้จะมองดูรอบๆ ตัวเองอย่างประหลาดใจ  คนเหล่านีถ้าไม่เป็นเซียนก็เป็นพวกเทียมเทพ มีเทพแท้อยู่น้อยมาก  ขณะที่เทพชั้นสูง..มีโอกาสที่เทพชั้นสูงมาถึงต่ำมาก!
 “เป็นแค่ระดับเซียนยังกล้ามายังยมโลก  พวกเขาเอาชีวิตมาทิ้งจริงๆ “นักรบผมดำที่ดูหนุ่มในชุดขาวเตะเซียนวัยกลางคนจนเขากระเด็นออกจากวงเวทเทเลพอร์ตไปอยู่ที่มุมผนัง
คนที่ถูกเตะหันมามองด้วยความโกรธ  “เจ้ามองอะไร เด็กน้อย ต้องการสู้ด้วยเหรอ?”  นักรบชุดขาวยิ้มขณะพูด  เซียนวัยกลางคนแค่กัดฟันก้มหน้าอยู่ที่มุมผนังไม่กล้าส่งเสียง  เมื่อเห็นคนผู้นี้ไม่ต่อต้าน นักรบชุดขาวนี้ได้แต่ส่ายศีรษะหัวเราะ  “พวกเซียนมีอยู่ทั่วไปในยมโลก  ถ้าเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะอดทน  พวกเจ้าอาจตายได้ตั้งแต่วันแรก!
 “บุชเชอร์  เจ้าชอบหยอกล้อพวกเขาอยู่เรื่อย”  นักรบชุดขาวที่อยู่อีกมุมหนึ่งหัวเราะขณะดื่มเหล้า
ชายหนุ่มผมดำชื่อบุชเชอร์หัวเราะเช่นกัน  “ถ้าเราไม่ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้กฎของที่นี่ในตอนนี้แล้ว  เมื่อพวกเขาข้ายมโลก  พวกเขาจะตายเร็วขึ้น”
มีคนจำนวนมากที่ถูกเทเลพอร์ตส่งมาในตอนนี้
 “มาอีกแล้ว”  บุรุษหนุ่มผมดำชุดขาวหันไปมองทันที  วงเวทเทเลพอร์ตขนาดใหญ่เรืองแสงอีกครั้งและมีสองร่างโผล่ออกมาจากภายใน  หลังจากแสงหายไป...
 “เทพชั้นสูง!
นักรบชุดขาวที่อยู่รอบๆ หันไปมองทันที  แม้แต่นักรบชุดขาวที่นั่งอยู่พากันยืนขึ้นทุกคน  เป็นเรื่องยากมากที่เทพชั้นสูงจะเทเลพอร์ตเข้ามา  ถ้ามีเทพชั้นสูงปรากฏ โดยทั่วไปหมายความว่ามีบางคนมาจากพิภพชั้นสูง และเป็นคนที่ไม่ธรรมดา
กลุ่มของนักรบชุดขาวจ้องมองเงาร่างทั้งสองอย่างระมัดระวัง
คนหนึ่งเป็นบุรุษหนุ่มผมน้ำตาล  ขณะที่อีกคนหนึ่งเด็กหนุ่มร่างบางสวมหมวกฟาง  ร่างของบุรุษหนุ่มผมน้ำตาลลอยขึ้นในอากาศทันทีและเหลียวมองรอบตัวก่อนจะกล่าว “นี่คือภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์!  ดูเหมือนเราจะต้องไปทางใต้ แต่ก่อนที่จะไป เราไปแดนภูตผีกันเถอะ”
เมื่อได้ยินคำว่าภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์  นักรบชุดขาวเหล่านี้แน่ใจทันทีว่าสองคนนี้มาจากพิภพชั้นสูง
 “ได้เลยพี่ใหญ่”
บุรุษผมน้ำตาลพยักหน้าเล็กน้อยให้กับนักรบชุดขาวที่อยู่ใกล้  จากนั้นพาเด็กหนุ่มหมวกฟางเหาะขึ้นไปในอากาศบินออกไปจากภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์
 “ผจญภัยผ่านพิภพชั้นสูง... อีกนานเท่าใดกว่าข้าจะทำอย่างนี้ได้บ้าง  ข้าจะสามารถทำแบบนี้ได้บ้างไหม?  แต่ค่าเทเลพอร์ตสูงจริงๆ!  ข้าอยู่ที่นี่มานานหลายปีมากแล้ว  แต่ข้าก็ยังสะสมเงินไม่พอค่าเทเลพอร์ตได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว”  บุรุษหนุ่มชุดขาวผมดำถอนหายใจชื่นชม
ขอบฟ้ากว้างไกลไม่สิ้นสุด  เมฆสีดำมืดปกคลุมทั้งโลก และสายฟ้าแล่บแปลบปลาบเป็นครั้งคราวจากเมฆสีดำ สายฟ้าเหมือนมังกรเต้นอยู่ภายในเมฆ
นี่คือที่ราบว่างเปล่า
สองกองทัพภูตผียาวไกลสุดสายตา ขณะที่มองเห็นแนวแถวสองค่ายตั้งประจันหน้ากัน มีโครงกระดูกมากมาย ซอมบี้เน่า ภูตผีพรายโปร่งแสงที่ลอยขึ้นลง อัศวินดำที่น่ากลัว ทั้งยังมีสิ่งมีชีวิตประหลาดและเผ่าลิชโบราณซึ่งถูกแยกในระดับที่ต่างกัน
มีโครงกระดูกที่อ่อนแอ  แต่ยังเป็นโครงกระดูกระดับเซียน
 “คาบูเชอร์ เจ้ามีทางเลือกสองทาง...”  เสียงดังสะเทือนสั่นสะท้านสวรรค์  “ยอมรับข้า หรือไม่ก็ตาย!
แต่คำตอบเป็นแค่เสียงหัวเราะเยือกเย็น
 “โจมตี!” ทันใดนั้นเสียงตะโกนดังลั่นพร้อมกับคำรามด้วยความโกรธ
 “โจมตี”  อีกเสียงหนึ่งดุร้ายเย็นชาตวาดดังขึ้น
ทันใดนั้นฝูงภูตผีในค่ายทั้งสองต่างโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งอย่างป่าเถื่อน  การต่อสู้ระหว่างพวกภูตผีเหมือนกับคลื่นซัดกระแทกกัน  ทั้งโลกเต็มไปด้วยมังกรกระดูกและกริฟฟินกระดูกร้องโหยหวนเต็มท้องฟ้าขณะที่หมอกพิษแผ่ขยายเต็มโลก  ภูตผีทั้งสองฝ่ายตายไปเป็นเบือ
ขณะนั้นเอง..
ทหารทั้งสองฝ่ายชะงักทันที  ขณะที่ผู้นำของพวกเขาตะลึงจ้องมองไปบนท้องฟ้า
ในกลางอากาศมีร่างสองร่างบินผ่านมาด้วยความเร็วสูง รัศมีที่ทรงพลังน่ากลัวที่พวกเขาเปล่งออกทำให้พวกภูตผีนับไม่ถ้วนที่ด้านล่างรู้สึกหวาดกลัวจับใจ  นี่เป็นรัศมีที่ทรงพลังมากกว่าหัวหน้าภูตผีทั้งสองที่ปกครองพวกมันหลายเท่า  พวกมันไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย  แต่ต่อมาร่างทั้งสองก็บินหายลับไปในขอบฟ้า
 “เราแค่ปล่อยแสงเลือนราง  แต่พวกมันหวาดกลัวจนไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรเลย”  บีบีหัวเราะเบาๆ
 “เจ้ารู้สึกเบื่อจริงๆ หรือ”  ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เมื่อพวกเขาเพิ่งแยกออกมาจากภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์และเริ่มบินขึ้นทางเหนือเพื่อไปดูแดนภูตผี  บีบีตระหนักว่ารัศมีเทพชั้นสูงของเขาทำให้พวกภูตผีหวาดกลัวกันมาก  ดังนั้นเขาปล่อยรัศมีอย่างต่อเนื่องตั้งใจทำให้ภูตผีเหล่านั้นกลัว  สำหรับลินลี่ย์ไม่รู้จะทำยังไงกับการเล่นสนุกที่อาจก่อปัญหาได้ของบีบี
ยมโลกแตกต่างจากแดนนรก เป็นเพียงทวีปใหญ่โตผืนเดียวที่น่ากลัว  ทวีปขนาดใหญ่นี้ยังใหญ่กว่าห้าทวีปของแดนนรกรวมกันเสียอีก
ภาคเหนือของทวีปมีประชากรภูตผีนับไม่ถ้วนอยู่ที่นั่น ดังนั้นพื้นที่นี้จึงรู้จักกันในนาม แดนภูตผี
ขณะที่ภาคใต้ของทวีปนี้คือส่วนที่เรียกว่ายมโลกอย่างแท้จริง
สำหรับเทือกเขาภูตศักดิ์สิทธิ์  ตั้งอยู่ที่เขตแดนระหว่างแดนยมโลกและแดนภูตผี
 “สมาชิกจำนวนมากของพวกภูตผีจะตายกันทุกขณะในแดนภูตผี  พวกภูตผีจะมีพลังเพิ่มขึ้นโดยการกินวิญญาณของภูตผีอื่น!  สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดก็คือภูตผีที่เป็นของเยล จอร์จและพ่อแม่ข้าจะถูกภูตผีอื่นกลืนกินไปแล้ว”  ลินลี่ย์ค่อนข้างกังวล  แต่เขาก็ยังบินไปพร้อมกับบีบีออกห่างแดนภูตผี บินไปทางใต้ ชายแดนที่ใช้ร่วมกับแดนยมโลก

9 ความคิดเห็น:

pmt กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

ชัชวาลย์ บุญฉาย กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Ko Surapong กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

ท้องฟ้าจะมีความหมาย ถ้ามีคนแหงนมอง กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Boybravo กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Añu-y กล่าวว่า...

ขอบคุณคนับ

แมลงปีศาจ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

ïиƒïиï†ч гє†гч กล่าวว่า...

ฟามที่ พิภพอื่นอีกแล้ว ไม่เก่งจะอยู่ไหวหรา

tho กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น