เล่ม 18 เทพชั้นสูง - ตอนที่ 12 เข้าแดนยมโลก
ลินลี่ย์ตื่นเต้นมาก
เขารู้สึกว่าใจของเขาแทบระเบิด
เขาไม่เคยตื่นเต้นมากมายอย่างนี้มาก่อน
“ท่านพ่อสามารถฟื้นคืนความทรงจำได้
และกลับมามีชีวิตได้! รวมทั้งเยล จอร์จ ดิ๊กซี่..”
อารมณ์เศร้าหดหู่ที่เขามีในช่วงไม่กี่วันก่อนหายไปทันที ลินลี่ย์ตื่นเต้นเหลือจะกล่าว
เขารู้สึกเหมือนกับว่าโลกมีสีสันงดงามขึ้นมาในทันใด
“อย่ารีบร้อน พวกเจ้าทุกคนอย่าเพิ่งรีบร้อน” เบรุตรีบกล่าว
ทุกคนข่มความตื่นเต้นของพวกเขา
“ข้าแค่พูดคร่าวๆ เท่านั้นเอง” เบรุตรีบกล่าว “หลังจากคนธรรมดาตาย วิญญาณของพวกเขาจะเข้าสู่ยมโลกกลายเป็นภูตผี
ไม่มีทางที่เทพชั้นสูงจะหาภูตผีซึ่งเดิมเป็นวิญญาณของคนโดยเจาะจงได้
มีแต่มหาเทพทั้งเจ็ดแห่งยมโลกจึงจะหาพวกเขาพบเจอได้! อย่างไรก็ตาม
มหาเทพก็คือมหาเทพ เจ้าคิดว่าพวกเขาจะช่วยเจ้าเพียงเพราะเจ้าขอให้ช่วยอย่างนั้นหรือ?”
ทุกคนเงียบทันที
ลินลี่ย์รู้สึกว่าหัวใจของเขาตึงเครียดเช่นกัน
มหาเทพมีความสูงส่งมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง
พวกเขามีแนวโน้มว่าจะไม่สนใจต่อคำขอร้องของเทพชั้นสูง
“ถ้าข้าไม่ลองดู ข้าจะรู้ผลที่ตามมาได้ยังไง?” ลินลี่ย์รีบกล่าว
ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของเยล จอร์จ
ดิ๊กซี่หรือบิดาของเขา
ลินลี่ย์ไม่ยินดียอมแพ้
“ลองดูเถอะ
บางทีเจ้าอาจจะทำได้สำเร็จ”
เดเลียรีบกล่าวเช่นกัน
เบรุตส่ายศีรษะอย่างจนใจ
“การจะทำเช่นนี้ได้ จะมีปัญหาใหญ่อยู่สองเรื่อง ประการแรกไปหามหาเทพให้เจอ ประการที่สองต้องทำให้มหาเทพยินดีช่วยเจ้า
ปัญหาสองข้อนี้เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะได้ ลินลี่ย์! ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการพบบิดาและพี่น้องของเจ้า แต่เจ้ารู้หรือว่ามหาเทพยมโลกอาศัยอยู่ที่ใด?”
ลินลี่ย์ตะลึง
มหาเทพอาศัยอยู่ที่ไหน?
นั่นเป็นความลับที่ได้รับการรักษาไว้อย่างดี อย่างเช่นมหาเทพเรดบุด
แม้ว่าลินลี่ย์จะได้ไปเยี่ยมเทือกเขาอะเมทิสต์ เขาเพียงแต่มารู้ทีหลังว่านั่นเป็นที่พำนักของมหาเทพเรดบุด
“จะหาที่อยู่ของมหาเทพ.. ต่อให้เจ้าหาตำแหน่งที่ถูกต้องเจอและมหาเทพเกิดอยู่ที่นั่นในเวลานั้น
ถ้ามหาเทพไม่ต้องการพบเจ้า
ทำไมมหาเทพจะต้องยอมรับคำขอของเจ้าเองที่เป็นเทพชั้นสูงได้อย่างง่ายๆ
ด้วยเล่า?”
“มันยากเกินไป!”
“ข้าอยากลองดู”
ลินลี่ย์พูดอย่างมุ่งมั่น “ไม่ว่ายังไง ข้าจะไม่ยอมแพ้ มีมหาเทพแห่งยมโลกเจ็ดคน ข้าจะตามหาพวกเขา ถ้าคนแรกไม่ได้ผล ข้าจะหาอีกคนหนึ่ง”
เบรุตได้ยินเช่นนี้ เขาอดส่ายหน้าไม่ได้
“เจ้านี่ช่างดื้อดึงจริงๆ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้”
เบรุตพยักหน้า แค่เพียงโบกมือก็มีหนังสือเล่มหนาราวสิบเซนติเมตรปรากฏขึ้น “ลินลี่ย์
! หนังสือนี้อธิบายถึงยมโลก เอาไปดูซะ จะช่วยให้เจ้าเข้าใจยมโลกได้ดีขึ้น”
“ขอบคุณ” ลินลี่ย์รับหนังสือไว้
ขณะอยู่ในแดนนรก
เขาไม่เคยให้ความสนใจกิจกรรมในยมโลก
เขาคิดว่าเขาไม่มีทางจะไปที่นั่น
แต่ใครจะคาดคิดกันเล่าว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้น
“ถ้าเจ้าจะไปยมโลกให้ได้จริงๆ
อย่างนั้นข้าจะแนะนำเจ้าสักเล็กน้อย “เบรุตพูดพลางถอนหายใจ “นี่ไม่ใช่คำแนะนำจริงจังสักเท่าใดหรอก ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงจะคิดได้เช่นกัน เมื่อเจ้าไปพบมหาเทพยมโลก ก่อนอื่นหาทูตมหาเทพให้พบ.. มีทูตมหาเทพอยู่มากและเจ้าควรจะไปหาพวกเขา ถ้าเจ้าหาพวกเขาไม่พบ
อย่างนั้นเจ้าควรไปพบกับเจ้าครองแคว้น
เจ้าครองแคว้นเหล่านี้อาจรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ใด”
ลินลี่ย์พยักหน้า
แม้ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะหามหาเทพพบโดยผ่านการค้นหาทูตมหาเทพหรือเจ้าครองแคว้น..
แต่ทูตมหาเทพหรือเจ้าครองแคว้นจะยอมบอกเขาหรือ?
“นำตราที่ข้าให้เจ้าติดตัวไปด้วย” เบรุตกล่าว
“ที่สำคัญตรานั่นเป็นเครื่องหมายตัวแทนของมหาเทพบลัดริจ ด้วยตรานั่นบางที่อาจจะทำให้ง่ายต่อเจ้าด้วย”
ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย
ใช่แล้วตรานั่น! เป็นของที่เบรุตได้รับมาจากมหาเทพบลัดริจ สิ่งนั้นอาจโน้มน้าวมหาเทพยมโลกให้ฟังสิ่งที่เขาพูดเป็นอย่างน้อย
“ปู่! ขอบคุณจริงๆ” บีบีตาเบิกกว้าง
“ถ้าข้าไม่ทำอย่างนี้ เจ้าคงจะว่าปู่ขี้เหนียวแน่” เบรุตหัวเราะลั่น
บีบียิ้มกว้าง
ไม่มีข้อสงสัยว่าเขาจะตามไปยมโลกพร้อมกับลินลี่ย์ด้วย
ขอบคุณลอร์ดเบรุต”
เดเลียพูดด้วยความซาบซึ้งเช่นกัน
เบรุตหัวเราะ
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว
พวกเจ้ามีแผนของพวกเจ้า
ตอนนี้ข้าจะกลับก่อน
ถ้ามีอะไรอื่นที่เจ้าต้องการก็ไปหาข้าที่ไพรทมิฬ” หลังจากพูดเบรุตกลายเป็นเงาดำหายลับตาไป
ในกลางอากาศ
เบรุตหันไปมองปราสาทเลือดมังกร รอยยิ้มลี้ลับปรากฏที่ใบหน้าของเขา “เป็นอย่างที่ข้าคาดเอาไว้!
เพียงแต่...ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่จะทำตามที่ข้าคาดหวังได้หรือไม่” และจากนั้นเขาหัวเราะกับตนเองและบินกลับไปที่ไพรทมิฬ
หลังจากได้ทราบข่าวนี้แล้ว
ในปราสาทเลือดมังกรอยู่ในสภาพตื่นเต้น
แต่หลังจากนั้นความรู้สึกที่ตามมาคือความกดดัน จะขอให้มหาเทพช่วยพวกเขา..
นี่เป็นเรื่องที่ยากมาก
ทุกคนกังวลว่าลินลี่ย์จะทำสำเร็จได้หรือไม่ พวกเขายังคงกลัว..ว่ามหาเทพอาจโกรธและฆ่าลินลี่ย์!
“มหาเทพ..ไม่น่าจะมีนิสัยแปลกประหลาดและโหดร้ายใช่ไหม?” เวดพูดด้วยความห่วงใย
“อย่าด่วนสรุป”
เดเลียดุทันที
บีบีหัวเราะด้วยความมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง
หลังจากมหาเทพยมโลกเห็นตราของมหาเทพบลัดริจที่พี่ใหญ่และข้ามีอยู่
พวกเขาคงไม่ฆ่าเรา” บีบีแม้จะมีความมั่นใจอยู่ภายนอกแต่ในใจกระวนกระวายมาก
ที่สำคัญ...มหาเทพยมโลกจะยอมเห็นแก่หน้าของมหาเทพบลัดริจหรือ?
ความจริงอาจจะเป็นไปได้ว่ามหาเทพยมโลกอาจจะมีความแค้นอยู่กับมหาเทพบลัดริจก็ได้
ไม่มีใครแน่ใจได้
“มหาเทพมองตัวพวกเขาเองว่าอยู่เหนือพวกเรา ตราบใดที่เราไม่ล่วงเกินพวกเขา พวกเขาจะไม่ลดตัวมาฆ่าเรา” ลินลี่ย์พูดอย่างสงบ “ขณะที่การเดินทางเข้ายมโลกครั้งนี้ มีแต่บีบีกับข้าเท่านั้นที่ไป”
ลินลี่ย์กับบีบีปรึกษาความคิดนี้โดยผ่านการเชื่อมโยงวิญญาณ
ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเดินทางไปยมโลกครั้งนี้
ถ้าเขากับบีบีมุ่งหน้าออกไปกันเอง พวกเขาอาจไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ถ้าพวกเขาพาคนอื่นไปด้วย..
พวกเขาจะไม่สามารถปกป้องทุกคนได้ในสถานการณ์อันตราย
“ใช่แล้ว”
เดเลียได้ยินเรื่องนี้และพยักหน้าเช่นกัน
“บีบี”
แต่นีซไม่ค่อยเต็มใจ
“เราจะกลับมาในไม่ช้า”
บีบีหัวเราะ เวลานี้ร่างของลินลี่ย์แยกออกเป็นสอง เป็นร่างลินลี่ย์ที่มีผมแดงเหมือนเพลิงเดินออกมา
“เดเลีย ร่างแยกธาตุไฟของข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ และนีซ..ถ้ามีอะไรที่เจ้าต้องการ เจ้าแค่บอกร่างแยกธาตุไฟของข้า ข้าจะแจ้งเตือนให้บีบีทราบทันที” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น
ด้วยการปล่อยร่างแยกธาตุไฟไว้การสื่อสารจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
นีซและเดเลียรู้สึกสงบขึ้นบ้าง มีร่างแยกธาตุไฟของลินลี่ย์อยู่ พวกเขาจะรู้สถานการร์ในยมโลกตลอดเวลา
วันที่สองหลังจากเบรุตแยกกลับมาจากปราสาทเลือดมังกร และบีบีตัดสินใจออกไปด้วย แต่ในคืนเดียว
ลินลี่ย์ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับยมโลกจบ และได้รับความเข้าใจพื้นฐานของสถานที่
ยมโลก ภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์
นี่คือภูเขาขนาดใหญ่สูงหมื่นเมตร ทั่วทั้งภูเขาเป็นกระดูกสีขาวโพลน และโครงกระดูกสีขาวมองเห็นได้อยู่ทั่วภูเขา
บนยอดของภูเขามีปราสาทโบราณขนาดมหึมาที่มีสีดำ และมีหมอกสีดำล้อมรอบตลอด ปราสาทนี้คงอยู่มานานนับปีไม่ถ้วน
บางครั้งอสูรโลหะจะบินออกจากปราสาท
มีเสียงดังออกมาจากภายในเช่นกัน
ในแดนนรกจะมีจุดเทเลพอร์ตอยู่เจ็ดแห่ง แต่ยมโลกมีเพียงสองแห่ง ภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในนั้น
“เฮ้, พวกเจ้าทุกคน! จงยืนอยู่กับที่อย่างว่าง่าย” นักรบชุดขาวกลุ่มหนึ่งตะโกนบอกตามปกติ
ภายในวงเวทเทเลพอร์ตแสงขนาดใหญ่กำลังส่องแสงพวยพุ่งไปทุกทิศ
มีร่างจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นเป็นบางครั้ง
เงาร่างเหล่านี้จะมองดูรอบๆ ตัวเองอย่างประหลาดใจ คนเหล่านีถ้าไม่เป็นเซียนก็เป็นพวกเทียมเทพ
มีเทพแท้อยู่น้อยมาก ขณะที่เทพชั้นสูง..มีโอกาสที่เทพชั้นสูงมาถึงต่ำมาก!
“เป็นแค่ระดับเซียนยังกล้ามายังยมโลก พวกเขาเอาชีวิตมาทิ้งจริงๆ
“นักรบผมดำที่ดูหนุ่มในชุดขาวเตะเซียนวัยกลางคนจนเขากระเด็นออกจากวงเวทเทเลพอร์ตไปอยู่ที่มุมผนัง
คนที่ถูกเตะหันมามองด้วยความโกรธ “เจ้ามองอะไร เด็กน้อย
ต้องการสู้ด้วยเหรอ?”
นักรบชุดขาวยิ้มขณะพูด
เซียนวัยกลางคนแค่กัดฟันก้มหน้าอยู่ที่มุมผนังไม่กล้าส่งเสียง เมื่อเห็นคนผู้นี้ไม่ต่อต้าน
นักรบชุดขาวนี้ได้แต่ส่ายศีรษะหัวเราะ
“พวกเซียนมีอยู่ทั่วไปในยมโลก
ถ้าเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะอดทน พวกเจ้าอาจตายได้ตั้งแต่วันแรก!”
“บุชเชอร์ เจ้าชอบหยอกล้อพวกเขาอยู่เรื่อย”
นักรบชุดขาวที่อยู่อีกมุมหนึ่งหัวเราะขณะดื่มเหล้า
ชายหนุ่มผมดำชื่อบุชเชอร์หัวเราะเช่นกัน
“ถ้าเราไม่ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้กฎของที่นี่ในตอนนี้แล้ว เมื่อพวกเขาข้ายมโลก พวกเขาจะตายเร็วขึ้น”
มีคนจำนวนมากที่ถูกเทเลพอร์ตส่งมาในตอนนี้
“มาอีกแล้ว”
บุรุษหนุ่มผมดำชุดขาวหันไปมองทันที
วงเวทเทเลพอร์ตขนาดใหญ่เรืองแสงอีกครั้งและมีสองร่างโผล่ออกมาจากภายใน หลังจากแสงหายไป...
“เทพชั้นสูง!”
นักรบชุดขาวที่อยู่รอบๆ หันไปมองทันที
แม้แต่นักรบชุดขาวที่นั่งอยู่พากันยืนขึ้นทุกคน
เป็นเรื่องยากมากที่เทพชั้นสูงจะเทเลพอร์ตเข้ามา ถ้ามีเทพชั้นสูงปรากฏ โดยทั่วไปหมายความว่ามีบางคนมาจากพิภพชั้นสูง
และเป็นคนที่ไม่ธรรมดา
กลุ่มของนักรบชุดขาวจ้องมองเงาร่างทั้งสองอย่างระมัดระวัง
คนหนึ่งเป็นบุรุษหนุ่มผมน้ำตาล
ขณะที่อีกคนหนึ่งเด็กหนุ่มร่างบางสวมหมวกฟาง
ร่างของบุรุษหนุ่มผมน้ำตาลลอยขึ้นในอากาศทันทีและเหลียวมองรอบตัวก่อนจะกล่าว
“นี่คือภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์! ดูเหมือนเราจะต้องไปทางใต้ แต่ก่อนที่จะไป
เราไปแดนภูตผีกันเถอะ”
เมื่อได้ยินคำว่าภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์ นักรบชุดขาวเหล่านี้แน่ใจทันทีว่าสองคนนี้มาจากพิภพชั้นสูง
“ได้เลยพี่ใหญ่”
บุรุษผมน้ำตาลพยักหน้าเล็กน้อยให้กับนักรบชุดขาวที่อยู่ใกล้
จากนั้นพาเด็กหนุ่มหมวกฟางเหาะขึ้นไปในอากาศบินออกไปจากภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์
“ผจญภัยผ่านพิภพชั้นสูง... อีกนานเท่าใดกว่าข้าจะทำอย่างนี้ได้บ้าง ข้าจะสามารถทำแบบนี้ได้บ้างไหม? แต่ค่าเทเลพอร์ตสูงจริงๆ!
ข้าอยู่ที่นี่มานานหลายปีมากแล้ว
แต่ข้าก็ยังสะสมเงินไม่พอค่าเทเลพอร์ตได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว” บุรุษหนุ่มชุดขาวผมดำถอนหายใจชื่นชม
ขอบฟ้ากว้างไกลไม่สิ้นสุด
เมฆสีดำมืดปกคลุมทั้งโลก และสายฟ้าแล่บแปลบปลาบเป็นครั้งคราวจากเมฆสีดำ
สายฟ้าเหมือนมังกรเต้นอยู่ภายในเมฆ
นี่คือที่ราบว่างเปล่า
สองกองทัพภูตผียาวไกลสุดสายตา
ขณะที่มองเห็นแนวแถวสองค่ายตั้งประจันหน้ากัน มีโครงกระดูกมากมาย ซอมบี้เน่า ภูตผีพรายโปร่งแสงที่ลอยขึ้นลง
อัศวินดำที่น่ากลัว ทั้งยังมีสิ่งมีชีวิตประหลาดและเผ่าลิชโบราณซึ่งถูกแยกในระดับที่ต่างกัน
มีโครงกระดูกที่อ่อนแอ
แต่ยังเป็นโครงกระดูกระดับเซียน
“คาบูเชอร์ เจ้ามีทางเลือกสองทาง...” เสียงดังสะเทือนสั่นสะท้านสวรรค์ “ยอมรับข้า หรือไม่ก็ตาย!”
แต่คำตอบเป็นแค่เสียงหัวเราะเยือกเย็น
“โจมตี!”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนดังลั่นพร้อมกับคำรามด้วยความโกรธ
“โจมตี” อีกเสียงหนึ่งดุร้ายเย็นชาตวาดดังขึ้น
ทันใดนั้นฝูงภูตผีในค่ายทั้งสองต่างโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งอย่างป่าเถื่อน
การต่อสู้ระหว่างพวกภูตผีเหมือนกับคลื่นซัดกระแทกกัน
ทั้งโลกเต็มไปด้วยมังกรกระดูกและกริฟฟินกระดูกร้องโหยหวนเต็มท้องฟ้าขณะที่หมอกพิษแผ่ขยายเต็มโลก ภูตผีทั้งสองฝ่ายตายไปเป็นเบือ
ขณะนั้นเอง..
ทหารทั้งสองฝ่ายชะงักทันที
ขณะที่ผู้นำของพวกเขาตะลึงจ้องมองไปบนท้องฟ้า
ในกลางอากาศมีร่างสองร่างบินผ่านมาด้วยความเร็วสูง
รัศมีที่ทรงพลังน่ากลัวที่พวกเขาเปล่งออกทำให้พวกภูตผีนับไม่ถ้วนที่ด้านล่างรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
นี่เป็นรัศมีที่ทรงพลังมากกว่าหัวหน้าภูตผีทั้งสองที่ปกครองพวกมันหลายเท่า พวกมันไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย แต่ต่อมาร่างทั้งสองก็บินหายลับไปในขอบฟ้า
“เราแค่ปล่อยแสงเลือนราง
แต่พวกมันหวาดกลัวจนไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรเลย” บีบีหัวเราะเบาๆ
“เจ้ารู้สึกเบื่อจริงๆ หรือ” ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เมื่อพวกเขาเพิ่งแยกออกมาจากภูเขาภูตศักดิ์สิทธิ์และเริ่มบินขึ้นทางเหนือเพื่อไปดูแดนภูตผี
บีบีตระหนักว่ารัศมีเทพชั้นสูงของเขาทำให้พวกภูตผีหวาดกลัวกันมาก ดังนั้นเขาปล่อยรัศมีอย่างต่อเนื่องตั้งใจทำให้ภูตผีเหล่านั้นกลัว
สำหรับลินลี่ย์ไม่รู้จะทำยังไงกับการเล่นสนุกที่อาจก่อปัญหาได้ของบีบี
ยมโลกแตกต่างจากแดนนรก เป็นเพียงทวีปใหญ่โตผืนเดียวที่น่ากลัว
ทวีปขนาดใหญ่นี้ยังใหญ่กว่าห้าทวีปของแดนนรกรวมกันเสียอีก
ภาคเหนือของทวีปมีประชากรภูตผีนับไม่ถ้วนอยู่ที่นั่น
ดังนั้นพื้นที่นี้จึงรู้จักกันในนาม ‘แดนภูตผี’
ขณะที่ภาคใต้ของทวีปนี้คือส่วนที่เรียกว่ายมโลกอย่างแท้จริง
สำหรับเทือกเขาภูตศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ที่เขตแดนระหว่างแดนยมโลกและแดนภูตผี
“สมาชิกจำนวนมากของพวกภูตผีจะตายกันทุกขณะในแดนภูตผี
พวกภูตผีจะมีพลังเพิ่มขึ้นโดยการกินวิญญาณของภูตผีอื่น! สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดก็คือภูตผีที่เป็นของเยล
จอร์จและพ่อแม่ข้าจะถูกภูตผีอื่นกลืนกินไปแล้ว”
ลินลี่ย์ค่อนข้างกังวล
แต่เขาก็ยังบินไปพร้อมกับบีบีออกห่างแดนภูตผี บินไปทางใต้
ชายแดนที่ใช้ร่วมกับแดนยมโลก

9 ความคิดเห็น:
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณคนับ
ขอบคุณครับ
ฟามที่ พิภพอื่นอีกแล้ว ไม่เก่งจะอยู่ไหวหรา
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น